ข่าวอินโฟเควสท์
07:55 DCC ปันผลอัตรา 0.023 บ./หุ้น XD 6 มี.ค. ,แจกวอร์แรนต์ให้ผถห.เดิม สัดส่วน 2.5:1   เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด วันที่คณะกรรมการมีมติ : 20 ก.พ. 2…
07:49 World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ   ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 20 ก.พ…
07:48 SVH ปันผลอัตรา 7.50 บ./หุ้น XD 5 มี.ค.   เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด วันที่คณะกรรมการมีมติ : 20 ก.พ. 2561 ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นเงินสด ว…
07:47 ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก หลังเงินยูโรอ่อนหนุนหุ้นกลุ่มส่งออก   ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 ก.พ.) โดยได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินยู…
07:45 BIG และบ.ย่อย ปี 60 กำไรที่ 774.44 ลบ.เทียบกับปี 59 กำไรที่ 827.33 ลบ.   บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น และบริษัทย่อย กำไรปี 60 เท่ากับ 774.44 ล้านบ…

ราคาทองฟิวเจอร์บวกวันที่ 2 จากอานิสงส์ดอลลาร์อ่อนค่า ก่อนสหรัฐเผยตัวเลขเงินเฟ้อพรุ่งนี้

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 00:18:04 น.

ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ในวันนี้ โดยได้อานิสงส์จากการอ่อนค่าของดอลลาร์ ก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในวันพรุ่งนี้

ณ เวลา 00.09 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเลกทรอนิกส์ บวก 4.20 ดอลลาร์ หรือ 0.32% สู่ระดับ 1,330.60 ดอลลาร์/ออนซ์

ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง จะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น

ดอลลาร์ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนเมื่อเทียบกับเยนในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดหุ้นสหรัฐและญี่ปุ่น

นอกจากนี้ เยนยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงินในไม่ช้า

ณ เวลา 19.42 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์ร่วงลง 1.04% สู่ระดับ 107.51 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.60% สู่ระดับ 132.73 เยน และดีดตัวขึ้น 0.47% สู่ระดับ 1.2349 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.59% สู่ระดับ 89.68

กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนม.ค.ในวันพรุ่งนี้ เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย

นายทอม เอสเซย์ ผู้ก่อตั้งเดอะ เซเวนส์ รีพอร์ท กล่าวว่า ตัวเลข CPI ที่จะมีการเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ จะเป็นตัวเลข CPI ที่มีความสำคัญที่สุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ได้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหญ่ที่สุดต่อการทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปีของตลาดหุ้นในขณะนี้

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวอย่างผันผวนในสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น หลังเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวที่แข็งแกร่ง โดยดัชนีดาวโจนส์ทรุดตัวลงมากกว่า 1,000 จุดเป็นเวลา 2 วัน ขณะที่พุ่งขึ้นกว่า 300 จุดเป็นเวลา 2 วันเช่นกัน

ผลการสำรวจนักวิเคราะห์ระบุว่า ในวันพรุ่งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนี CPI ประจำเดือนม.ค.ชะลอตัวสู่ระดับ 1.9% เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.1% ในเดือนธ.ค.

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทอาจเผชิญภาวะทรุดตัวอย่างหนักอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ หากดัชนี CPI พุ่งขึ้นมากกว่าที่คาดไว้

นายปิแอร์ คูร์แรน หัวหน้าฝ่ายซื้อขายหุ้นของบริษัทแอมพลิฟาย เทรดดิ้ง กล่าวว่า ภาวะตลาดจะขึ้นอยู่กับการเปิดเผยตัวเลข CPI

"ตัวเลข CPI ที่จะมีการประกาศในวันพุธ เป็นตัวเลขเงินเฟ้อที่มีความสำคัญอย่างมาก ถ้าหากตัวเลข CPI อยู่ที่ระดับ 1.9% หรือมากกว่า 2% ก็จะทำให้ตลาดหุ้นถูกเทขายออกมาเหมือนกับในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ถ้าตัวเลข CPI อยู่ที่ราว 1.7-1.8% ผมก็คิดว่าตลาดจะสงบลง" เขากล่าว

ทั้งนี้ ดัชนี CPI ส่วนใหญ่ปรับตัวที่ระดับ 1.7% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

คำกล่าวของนายคูร์แรนสอดคล้องกับนายเจสัน แวร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของอัลเบียน ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ซึ่งกล่าวว่า "หากตัวเลข CPI ออกมาสูงกว่าคาด ก็จะสร้างความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นในตลาด แต่ถ้าตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด ก็จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง และหุ้นก็จะทะยานขึ้น"

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง