ข่าวอินโฟเควสท์
00:06 เลขาธิการ UN เตือนการใช้กำลังทหารในคาบสมุทรเกาหลีสร้างความเสียหายที่ไม่อาจประเมินได้   นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) แสดงคว…
23:55 โปรตุเกสมีแนวโน้มขยายตัว 2.6% ปีนี้ สูงกว่าประเทศอื่นๆในยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ศตวรรษ   ธนาคารกลางโปรตุเกสปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวขอ…
23:36 บอนด์ยิลด์สหรัฐดีดตัว นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจ,ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีสหรัฐ   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุ…
23:29 ราคาทองฟิวเจอร์ขยับขึ้น ขณะมีแนวโน้มดีดตัวขึ้นสัปดาห์นี้ครั้งแรกรอบ 4 สัปดาห์   ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นในวันนี้ และมีแนวโน้มว่าราคาทองจะสามา…

สศค. แจงความคืบหน้าแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เผยสิ้นต.ค.อนุมัติพิโกไฟแนนซ์แล้ว 176 ราย

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 22 พฤศจิกายน 2560 16:40:37 น.

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบประจำเดือนต.ค.60 โดยระบุว่า สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) ได้รับความสนใจจากภาคประชาชนเป็นอย่างมาก และมีการกระจายตัวครอบคลุมเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ นับตั้งแต่เดือนธ.ค.59 ซึ่งกระทรวงการคลังเปิดให้ผู้สนใจยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ถึงสิ้นเดือนต.ค.60 มีนิติบุคคลยื่นคำขออนุญาต 384 ราย ใน 63 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้ยื่นคำขออนุญาตมากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ นครราชสีมา 41 ราย กรุงเทพมหานคร 32 ราย และร้อยเอ็ด 27 ราย ทั้งนี้ มีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแล้ว 176 ราย ใน 50 จังหวัด ซึ่งในจำนวนนี้ได้เปิดดำเนินการแล้ว 95 ราย ใน 40 จังหวัด และมีผู้ปล่อยสินเชื่อแล้ว 74 ราย ใน 36 จังหวัด

ในด้านการปล่อยสินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจสามารถปล่อยสินเชื่อได้ภายในเขตจังหวัดให้แก่ผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ภายในจังหวัดนั้น ๆ วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกิน 36% ต่อปี (Effective Rate) ทั้งนี้ ณ เดือนก.ย.60 มีสินเชื่ออนุมัติสะสม 2,928 บัญชี เป็นเงิน 92.23 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่ออนุมัติเฉลี่ย 31,498.32 บาทต่อบัญชี การอนุมัติสินเชื่อประกอบด้วย สินเชื่อแบบมีหลักประกัน 2,050 บัญชี เป็นเงิน 67.64 ล้านบาท คิดเป็น 73.34% ของจำนวนสินเชื่อที่อนุมัติ และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน 878 บัญชี เป็นเงิน 24.59 ล้านบาท คิดเป็น 26.66% ของจำนวนสินเชื่อที่อนุมัติ โดยมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,966 บัญชี เป็นเงิน 67.21 ล้านบาท อย่างไรก็ดี มีสินเชื่อที่ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 58 บัญชี เป็นเงิน 1.75 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.60% ของสินเชื่อคงค้างรวม ทั้งนี้ ยังไม่มีสถิติสินเชื่อค้างชำระเกินกว่า 3 เดือน (NPL)

สินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน ตั้งแต่เดือนมี.ค.60 ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้อนุมัติสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินให้เป็นทางเลือกของประชาชนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบแทนหนี้นอกระบบ รายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.85% ต่อเดือน โดยได้เร่งกระจายความช่วยเหลือด้านสินเชื่อดังกล่าวแก่ประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนต.ค.60 มีการอนุมัติสินเชื่อรวม 164,161 ราย เป็นเงิน 7,403.71 ล้านบาท คิดเป็น 74.04% ของวงเงินโครงการที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีจำนวน 10,000 ล้านบาท สามารถจำแนกเป็นสินเชื่อที่อนุมัติแก่ประชาชนทั่วไป 153,567 ราย เป็นเงิน 6,932.09 ล้านบาท และสินเชื่อที่อนุมัติแก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 จำนวน 10,594 ราย เป็นเงิน 471.62 ล้านบาท

ด้านการดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ยังคงกวดขันจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบและผู้ติดตามทวงถามหนี้โดยวิธีการผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินการสะสมของปีงบประมาณ 2560 ณ สิ้นเดือนต.ค.60 มีการจับกุมผู้กระทำผิด 1,576 คน

ทั้งนี้ ประชาชนที่มีปัญหาหนี้นอกระบบสามารถพิจารณาใช้บริการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เป็นแหล่งทุนทางเลือกทดแทนการกู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้นอกระบบ โดยตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ที่เปิดดำเนินการแล้วในปัจจุบัน ได้จากเว็บไซต์ www.1359.go.th ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้ ณ สาขาของธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.ทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการให้คำปรึกษาแนะนำ ตลอดจนพิจารณาความช่วยเหลือด้วยสินเชื่อของธนาคารในเบื้องต้น แต่หากพบว่ามีหนี้นอกระบบที่ไม่เป็นธรรมหรือประชาชนรายใดยังขาดศักยภาพในการชำระหนี้ ธนาคารจะประสานความช่วยเหลือด้านการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบให้เกิดความเป็นธรรม หรือจะประสานความช่วยเหลือด้านการฟื้นฟูอาชีพและสร้างรายได้ไปยังคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัดแต่ละจังหวัดต่อไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง