ข่าวอินโฟเควสท์
19:34 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์แทบไม่ขยับ บ่งชี้วอลล์สตรีทปรับตัวแคบคืนนี้ จับตาบอนด์ยีลด์จ่อแตะ 3%   ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าแทบไม่ขยับในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาดหุ้…
19:09 "ฮัลลิเบอร์ตัน"เผยรายได้,กำไรพุ่งในไตรมาส 1   ฮัลลิเบอร์ตัน บริษัทผู้ให้บริการด้านการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยรายได้และกำไรพุ…
18:40 เกาหลีเหนือ-ใต้บรรลุข้อตกลงเตรียมการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ศุกร์นี้   เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับพิธีสาร, การรักษ…
18:12 โบรกเกอร์มาร์เก็ตแชร์ 10 อันดับสูงสุดประจำวันที่ 23 เม.ย. 2561   สูงสุดประจำวันที่ 23 เม.ย. 2561 บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด มีมาร์เก็ต…

รมว.ดีอี เผย 7 เมืองอัจฉริยะพัฒนาคืบหน้า พร้อมนำไอโอทีหนุนจังหวัดท่องเที่ยว

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2561 15:03:51 น.

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพฯ โดยดีป้าจะให้ความช่วยเหลือหรืออุดหนุนเพื่อการเริ่มต้นธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Startup), ศึกษา ส่งเสริม วิจัย พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล, พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมดิจิทัลโดยภาครัฐ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมดิจิทัล

โดยในปี 2560 ได้พัฒนาเมืองอัจฉริยะนำร่องในจังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ และขอนแก่นไปแล้ว ในปีนี้จะส่งเสริมเพื่อให้เกิดการต่อยอดและขยายผล ซึ่งกำหนดเป้าหมายแต่ละเมืองจะมีความอัจฉริยะ (smart) 2 เรื่อง เริ่มจากการพัฒนาระบบนิเวศน์ที่เน้นที่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เน้นความสำคัญของข้อมูล การแปลงข้อมูลเป็นดิจิทัล (Digitize) ทั้งเมือง โดยในปี 2561 มีโครงการ City Data Platform ดำเนินการใน 3 จังหวัดได้แก่ จังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ และขอนแก่น เพื่อสร้างรูปแบบการเชื่อมโยง จัดเก็บ และเผยแพร่ข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ในเมือง เช่น เชื่อมโยงข้อมูลกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(CCTV) ของเทศบาลเพื่อให้ตำรวจติดตามอาชญากร เชื่อมโยงข้อมูลจาก IoT Sensors สิ่งแวดล้อมเพื่อเฝ้าระวังภัยพิบัติ เชื่อมโยงข้อมูลการใช้ Free  Wi-Fi ของทั้งเมือง มาวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวสำหรับใช้ในการวางแผนระบบโลจิสติกส์ (logistics) โดยข้อมูลจะถูกรวบรวมมายังระบบคลาวด์ (Cloud) ของเมือง เพื่อให้ง่ายต่อการแลกเปลี่ยนบูรณาการนำไปต่อยอดวิเคราะห์ (Big Data Analytics) โดยการสร้างเป็น API ในการดึงข้อมูล และมีมาตรฐานของข้อมูล สามารถเปิดให้ภาครัฐหรือเอกชนนำไปต่อยอดเป็นบริการของเมือง และขณะเดียวกันผู้บริหารเมืองจะได้ศูนย์ปฏิบัติการแบบอัจฉริยะที่มองเห็นภาพแบบเวลาจริงของเมืองใช้ในการตัดสินใจสั่งการ

ด้านการพัฒนาคน มีการจัดทำหลักสูตรการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืนใช้เวลาเรียน 72 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 2 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2561 ประกอบด้วย 4 ชุดวิชาขอบเขตเนื้อหาของแต่ละชุดวิชา คือ การพัฒนาองค์ความรู้และเตรียมความพร้อมในการวิเคราะห์แนวทางการปรับเปลี่ยนท้องถิ่นตามการพัฒนาเมืองในรูปแบบสมาร์ทซิตี้การกำหนดนโยบายของการพัฒนาจะมุ่งพัฒนาและปรับปรุงท้องถิ่น การพัฒนาองค์กรกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 4.0 ในภาคเศรษฐกิจ การลงทุน และการบริการภายในท้องถิ่น รวมถึงการประกอบกิจกรรมเพื่อการสร้างเครือข่าย และการศึกษาต้นแบบจากการเรียนรู้โดยผู้ประกอบการจริง ส่วนการส่งเสริมการลงทุน ได้เตรียมมาตรการของดีป้าเพื่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่คุ้มค่าการพัฒนาเมือง เพื่อให้งบประมาณจากภาครัฐตอบสนองทั้งการยกระดับเมือง เศรษฐกิจ และความสามารถในการแข่งขันของเอกชนไทย

สำหรับความคืบหน้าของพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด เริ่มที่จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นจังหวัดแรกของโครงการฯ ขณะนี้ได้มีการขับเคลื่อนต่อยอดโครงการ 4 ด้าน คือ ด้านการท่องเที่ยว ด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อมและด้านเศรษฐกิจ  ซึ่งได้มีการนำไอโอทีเข้ามาใช้ในการพัฒนาและส่งเสริมการทำงานโดยแต่ละจังหวัดได้มีความคืบหน้า  จังหวัดขอนแก่น มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ และร่วมมือกันจัดทำแผนยุทธศาสตร์ขอนแก่นสมาร์ทซิตี้ ปี 2029 พร้อมกับประกาศใช้ยุทธศาสตร์จังหวัดขอนแก่นสมาร์ทซิตี้ เพื่อรองรับการจัดสรรงบประมาณพัฒนาจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนงานสมาร์ทซิตี้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม สำคัญที่สุด คือ การมียุทธศาสตร์สมาร์ทซิตี้ จะมีกรอบงบประมาณ กรอบระยะเวลาการทำงานที่ชัดเจน และนำไปสู่ความยั่งยืน ในแผนยุทธศาสตร์ขอนแก่นสมาร์ทซิตี้ 2029 เน้นการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดผลใน 3 ด้านหลักคือ 1) การขนส่ง Logistics & Transportation หรือ Smart Mobility 2) ด้านการประชุมและเศรษฐกิจ MICE City หรือ Smart Economy 3) ด้านการแพทย์ Medical & Healthcare หรือ Smart Leaving

จังหวัดเชียงใหม่ ได้เริ่มโครงการสมาร์ทนิมมานเหมินทร์ จากความร่วมมือของ จังหวัดเชียงใหม่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และดีป้าสาขาภาคเหนือตอนบนการดำเนินการแบ่งออกเป็น 3 ระยะด้วยกัน ได้แก่ ระยะที่ 1 Smart Wi-Fi ซึ่งได้มีการติดตั้ง Access point เรียบร้อย ครอบคลุมถนนนิมมานเหมินทร์ ระยะที่ 2 จะมีการนำแอปพลิเคชั่น Chiangmai I Love U มาใช้กับนักท่องเที่ยวเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และระยะที่ 3 การทำ Data Analytic จากกล้อง CCTV ในพื้นที่ เพื่อดูความเคลื่อนไหวของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวในจังหวัด เพื่อจัดทำข้อมูลด้านการตลาด เป็นต้น

ส่วนการดำเนินการใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง DEPA ยังได้วางแผนดำเนินการพัฒนาสมาร์ทซิตี้เขตอุตสาหกรรมพิเศษระเบียงตะวันออก (อีอีซี) โดยจังหวัดชลบุรีจะมีการติดตั้งเสาประชารัฐจำนวน 100 ต้น เพื่อการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน บนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังและเทศบาลนครแหลมฉบังด้วยไอโอที ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ได้มีการลงนามความร่วมมือกับ กทม. เพื่อแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ให้คำปรึกษา เชื่อมโยงหน่วยงานและแนะนำแหล่งทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ รวมทั้งร่วมนำข้อมูลของเมืองมาต่อยอดให้เกิดบริการที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง