เกาะติดสถานการณ์รัฐประหาร ๕๗
18:04 คสช.ปัดห้าม'ปู-แม้ว'บินอินเดีย 'วินธัย'ระบุไม่มีคำสั่งหรือขอร้อง   22 ต.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนต…
17:01 'แม้ว-ปู-ไปป์'เริงร่าหม่ำเบอร์เกอร์ ยกเลิกทำบุญอินเดีย-อ้างคสช.ขอ   22 ต.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นของ น.ส.ยิ่ง…
17:01 'แม้ว-ปู-ไปป์'เริงร่าหม่ำเบอร์เกอร์ ยกเลิกทำบุญอินเดีย-อ้างคสช.ขอ   22 ต.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นของ น.ส.ยิ่ง…
17:01 'แม้ว-ปู-ไปป์'เริงร่าหม่ำเบอร์เกอร์ ยกเลิกทำบุญอินเดีย-อ้างคสช.ขอ   22 ต.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นของ น.ส.ยิ่ง…
16:58 ไฟเขียวสำรวจแหล่งปิโตรเลียม คาดโอกาสพบก๊าซ5ล้านลบ.ฟุต   22 ต.ค. 57 เมื่อเวลา13.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน …

การเลือกตั้งนอกเขตล่วงหน้าตลอดชาติ (บทความพิเศษ)

ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- จันทร์ที่ 4 กรกฎาคม 2554 01:48:47 น.

ในวันเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เพราะเหตุที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งว่า ให้ไปเลือกตั้งใช้สิทธิที่เลือกตั้งที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ ทำ

ให้เกิดปัญหาความสับสนแก่ประชาชนในการใช้สิทธิเลือกตั้งว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ตนไม่ได้ไปลง ทะเบียน ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ก็ได้รับแจ้งว่าในการเลือกตั้งครั้งก่อนได้มีการไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วง หน้านอกเขตเลือกตั้งไว้แล้ว หากจะใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ต้องไปลงทะเบียนแจ้งขอเปลี่ยนแปลงการขอใช้สิทธิเลือกตั้งก่อน หากไม่ได้ลงทะเบียนไว้ต้องกลับไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งที่เคยลงทะเบียนเลือก ตั้งล่วงหน้าและไปทำการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ ๑๕-๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๐ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐

ในกรณีนี้จึงมีประเด็นที่น่าขบคิดว่า ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ นี้จะมีผู้ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งเพราะเหตุไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง จำนวนเท่าใด จากจำนวนผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าและไปทำการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๑๕-๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๐ จำนวน ๒,๐๙๕,๔๑๐ คน และไปทำการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร จำนวน ๘๐,๑๖๑ คน ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ และการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่วินิจฉัยการปฏิบัติตามมาตรา ๙๖ มาตรา ๙๗ มาตรา ๑๐๑ และมาตรา ๑๐๒ ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ผมเห็นว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก อันอาจส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหาความสุจริตและเที่ยงธรรมในการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ การวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่วินิจฉัยบทบัญญัติมาตรา ๙๖ มาตรา ๙๗ แห่งพระราชบัญญัติประ กอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ อันส่งผลให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ เพราะไม่เปลี่ยน แปลงการลงทะเบียนขอใช้สิทธิ และต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งตามที่เคยลงทะเบียนไว้แล้วตั้งแต่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นทั่วไป เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ เป็นวินิจฉัยข้อกฎหมายที่ขัดต่อหลักการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนตามมาตรา ๗๒ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และตัดสิทธิเลือกตั้งของประชาชนตามรัฐธรรมนูญโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจ

ด้วย เหตุผลว่า หลักการของการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าของประชาชนเป็นมาตรการหนึ่งในหลักการให้การไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมากอันอาจแก้ไขปัญหาความชอบธรรมทางการเมืองตลอดจนอาจแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทุจริตการเลือกตั้ง หากพิจารณาแล้วจะพบว่าหลักการดังกล่าวจะประกอบด้วย หน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง การแจ้งเหตุการณ์ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการไปเลือกตั้ง

เมื่อหลักการตามรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการไปเลือกตั้ง การกำหนดให้มีการเลือกตั้งนอกเขตและการเลือกตั้งล่วงหน้าจึงเกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองการไปใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน และเพื่อให้เกิดการป้องกันการทุจริตและคุ้มครองสิทธิเลือกตั้งของประชาชนไปพร้อมกัน จึงต้องมีการหลักการของการลงทะเบียนการใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง และการเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ในมาตรา ๙๔ - มาตรา ๑๐๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐ ธรรมนูญฯ(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยมีหลักการสำคัญอยู่ที่มาตรา ๙๖ มาตรา ๙๗ มาตรา ๑๐๑ และมาตรา ๑๐๒ และจากการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้ประกาศข้อควรระวังเกี่ยวกับการเลือกตั้งล่วงหน้าว่า การลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตฯ ใช้ได้กับการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. เท่านั้น ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่น ผู้ลงทะเบียนจะต้องกลับไปใช้สิทธิ ณ ท้องที่ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ผู้ที่ลงทะเบียนฯ ต้องไปใช้สิทธิได้ในวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๔ เท่านั้น จะไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ได้ และการลงทะเบียนฯ จะมีผลผูกพันไปตลอดจนกว่าผู้มีสิทธิฯ จะยื่นหนังสือขอยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง

จากข้อควรระวังดังกล่าวเป็นผลจากการตีความในมาตรา ๙๗ วรรคสอง ที่บัญญัติว่า "...ให้ผู้ลงทะเบียนตามวรรคหนึ่งมีสิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งเมื่อได้ลงทะเบียนก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสามสิบวัน โดยให้ใช้สิทธิเลือกตั้งในจังหวัดที่ตนลงทะเบียนไว้และให้หมดสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งเดิมที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้ จนกว่าจะมีการลงทะเบียนเปลี่ยนแปลง ในการนี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งบันทึกการลงทะเบียนขอใช้สิทธิดังกล่าวไว้ในทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อใช้ในการจัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย..."

แต่การตีความของคณะกรรมการการเลือกตั้งในครั้งนี้ก่อให้เกิดผลประหลาดในการเลือกตั้งและไม่สอดคล้องกับ "หลักการอำนวยความสะดวกของประชาชน" ส่งผลให้ประชาชนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เท่ากับคณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยเป็นการตัดสิทธิการใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชนโดยที่ไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ เพราะว่า เมื่อมีการแก้ไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้เปลี่ยนแปลงจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากระบบเขตเลือกตั้ง ๔๐๐ คน และระบบบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน เป็นระบบเขตเลือกตั้ง ๓๗๕ คนและระบบบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คน เปลี่ยนการลงคะแนนให้เป็นลงได้ ๑คน ต่อเขต ส่งผลให้เขตเลือกตั้งมีขนาดเล็กลง เท่ากับมีการเปลี่ยนเขตเลือกตั้งใหม่ การมีสิทธิเลือกตั้งและการไปใช้สิทธิเลือกตั้งมีความผูกพันกับ "เขตเลือกตั้ง" ไม่ใช่ "หน่วยเลือกตั้ง" เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง เท่ากับล้างเขตเลือกตั้งเดิมเมื่อปี ๒๕๕๐ และกำหนดใหม่ ประชาชนไม่ได้ใช้สิทธิในเขตเลือกตั้งเดิมอีก นอกจากนี้การกำหนดหน่วยเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๐ ก็ต้องกำหนดใหม่ตามการแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นหน่วยเลือกตั้งใหม่ตามเขตเลือกตั้งใหม่ ไม่ใช่หน่วยเลือกตั้งเดิมในความหมายทางกฎหมาย ถึงแม้จะใช้ที่เดิมในการกำหนดหน่วยเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลว่าการกำหนดหน่วยเลือกตั้งเป็นไปตามข้อมูลของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้เกณฑ์ ๘๐๐ คนเป็นประมาณ ตามการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของประชา ชน และต้องกำหนดใหม่ทุกครั้งที่เกิดการเลือกตั้งแต่ละครั้งตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาฯ ประชาชนจะรู้ได้อย่างไรว่าตนจะใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตใดและหน่วยใด??????

และหากพิจารณาไปถึงการไปใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรและ จะพบว่าเกิดผลประหลาดจากการตีความทางกฎหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย เพราะหากถือการตีความดังกล่าวกับการอำนวยความสะดวกของประชาชนแล้วจะพบว่า ผู้ใดไปใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรหากไม่ไปเปลี่ยนแปลงตามการตีความของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้นั้นต้องขึ้นเครื่องบินไปใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรตลอด ดังนั้นการขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่อาจนำเอาการลงทะเบียนการเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งเมื่อ ปี ๒๕๕๐ มาใช้กับการเลือกตั้งในวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ได้

เมื่อไม่สามารถนำการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขต เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๐ มาใช้กับการเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ดังกล่าวข้างต้น การที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดว่าการลงทะเบียนฯ จะมีผลผูกพันไปตลอดจนกว่าผู้มีสิทธิฯ จะยื่นหนังสือขอยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง จึงเป็นการกำหนดที่ขัดต่อหลักการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ตามมาตรา ๗๒ วรรคสามของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาฯ ส่งผลเท่ากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง วินิจฉัยข้อกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งโดยไม่รอบคอบ ขัดต่อหลักการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และหากประชาชนไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เพราะพื้นที่ห่างไกลกันแล้วการวินิจฉัยดังกล่าวจึงส่งผลเป็นการตัดสิทธิทำให้ประชาชนเสียสิทธิเลือกตั้ง โดยการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้งกำลังบอกว่า การเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งตลอดชีวิตนะครับ

คมสัน โพธิ์คง
สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง