ข่าวอินโฟเควสท์
08:42 ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก เหตุนลท.ซึมซับตัวเลขจ้างงานสหรัฐ   สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ …
08:09 ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 62 เซนต์ รับโอเปกบรรลุข้อตกลงลดการผลิต   สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (2 ธ.…
07:35 ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ ขณะตลาดจับตาการลงประชามติอิตาลี   ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (2 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขา…
23:34 ยูโรสแตทเผยราคาผู้ผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค.ปรับตัวขึ้น 0.8%   สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรปหรือยูโรสแตท เปิดเผยว่า ราคาผู้ผลิตภาคอุตสาหกรรมยูโรโ…

ปัญหากรณีแรงงานไทยเข้าไปทำงานที่แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว

ข่าวต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ -- อังคารที่ 4 มกราคม 2554 11:36:40 น.

กรุงเทพ--4 ม.ค.--กระทรวงการต่างประเทศ

ด้วยกระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากสถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต ว่าได้รับแจ้งจากคนไทยที่จังหวัดมุกดาหารขอให้ช่วยเหลือญาติซึ่งเป็นแรงงานไทยเข้าไปทำงานในแขวงอัตตะปือ สปป.ลาว ต่อมา สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ประสานผู้ที่เกี่ยวข้องและได้ข้อมูลเบื้องต้นว่า แรงงานไทยกว่า ๒๐๐ คน ได้เข้ามาทำงานก่อสร้างและพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียนที่แขวงอัตตะปือกับบริษัทสัญชาติลาวแห่งหนึ่ง โดยมีสำนักงานใหญ่ที่นครหลวงเวียงจันทน์และมีผู้ร่วมหุ้นเป็นคนไทยได้ดำเนินการนำแรงงานไทยเข้าไปทำงานก่อสร้างเขื่อนดังกล่าว

ต่อมา สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับแจ้งโดยตรงทางโทรศัพท์จากคนงานไทยว่า ประสงค์จะให้สถานกงสุลใหญ่ฯ ช่วยเหลือเนื่องจากประสบความลำบากในการดำรงชีวิต ดังนั้น เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ นายดนัย การพจน์ รองกงสุลใหญ่ฯ รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต ได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาทางช่วยเหลือที่แคมป์ของคนงานไทยในลาวใต้ ๓ แห่ง  ได้แก่

๑. เมืองปากซอง แขวงจำปาสัก  ห่างจากเมืองปากเซ ประมาณ ๕๐ กิโลเมตร มีคนงานไทย ๓๒ คน

๒. เมืองสามัคคีไซ เมืองเอกของแขวงอัตตะปือ   ห่างจากเมืองปากเซประมาณ ๒๒๐กิโลเมตร มีคนงานไทย ๑๙ คน

๓. บ้านใหม่ เมืองสะหนามไซ ห่างจากเมืองสามัคคีไซ แขวงอัตตะปือ ประมาณ ๔๗ กิโลเมตร  เส้นทางเป็นดินลูกรังทุรกันดาร มีคนงานไทย ๘๕ คน

จากการสอบถามเบื้องต้นด้วยเวลาอันจำกัด  ทราบว่าแรงงานไทยเหล่านี้ส่วนหนึ่งไปสมัครงานกับบริษัทดังกล่าวด้วยตนเอง และมีจำนวนมากสมัครงานผ่านเจ้าหน้าที่คนไทยของบริษัทฯ โดยมีค่าใช้จ่ายในการสมัครงานตั้งแต่ ๔๕,๐๐๐ — ๘๐,๐๐๐ บาทต่อคน ซึ่งบางคนลงนามในสัญญาว่าจ้างกับบริษัทฯ แล้ว แต่ส่วนใหญ่มิได้ลงนามแต่อย่างใด ทั้งนี้ แรงงานไทยเหล่านี้เดินทางเข้า สปป.ลาวทางด่านช่องเม็ก-วังเตา ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓  โดยทางการลาวประทับตรวจลงตราประเภท “ผ่อนผัน” มีระยะเวลาพำนัก ๓๐ วัน  และกระจายไปตามแคมป์งานต่างๆ ทั้ง ๓ แห่ง ในช่วงแรกบริษัทฯ ได้จัดอาหารและที่พักให้กับคนงานไทยโดยมิได้จัดให้ทำงานใดๆ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ มิได้จ่ายเงินเดือนให้คนงาน และช่วงกลางเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นมา เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม และคนงานหลายคนครบกำหนดที่ทางการลาวอนุญาตให้พำนักในประเทศ

เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลซึ่งทางการลาวหยุดงาน  สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการขอให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ จัดอาหารที่เพียงพอ และพยายามประสานงานกับแผนกการต่างประเทศแขวงอัตตะปือ และห้องการ (สำนักงานจังหวัด) แขวงจำปาสัก เพื่อเช่ารถบัส โดยสถานกงสุลใหญ่ฯ รับผิดชอบค่าใช้จ่าย จำนวน ๒ คัน  นำคนงานไทย รวม ๑๑๕ คน ออกจากแคมป์ต่างๆ เดินทางไปยังด่านวังเตา จัดอาหารและน้ำดื่มให้คนงานทุกคน  และชำระเงินค่าปรับการอยู่เกินกำหนด จำนวน ๗๕ ราย เพื่อให้แรงงานไทยได้เดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งได้รับการอนุเคราะห์ด้วยดีจากเจ้าหน้าที่ของแขวงทั้งสอง  นอกจากนี้  สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ประสานงานกับจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขอความช่วยเหลือเบื้องต้นและส่งแรงงานที่สมัครใจกลับภูมิลำเนา ซึ่งกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเมื่อแรงงานไทยเดินทางถึงด่านช่องเม็กของไทย โดยเสร็จสิ้นภารกิจช่วยเหลือแรงงานไทยดังกล่าวในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๔

อนึ่ง  สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ขอให้แรงงานไทยที่ได้รับการช่วยเหลือแจ้งรายละเอียดการสมัครงานและเข้าไปทำงานใน สปป.ลาว  จำนวนค่าใช้จ่าย รวมทั้งความต้องการให้ทางการช่วยเหลือ ซึ่งได้ข้อมูลว่าแรงงานไทยส่วนใหญ่ต้องกู้เงินทั้งในระบบและนอกระบบมาเป็นค่าใช้จ่ายในการสมัครและต้องเสียดอกเบี้ยจำนวนมาก  จึงประสงค์จะกลับเข้าไปทำงานใน สปป.ลาวกับบริษัทดังกล่าวอีก หากมีหลักประกันว่าจะมีงานทำและได้รับเงินเดือนตามที่ได้ตกลงไว้ รวมถึงได้รับการดูแลจากบริษัทฯ ตามสมควร ทั้งนี้ มีแรงงานจำนวนน้อยที่ประสงค์จะรับเงินค่าสมัครคืน ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ฯ จะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้เป็นรายบุคคลและหาทางช่วยเหลือต่อไป

กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5170 โทรสาร. 643-5169 E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง