อุ๊บ๊ะ!ทวิตศอ.รส.ทวีตเรื่องส่วนตัว ระบุไป'สิงคโปร์-ได้เมียกลับบ้าน'

วันที่ 19 เม.ย. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในทวิตเตอร์ของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ซึ่งใช้ชื่อว่า "ศอ.รส. @capopolice" ได้ทวีตข้อความส่วนตัว ซึ่งเชื่อมต่อกับอินสตาแกรม ซึ่งคาดว่าเป็นของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลทวิตเตอร์ของ ศอ.รส. ระบุข้อความดังนี้ "ข้าวปลา ไม่รับประทาน แต่ขอกาแฟเติมพลัง ก่อนข้ามไปสิงคโปร์...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

จระเข้ยักษ์ ไอ้ด่างเกยชัย          ฉายเมื่อปี พ.ศ.2531 ( ค.ศ.1988) (ย้อนอดีตหนังไทย)

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2554 03:53:49 น.
ชื่อหนัง จระเข้ยักษ์ ไอ้ด่างเกยชัย
ผู้สร้าง แกรนด์ เอนเตอร์เทนเม้นต์
ผู้กำกับ ทิฆัมพร

ผู้แสดง บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ / สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์ / ราตรี วิทวัส / วีรยุทธ รสโอชา / อภิวัฒน์ เมธา / ดามพ์ ดัสกร / จุ๋มจิ๋ม เข็มเล็ก.

ดนตรีประกอบ มนตรี อ่องเอี่ยม

จระเข้ยักษ์ ไอ้ด่างเกยชัย เป็นหนังที่ออกฉายเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2531 นับว่า เป็น ช่วงจังหวะเวลาที่ เอื้อประโยชน์ให้กับหนังเรื่องนี้อย่างมาก เนื่องมาจากในช่วง ปี พ.ศ. 2531 หนังไทย ที่ถูกนำออกมาฉาย ส่วนใหญ่ยังเป็นหนังในแนวพื้นๆ คือ รัก ตลก บู๊ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ เท็คนิค อะไรมากนัก ผิดกับ หนังเรื่อง จรเข้ยักษ์ไอ้ด่างเกยชัย ที่ ฉีกแนวออกมาจากแนวพื้นๆ ต้อง ใช้เทคโนโลยี ในการถ่ายทำ สร้างฉาก เพื่อให้ดูสมจริงสมจังเกี่ยวกับ การปรากฎตัว และ การต่อสู้ระหว่างคนกับจรเข้ จึงน่าจะเป็น จุดเด่น ที่จะส่งให้หนังเกิดความแปลกแยก จากหนังเรื่องอื่นๆได้ไม่น้อย

ผู้สร้าง จระเข้ยักษ์ ไอ้ด่างเกยชัย ออกตัวไว้ก่อนที่จะเข้าเรื่องว่า หนังเรื่องนี้สร้างมาจากข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงใน ปี 2507 ที่ มีข่าวลงหนังสือพิมพ์รายวัน ทุกฉบับ ออกข่าวกันอย่างต่อเนื่องนานถึง 45 วัน เรียกว่า ออกข่าวกันตั้งแต่ จรเข้ ออกอาละวาด จนถูกปราบปรามได้สำเร็จ

แม้ว่า หนังเรื่องนี้ จะสร้างจากพื้นฐานจริง ที่เกิดขึ้นจนเป็นที่รู้จักกันไปทั้งประเทศ แต่โดยรูปแบบของการนำเสนอ ผู้สร้าง ยังคงเขียนบทในแนวภาพยนตร์ มิใช่ แนวสารคดีที่จะบอกให้ทราบถึง เรื่องราวความเป็นมาที่เกิดขึ้นในอดีต จึงทำให้หนังเรื่องนี้ ยังคง เต็มไปด้วย รสนิยมของหนังไทย ที่ประกอบด้วย รัก ตลก บู๊ อิจฉาริษยา ชิงรัก หักสวาท จนทำให้ น้ำหนักของ จรเข้ ลดน้อยลงไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ถ้ามองถึงแค่แนวความสนุกสนาน ก็ต้องยอมรับกันว่า หากหนังไทย ขาดรสชาติหลากหลาย ผู้สร้างก็คงไม่ค่อยสบายใจนักว่าจะมีคนเข้าไปอุดหนุนหรือไม่

จรเข้ยักษ์ ไอ้ด่างเกยชัย จึง เป็นหนังที่เต็มไปด้วย บรรยากาศแบบไทยๆ แม้ว่า แนวของเรื่องจะไม่ได้บ่งบอกเอาไว้ให้เป็นอย่างนั้นเลย

เรื่องราวของ ไอ้ด่างเกยชัย นับตั้งแต่หนังเรื่องนี้นำมาออกฉายเป็นครั้งแรก พอต่อมาถึงปี พ.ศ. 2548 ก็ ถูกนำมาสร้างอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้ชื่อว่า "โคตรเพชรฆาต" จึงนับได้ว่า ชื่อเสียงของจรเข้ยักษ์ตัวนี้ ดังไม่เบาจริงๆ

สำหรับเนื้อเรื่องโดยย่อของ จรเข้ยักษ์ ไอ้ด่างเกยชัย เปิดขึ้น โดยนักช็อตปลา ด้วยไฟฟ้า สองคนพ่อลูก ถูก จรเข้ยักษ์ ฆ่าตาย จากนั้น เจ้าจรเข้ตัวนี้ก็ออกไปอาละวาด ในงานกฐินของวัดแห่งหนึ่งที่มีผู้คนมาร่วมงานมากมาย การอาละวาดครั้งนี้ของจรเข้ยักษ์ อยู่ในสายตาของคนบนฝั่งนับร้อย แต่ไม่มีใครสามารถทำร้ายเจ้าจรเข้ตัวนี้ ได้ต้องปล่อยให้มันลอยนวลหายไป

จากนั้น ข่าวคราวการออกทำร้าย และ กินคนของจรเข้ตัวนี้ก็เพิ่มปริมาณมากขึ้น พร้อมๆกับ มีเรื่องราวของการ เข้าทรงเจ้า เพื่อ จะค้นหาประวัติความเป็นมาของจรเข้ และ มีหมอปราบจรเข้ จากย่านต่างๆ อาสาเข้ามาปราบปรามมากมาย แต่ทุกคนต่างก็คว้าน้ำเหลว และเอาชีวิตมาเป็นเหยื่อของ จรเข้ยักษ์ทั้งนั้น

การนำเอาเรื่องราวเหล่านี้เข้ามา แจม ในเนื้อเรื่อง ยังคงเป็น แนวทาง สูตรสำเร็จของหนังไทย คือ ไม่ว่าจะเป็น คนทรงเจ้า เข้าทรง หมอจรเข้ ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ เป็น บทสมทบเพื่อมาสร้างสีสรรให้กับเนื้อหา ในแง่มุมของความตลก ขบขันทั้งสิ้น

ในเวลาเดียวกับ การปราบเจ้าจรเข้ยักษ์ตัวนี้ก็ได้รับการสนับสนุนจาก ภาครัฐ โดยส่ง ตำรวจตระเวณชายแดนเข้ามาร่วมปราบปรามด้วยอาวุธที่ร้ายแรง

บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ คือ ตำรวจในหน่วยกองพันเสือดำที่ถูกส่งออกมาปราบปรามจรเข้ยักษ์ หนังมิได้ เน้นกลยุทธ์ในการปราบปรามจนเด่นชัดมากนัก แต่ผูกเรื่องเป็น เรื่องราวของความรักระหว่างหนุ่มและสาวไปตามสูตรสำเร็จของหนังไทย

เมื่อการปราบปรามถูกส่งมาจากแหล่งต่างๆ ทำให้เกิดพฤติกรรมหลากหลาย แบบว่า มีทั้ง การใช้อาคม การใช้อาวุธปืนพื้นบ้าน และการใช้อาวุธสงคราม กว่า จรเข้ยักษ์จะถูกปราบปรามลงได้ เรื่องวุ่นๆก็ทำให้คนดูได้รับความบันเทิงครบตามสูตร

มีฉากต่อสู้ระหว่างจรเข้กับคน ที่เป็น ฉากเด่นไม่น้อย เมื่อ นักล่าจรเข้สองคน คือ ดามพ์ ดัสกร กับ นักแสดงคิวบู๊อีกคน ที่ กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับจรเข้ ว่ากันว่า ได้รับความร่วมมือจาก ฟาร์มจรเข้สามพราน ที่ทำให้ จรเข้ทุกตัว และพฤติกรรมของจรเข้ที่ปรากฎให้เห็นมีความสมจริงสมจังมากขึ้น

ใครที่ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว หากจะลองเอา เรื่อง โคตรเพชรฆาต ที่ ถูกสร้างขึ้นมาอีกครั้งในปี 2548 มาดูเปรียบเทียบกัน น่าจะได้เห็น วิวัฒนาการของการสร้างหนังไทยของคนไทยได้ไม่น้อยทีเดียว

จรเข้ยักษ์ ไอ้ด่างเกยชัย ที่ยังมีวางขายอยู่บนตลาด ดีวีดี เวลานี้ ที่มี ความคมชัดของภาพดีพอสมควร ไม่ทำให้เสียอารมณ์เท่าไรนัก

ชนิตร ภู่กาญจน์
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง