สุเทพ เตรียมนำม็อบเดินสายเรียกแขกบริษัท การบินไทย

สุเทพ เตรียมนำผู้ชุมนุมเดินทางไปบริษัท การบินไทย เพื่อเชิญชวนพนักงานการบินไทยร่วมต่อสู้กับกลุ่ม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นัดหมายผู้ชุมนุมจากเวที สวนลุมพินี เตรียมเคลื่อนขบวน ในเวลา 10.00 น....อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

อ.ส.ค.เพิ่มกฎเหล็กโครงการนมโรงเรียน ตัดหางผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 21 เมษายน 2554 01:53:14 น.

นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการรักษาการหัวหน้าสำนักบริหารงานคณะกรรมการกลางนมโรงเรียน องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมที่มีคุณภาพจริงๆ และต้องการให้การบริหารจัดการงบประมาณในการจัดซื้อนมโรงเรียนปีละ 1.4 หมื่นล้านบาทของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ตามเจตนารมณ์ที่ต้องการให้เด็กไทยได้ดื่มที่มีคุณภาพ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและพลานามัยที่ดีของเด็กไทยในอนาคต ซึ่งเทอมที่จะถึงนี้มีเด็กได้ดื่มนมฟรีถึง 7.9 ล้านคนทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม อนุกรรมการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน จึงได้ปรับปรุงและเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการนมโรงเรียน ในภาคเรียนที่ 1/2554 ใหม่ ให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น อาทิ กำหนดให้ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ จะต้องมีหนังสือรับรองการซื้อขายน้ำนมดิบระหว่างแหล่งน้ำนมดิบที่ระบุอยู่ใน MOU กับผู้ประกอบการที่เป็นปัจจุบัน และต้องรับซื้อตลอด 365 วัน ตามราคาและมาตรฐาน คุณภาพการรับซื้อน้ำนมดิบ ที่คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมกำหนด และยังแก้ไขให้การจัดสรรสิทธิการจำหน่ายตาม MOU ปี 2553 - 2554 ที่ทำกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะต้องสอดคล้องกับปริมาณน้ำนมดิบที่รับซื้อจริง โดยน้ำนมดิบ 1 ตัน จะได้รับสิทธิจำหน่ายให้เด็กนักเรียนจำนวน 6,720 คน ซึ่งปีนี้จำนวนเด็กที่ได้รับงบประมาณดื่มนมฟรีมีจำนวน 7,953,635 คน

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้ผู้ประกอบการดำเนินการจัดส่งนมโรงเรียนให้กับ อปท.และโรงเรียนเอกชนตามสัญญาซื้อขาย โดยสัญญาซื้อขายให้ระบุงวดการชำระเงินค่านมโรงเรียนเป็นรายเดือน เมื่อผู้ประกอบการส่งนมครบถ้วนในแต่ละงวดแล้ว ให้รับหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องค่านมโรงเรียนจาก อ.ส.ค.เพื่อดำเนินการเบิกเงินจาก อปท.และโรงเรียนเอกชนต่อไป รวมทั้งยังได้ปรับปรุงกฎเกณฑ์ในการขนส่งและเก็บรักษานมโรงเรียนใหม่ โดยกำหนดให้นมพาสเจอร์ไรส์ต้องขนส่งด้วยรถห้องเย็น มีความเย็นที่อุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส โดยการขนส่งจะต้องรักษาความเย็นไว้ตลอดเวลา ส่วนนม ยู.เอช.ที ต้องขนส่งด้วยรถบรรทุกที่มีตู้หรือหลังคาหรือผ้าใบปิดมิดชิด โดยบรรจุในลังกระดาษ ไม่ควรซ้อนลังสูงเกิน 10 ชั้น รวมทั้งผู้ประกอบการต้องแจ้งรายชื่อผู้รับจ้างขนส่งนมให้ อ.ส.ค.และกำกับดูแลคุณภาพและบริการของผู้รับจ้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างเข้มงวด และให้ อ.ส.ค.แสดงบัญชีรายชื่อผู้รับจ้างขนส่งนมของผู้ประกอบการแต่ละรายบนเว็บไซต์ของ อ.ส.ค.เพื่อให้ อปท.และโรงเรียนเอกชนสามารถตรวจสอบรายชื่อสำหรับติดต่อประสานงานการจัดส่งนมโรงเรียนได้

ทั้งนี้ นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังได้เพิ่มเติมหลักเกณฑ์ใหม่กำหนดให้ผู้ประกอบการรายใหม่ จะต้องมีประวัติการดำเนินงานที่ผ่านมาในตลาดพาณิชย์มาก่อน และมีแผนธุรกิจที่แสดงว่าสามารถบริหารจัดการน้ำนมดิบตาม MOU ตลอด 365 วัน และที่จะเพิ่มขึ้นในแต่ละปี โดยแจ้งความประสงค์ให้คณะกรรมการกลางทราบล่วงหน้า 1 ปี ยกเว้นผู้ประกอบการที่สร้างโรงงานแปรรูปนมเสร็จแล้วก่อนประกาศหลักเกณฑ์ฉบับใหม่บังคับใช้ โดยผู้ประกอบการดังกล่าวจะต้องมีแหล่งน้ำนมดิบรับซื้อที่ระบุอยู่ใน MOU นมโรงเรียนในปัจจุบันด้วย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ไม่ปฎิบัติตามหลักเกณฑ์และแนวทางปฎิบัติโครงการนมโรงเรียน หรือให้ข้อมูลเท็จกับคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนมที่ผลิตและจำหน่ายไม่ได้คุณภาพที่กำหนด จะไม่ได้รับสิทธิการจำหน่ายนมโรงเรียนอย่างเด็ดขาด

สำหรับราคาจัดซื้อนมโรงเรียนก็ได้ปรับใหม่ ดังนี้ นมพาสเจอร์ไรส์ จากเดิมถุงละ 6.16 บาท เป็น 6.37 บาท ส่วน นม ยู.เอช.ที จากเดิมกล่องละ 7.40 บาท เป็น 7.61 บาท ส่วนชนิดซองจากเดิมซองละ 7.30 บาท ปรับเป็นซองละ 7.51 บาท โดยราคาดังกล่าวเป็นราคาจำหน่ายเท่ากันทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง