สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (1 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองบวกเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก จากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดบวก 28 เซนต์ หรือ 0.29% แตะที่ 97.77 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค.ที่ตลาดลอนดอน ปิดดีดขึ้น 1.21 ดอลลาร์ ที่ 116.76 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่วันที่ 13 ก.ย.
ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากมุมมองบวกของนักลงทุนเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกนับตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยเมื่อคืนนี้มีความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหลังการเปิดเผยข้อมูลจ้างงานสหรัฐและข้อมลภาคการผลิตของจีน
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ต้วเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเพิ่มขึ้น 157,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. และอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแตะระดับ 7.9% จาก 7.8% ในเดือนธ.ค. แม้ต้วเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดการณ์ของตลาด แต่ก็ยังบ่งชี้ถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในตลาดแรงงานสหรัฐ
นอกจากนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคการผลิตของสหรัฐเพิ่มขึ้นแตะ 53.1 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน
สำหรับในจีนนั้น ข้อมูลภาคการผลิตที่สดใสแสดงถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของจีน ซึ่งเป็ผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก
ส่วนความกังวลด้านอุปทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับน้ำมันดิบเบรนท์นั้น ก็ช่วยผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลจากความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง