ข่าวอินโฟเควสท์
01:15 "เจพีมอร์แกน เชส"เผยแผนลงทุน 2 หมื่นล้านดอลล์ จากอานิสงส์มาตรการปฏิรูปภาษี   เจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เมื่อพิจารณาจา…
00:53 บอนด์ยิลด์สหรัฐปรับตัวลง หลังสหรัฐหลุดพ้นภาวะชัตดาวน์   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ หลังจากที่สหรัฐหลุดพ้นจากภาวะปิดหน่วย…
00:44 ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัววันนี้ จากอานิสงส์ดอลลาร์อ่อนค่า   อย่างไรก็ดี ช่วงบวกของราคาทองถูกจำกัด หลังจากที่สหรัฐหลุดพ้นจากภาวะปิดหน่วยงานรัฐบาล (ช…

นักวิเคราะห์คาดตลาดวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นปีนี้ แต่ไม่ร้อนแรงเหมือนปีที่แล้ว

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 1 มกราคม 2561 22:08:32 น.

นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะยังคงปรับตัวขึ้นในปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลกำไรของภาคเอกชน และกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ แต่ดัชนีดาวโจนส์จะไม่พุ่งขึ้นมากเหมือนกับปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิติพุ่งขึ้นในปีที่แล้วมากที่สุดในรอบ 4 ปี โดยดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้น 25.5% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 19.4% และดัชนี Nasdaq ทะยานขึ้น 28.2%

ดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติทะยานมากกว่า 5,000 จุดในปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก นับตั้งแต่ก่อตั้งมานาน 121 ปี

"หากไม่มีเหตุการณ์เซอร์ไพรส์ใดๆ ผมคาดว่าจะมีเม็ดเงินใหม่ไหลเข้าตลาดในเดือนนี้ และในปีใหม่นี้" นายอาร์ท แคชอิน นักวิเคราะห์จากยูบีเอส กล่าว

นายแคชอินยังกล่าวว่า เขากำลังจับตาการซื้อขายในช่วง 2 วันแรกของปีใหม่ ซึ่งหากปรับตัวขึ้นเมื่อพิจารณารวมถึงการซื้อขายในสัปดาห์สุดท้ายของปีที่แล้ว ก็จะเป็นการยืนยันปรากฎการณ์"ซานต้า แรลลี่"ของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ซึ่งจะเกิดขึ้นเป็นเวลา 7 วันทำการ โดยมีขึ้นในช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของปีปัจจุบัน รวมทั้ง 2 วันแรกของปีใหม่

ตามสถิติที่ผ่านมา การปรับตัวของตลาดหุ้นนิวยอร์กในช่วง 7 วันของซานต้า แรลลี่นั้น ดัชนีดาวโจนส์สามารถปิดตลาดในแดนบวกถึง 78% นับตั้งแต่ปี 2471 หรือในช่วงเวลาเกือบ 90 ปีที่ผ่านมา และหากตลาดหุ้นสามารถปรับตัวขึ้นในช่วงซานต้า แรลลี่ ก็มักจะบ่งชี้ถึงปีที่สดใสของตลาดหุ้น

ทางด้านนายเดวิด เคลลี นักวิเคราะห์จากเจพี มอร์แกน แอสเซท แมเนจเมนท์ กล่าวว่า มาตรการปรับลดภาษีของปธน.ทรัมป์จะช่วยหนุนตลาดหุ้นเพียงในช่วงเวลาสั้นๆ เนื่องจากการปฏิรูปภาษีจะทำให้การใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่จะไม่ช่วยหนุนประสิทธิภาพในการผลิต

ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐที่มีการขยายตัวมากขึ้น จะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้น

ส่วนนายจิม พอลสัน หัวหน้านักวิเคราะห์จากเลโทลด์ กรุ๊ป คาดว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปรับฐาน 10-15% ในปีนี้

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจะจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในปีนี้ เนื่องจากหากพรรครีพับลิกันสูญเสียเสียงข้างมากในวุฒิสภา หรือในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ก็จะมีผลกระทบต่อการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของปธน.ทรัมป์ผ่านสภาคองเกรส

ทั้งนี้ ในปีที่มีการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐจำนวน 10 ใน 17 ครั้งล่าสุด การเคลื่อนตัวของตลาดหุ้นวอลล์สตรีททั้งปีจะปรับตัวตามทิศทางของตลาดในเดือนม.ค.

นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะขึ้นอยู่กับว่าสภาคองเกรสจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐได้หรือไม่ รวมทั้งจะจับตาดูว่าสภาคองเกรสจะให้การอนุมัติงบประมาณประจำปี 2561 ภายในวันที่ 19 ม.ค.หรือไม่

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง