ข่าวอินโฟเควสท์
06:42 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 322.79 จุด หลังเฟดเผยศก.สหรัฐแนวโน้มสดใส   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลแนว 26,000 จุดเป็นค…
01:13 คณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐไฟเขียว"พาวเวล"เป็นประธานเฟดคนใหม่   คณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐลงมติอีกครั้งหนึ่งในวันนี้เพื่อให้การอนุมั…
00:40 "บิตคอยน์"พ่นพิษ ฉุดหุ้นกลุ่มธุรกิจบล็อกเชนวูบกว่า 10%   ราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์ และบล็อกเชน ต่างดิ่งลงในวันนี้ ตามการทรุดตัวลงของสกุล…
00:20 "บิตคอยน์"ร่วงไม่หยุด ล่าสุดใกล้หลุด 9,000 ดอลลาร์ นำสกุลเงินดิจิทัลดิ่งระนาว   บิตคอยน์ยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดใกล้หลุดระดับ 9…

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 32.58 แกว่งแคบ รอผลประชุมเฟดคืนนี้ส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ย มองกรอบพรุ่งนี้ 32.50-32.78

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 13 ธันวาคม 2560 17:33:57 น.

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 32.58 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็ก

น้อยจากช่วงเช้าที่ปิดตลาดที่ระดับ 32.59/60 บาท/ดอลลาร์

วันนี้เงินบาทยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ และแข็งค่าขึ้นมาเล็กน้อยในช่วงปิดตลาด เชื่อว่าเป็นเพราะตลาดยังรอ

ติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยตามที่คาดไว้หรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลได้ในช่วง

เช้าวันพรุ่งนี้ตามเวลาในไทย

"หากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยจริง บาทก็คงจะอ่อนค่าลงไม่ได้มาก เพราะตลาดค่อนข้างจะรับรู้ข่าวนี้ไปมากแล้ว" นักบริหาร

เงินระบุ
นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-32.78 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ

- เย็นนี้เงินเยนอยู่ที่ระดับ 113.38/41 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 113.44 เยน/ดอลลาร์

- ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1752/1755 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1743 ดอลลาร์/ยูโร

- ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,706.93 จุด เพิ่มขึ้น 4.76 จุด (+0.28%) มูลค่าการซื้อขาย 43,738 ล้านบาท

- สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 1,336.64 ลบ.(SET+MAI)

- ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประจำประเทศไทย ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยปี

60 เป็นขยายตัว 3.8% จากเดิมคาด 3.5% และจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในระดับเดียวกันที่ 3.8% ในปี 61 จากเดิมที่คาดว่าจะ

ขยายตัวในระดับ 3.6% เนื่องจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มกระเตื้องขึ้นแล้ว

- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR-ECI) ในเดือนพ.ย. ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ

46.1 จากเดิมที่ระดับ 45.9 ในเดือนต.ค. ส่วนหนึ่งได้รับผลดีจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐที่ออกมาในช่วงก่อนหน้า สำหรับมุม

มองต่อภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในเดือนธ.ค. 2560 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

- นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ มอบนโยบายให้กับผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและ

กีฬาว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวกว่า 34 ล้านคนแล้ว อยากให้มีการพัฒนาและขยายการท่องเที่ยวไปสู่เมืองรอง หรือระดับชุมชนให้มาก

ขึ้น เพื่อกระจายรายได้ให้กับชุมชนมากขึ้น โดยเตรียมนำมาตราการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองเข้าสู่ที่ประชุม ครม. โดยมอบ

หมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไปหารือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เกี่ยวกับโครงการส่งเสริมการท่อง

เที่ยวในชุมชนภายใน 1-2 สัปดาห์ ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้เตรียมงบประมาณของ อปท.ไว้สนับสนุนแล้วกว่าแสนล้านบาท

- กรมบัญชีกลาง เปิดเผยผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-30 พ.ย.60 ว่า มี

การเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมได้ 635,143 ล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 21.90% สูงกว่าเป้า

หมาย 0.93% (เป้าหมาย 20.97%) โดยแบ่งเป็นการเบิกจ่ายรายจ่ายประจำ 583,794 ล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ

2,240,219 ล้านบาท หรือคิดเป็น 26.06% สูงกว่าเป้าหมาย 3.21% (เป้าหมาย  22.85%) ขณะที่รายจ่ายลงทุน (กรณีไม่รวมงบ

กลาง) เบิกจ่ายได้ 51,349 ล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 577,298 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.89% ต่ำกว่าเป้าหมาย 5.72%

(เป้าหมาย 14.61%)

- สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมในสหรัฐ พุ่งขึ้น 3.7

จุด สู่ระดับ 107.5 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเกือบแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากความหวังที่ว่า สภาคองเกรสภาย

ใต้การนำของพรรครีพับลิกัน จะอนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่

- ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

(GDP) ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย ขึ้นสู่ระดับ 6% ในปี 2560 โดยได้ปัจจัยหนุนจากยอดส่งออกและการอุปโภคบริโภคภาย

ในประเทศที่ขยายตัวแข็งแกร่งเกินคาด

- นักลงทุนจับตาการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันนี้

ตามเวลาสหรัฐ โดยมีการคาดการณ์กันว่า FOMC จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้เป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ หลังจากปรับขึ้น

อัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.และมิ.ย. ขณะเดียวกันนักลงทุนยังจับตาการแถลงนโยบายการเงินหลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันนี้ โดย

นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดจะขึ้นกล่าวในฐานะประธานเฟดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนก.พ.

ปีหน้า

- นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ย.,

จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ราคานำเข้าและส่งออกเดือนพ.ย., ยอดค้าปลีกเดือนพ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ

(PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนธ.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนธ.ค.จากมาร์กิต และ

สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนต.ค. และดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนธ.ค.จากเฟด

นิวยอร์ก
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง