ติ๊นา-ออมการันตีYes or Noไม่จำกัดเพศ (โซฟาแนวหน้า)

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2553 09:56:56 น.

โซฟาแนวหน้าวันนี้มีโอกาสต้อนรับนักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง "Yes or No อยากรักก็รักเลย" อย่างสาว(หล่อ) "ติ๊นา-ศุภนาฎ จิตตลีลา" และสาว "ออม-สุชารัตน์ มานะยิ่ง" ที่ควงกันมาแนะนำตัวพร้อมพูดถึงการทำงานครั้งแรก ซึ่งทั้งคู่เล่าให้ฟังว่า

"สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของติ๊นาค่ะ ตี๊นารับบทเป็น "คิม" นักศึกษาคณะเกษตรชอบเล่นเกมส์ ทำกับข้าว เป็นแทคแคร์เอาใจใสคนรอบข้าง จริงๆ ก็ไม่ค่อยเหมือนติ๊นาเท่าไหร่ (หัวเราะ)" ข่าวว่ากว่าจะหาทอมเล่นบทคิมยากมาก "ใช่ค่ะ คือพี่นาย (สรัสวดี) ผู้กำกับเล่าให้ฟังว่าไปเที่ยวผับทุกวันเลย ผับที่มีทอม ดี้เยอะๆ แต่พอดีว่าเพื่อนหนูรู้จักกับพี่นายก็เลยเรียกหนูให้ไปคุยกับพี่นายว่ามีบทแบบนี้นะ พี่เขาก็เล่าเรื่องให้ฟัง หนูก็สนใจก็เลยตกลงรับเล่นค่ะ แต่จริงๆพี่นายบอกว่าที่เลือกติ๊นาเพราะว่าไม่อยากได้ทอมที่ดูห้าว อยากได้ทอมที่ดูเป็นผู้หญิง ผู้ชายดูแล้วไม่แอนตี้ เพราะผู้ชายส่วนใหญ่เห็นทอมก็จะหมั่นไส้ แต่เรื่องนี้คุยกันไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้วนะ แต่ว่าออมนี่ได้เล่นก่อนจะถ่ายแค่ 3 วัน (หัวเราะ) ใครไปดูแล้วจะรู้เลย เพราะว่าคาแรกเตอร์ของพายในเรื่องเหมือนตัวจริงออมมาก" ด้านสาวหวานน่ารักอย่างออมก็เผยต่อว่า "ไม่จริง ไม่เหมือนค่ะ (หัวเราะ) คือพี่นายบอกว่าค้นหานานมากเหมือนกันว่าใครจะรับบท "พาย" เพราะแต่คนที่อ่านหนังสือทั้ง 2 เล่ม คือ Yes กับ No ก็จะมีภาพคาแรกเตอร์ในหนังสือที่แตกต่างไม่เหมือนกันค่ะ สำหรับความพิเศษของหนังเรื่องนี้ บางทีผู้ชายที่เคยตั้งคำถามว่าทำไมทอมดีตรงไหนอยากรู้ เลิกกับผู้ชายแล้วต้องไปคบทอม หนูว่าบางทีเหตุผลข้อนี้มันไม่มีใครตอบได้ อยากให้คนที่มีอคติให้ลองเปิดใจดูหนังเรื่องนี้ เพราะความรักมันคือคน 2 คน ถ้าเราไม่ได้มองเรื่องเพศ มันเป็นสิ่งสวยงามแน่นอน ถ้าเขารักกันจริงๆ เงื่อนไขต่างๆ มันจะไม่สำคัญ ก็อยากให้ลองไปสัมผัสดูกัน แล้วจะรู้ว่ามันเป็นยังไง อย่างที่บอกเมื่อคนที่ได้ดูจะเข้าใจมากขึ้น ประเด็นเรื่องเพศเป็นเรื่องรองๆ มาก ในหนังเรื่องนี้จะได้ทั้งความรัก มิตรภาพของความเป็นเพื่อนค่ะ ส่วนเรื่องความคาดหวังนั้น คือออมรู้สึกว่าอยากทำงานให้ออกมาดีที่สุดมากกว่า ไม่ได้ตั้งไว้ว่าหนังจะต้องเปรี้ยงทำเงินมากมาย พี่นายก็บอกว่าเสี่ยงมากที่ทำ เพราะนักแสดงใหม่หมด หนังก็ต่างมาก ส่วนระยะเวลาในการถ่ายทำก็เกือบ 2 เดือนนะ แต่การเตรียมงานตั้งแต่เริ่มเลยรวมๆ แล้วก็ใช้เวลา 2 ปีกว่าค่ะ สุดท้ายก็อยากฝากถึงหนังเรื่องนี้ว่า ยังไงก็ติดตามผลงานกันนะคะ 16 ธันวาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้นักแสดง ทีมงานทุกคนตั้งใจทำมาก อยากให้มาสัมผัสความรักในอีกรูปแบบนึง คิดว่าปัจจุบันนี้สัมผัสได้ยากแล้ว อยากให้มาใกล้ชิดกับหัวใจตัวเองมากขึ้นกับความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น แล้วคุณก็จะมีความสุขไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้ค่ะ" ทั้งคู่กล่าว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง