'กำนัน'ประกาศเดินขบวนพรุ่งนี้ ปลุกมวลชนเข้ากรุงวันตัดสิน'ปู'

16 เม.ย. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.ที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้ปราศรัยที่เวทีสวนลุมพินี หลังจากสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ตอนหนึ่งว่า เรามีภารกิจที่จะทำร่วมกันในช่วงสุดท้ายของการต่อสู้ นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป (17 เม.ย.)...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

ศิลปินกับงานศิลป์...ยอดชาย เมฆสุวรรณเศรษฐีที่ดิน ที่เคยถูกหยามว่าเอาเงินฝังดิน (Star Retro)

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน 2554 01:47:32 น.

หากนึกทบทวนความหลังย้อนยุค สมัยที่ดาวจรัสแสงยังมีไม่มากจนล้นหลาม วงการบันเทิงเช่นทุกวันนี้ หลายคนที่อายุเกิน 35 ปีขึ้นไป คงยังมีภาพความทรงจำของพระเอกขวัญใจประชาชนในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี พระเอกซึ่งได้รับความนิยมสูง นามว่า "ยอดชาย เมฆสุวรรณ" คนนี้เชื่อว่าเส้นทางสายมายาของเขานั้นเกิดขึ้น มาจาก "ดวง" ที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้วล่วงหน้า

"ตอนเด็กๆ พ่อผมเอาดวงของผมไปให้หลวงปู่องค์หนึ่งดูดวง ท่านก็บอกว่าโตขึ้นผมจะต้องมีอาชีพขายเงากิน ตอนนั้นพ่อกับผมยังไม่เข้าใจ พอโต ขึ้นมาหน่อยอาก็ให้ผมลองไปสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย ก็มีเหตุการณ์พลิกผันไม่สามารถไปสอบได้ พอคิดจะเรียนด้านศิลปะก็มีปัญหากับอธิการบดี จนมาเลือกเรียน ที่คณะบริหารการตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้า จบมาก็ได้ทำงานที่บริษัท บาจา ในตำแหน่งดิสเพลย์โชว์วินโดว์ มีหน้าที่ออกไปดูแลการจัดตู้โชว์ต่างๆ ของร้านบาจา ซึ่งถ้ายังแต่งไม่สวย ผมก็จะต้องไปแต่งไปปรับปรุงให้มันสวยขึ้น

วันหนึ่งขณะที่ผมกำลังจัดตู้โชว์ที่ร้านบาจา สาขาสยามสแควร์ ขณะที่ยืนอยู่ในตู้โชว์ คุณพ่อสุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม ดาวตลกของเมืองไทยในยุคนั้น เดินผ่านมาเห็นเข้าพอดี จึงเรียกผมมาคุย และถามว่าอยากเล่นหนังมั้ย..."

หลังจากนั้นไม่นานชื่อของยอดชาย ก็เริ่มเป็นที่สนใจของผู้คน เมื่อภาพยนตร์เรื่องแรก "น้ำใจพ่อค้า" เข้าฉาย และ เขากลายมาเป็นพระเอกที่โด่งดังสุดขีด จากภาพยนตร์เรื่อง "พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ" คู่กับ ภาวนา ชนะจิตร ดาราที่โด่งดัง สุดขีดในวันนั้น โดยฝีมือการกำกับของ พันคำ สีบุญเรือง หลังจากนั้นภาพยนตร์ และละครไทยอีกกว่า 200 เรื่อง จะต้องมี "ยอดชาย" รับบทพระเอก หรือบทเด่นๆ มาโดยตลอด แต่แล้วจู่ๆ ในปี 2519 ยอดชาย เมฆสุวรรณ ตัดสินใจแขวนเงา เดินออกจากวงการมายา ในขณะที่เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของตัวเอง

"ตอนนั้นผมมีลูกแล้ว ก็ต้องคอยดูแลลูก ทำให้ไม่มีเวลาเหมือนก่อน เลยไม่สามารถที่จะรับงานได้ อีกอย่าง ในช่วงนั้นก็เริ่มที่จะมีคนหน้าใหม่ๆ เข้ามา ที่สำคัญผมคิดว่านานวันเข้าค่าตัวของผมก็คงไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย บทที่แสดงคงจะตกต่ำลงไปเรื่อยๆ เลยตัดสินใจ ก้าวออกมาในขณะที่กำลังโด่งดังดีกว่า

เมื่อไม่มีงานแสดง ผมก็ต้องหารายได้จากด้านอื่นเพื่อมาเลี้ยงครอบครัว หันไปทำธุรกิจด้านที่ดิน ซื้อที่มาแล้ว ขายไป อีกอย่างผมเป็นคนชอบของเก่า ก็จะรับซื้อของเก่าๆ มาขาย เป็นพวกเฟอร์นิเจอร์ ของโบราณ แล้วก็มีธุรกิจ บ้านเช่านิดหน่อย พออยู่ได้ "

ทางด้านหุ้นส่วนชีวิต คุณจิตร- สมถวิล เมฆสุวรรณ คือสตรีที่พระเอกชื่อดังชวนให้มาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเพราะเห็นเหมาะสมที่จะเป็นแม่ของลูกที่สุด

"ผู้ที่จะมาเป็นภรรยาของผม ต้องเป็นผู้หญิงที่มีลักษณะของความเป็นแม่ที่ดี ให้กับลูกที่จะเกิดมา ประเภทเล่นการพนัน เที่ยวเตร่ กินเหล้าเมายา ใช้เงินเก่งนี่ผมไม่มองเลย ภรรยามีส่วนสำคัญมากที่สุดในครอบครัว ถ้าภรรยาไม่รู้จักบริหารเงิน ต่อให้มีเงินเท่าไหรก็หมด ท้ายที่สุดแล้ว บั้นปลายชีวิตของคนในครอบครัวก็ลำบาก สำหรับคุณจิตร ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาพิสูจน์ให้ผมเห็นว่า ผมเลือกคนมาเป็น คู่ชีวิตไม่ผิดจริงๆ"

เมื่อมีมารดาที่ดี ลูกทั้ง 3 คน "นนท์" วงศ์สมรรถ- "โน้ต" วรรธนศม และ "หนุ่ม" ชมวิชัย ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

"ผมจะสอนพวกเขาเป็นประจำ ชี้ให้เห็นว่าถ้าเขาทำอย่างนั้น อย่างนี้แล้วชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ก็จะบอกพวกเขาเสมอว่าเราเห็นอะไรมาเยอะ เห็นการเกิด-แตก-ดับ มาตลอด ส่วนใหญ่ผมจะเอาธรรมะของพระพุทธเจ้ามาสอน ผมไม่ได้เข้มงวดอะไรมาก แต่ว่าจะสอนให้เขาซึมซับทีละเล็กทีละน้อย ส่วนเรื่องทางเดินของพวกเขา ผมจะให้พวกเขาเป็นคนตัดสินใจเอง ไม่ได้กะเกณฑ์ว่าต้องไปทางนั้นต้องไปทางนี้ แต่พอพวกเขาเจอปัญหา หรืออยากปรึกษาอะไร ผมก็จะคอยให้คำปรึกษา กับพวกเขาตลอด"

เป็นธรรมดาของลูกไม้ที่ย่อมหล่นไม่ไกลต้น ลูกทุกคนจึงได้เลือดศิลปินจากผู้เป็นพ่อมาอย่างเต็มเปี่ยม และตอนนี้ กำลังมีผลงานด้านการแสดง พร้อมทั้งยังช่วยพากย์เสียงการ์ตูนแอนิเมชั่นให้กับทาง "ค่ายดีด้า" อีกด้วย

ปัจจุบัน ยอดชาย เมฆสุวรรณ ในวัย 67 ปี นอกจากจะมีงานแสดงให้เราเห็นแล้ว เวลาว่างของนักแสดงรุ่นลายครามท่านนี้ก็ทุ่มเทให้กับงานศิลปะ ซึ่งเป็นความสนใจมาตั้งแต่วัยหนุ่ม

"ผมสนใจงานศิลปะมานานแล้ว ตั้งแต่ตอนหนุ่มๆ หลังจบ ม.8 เคยไปสอบ ติดที่มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่มีปัญหาบางอย่างทำให้ผมไม่มีโอกาสได้เรียน ยิ่งพอมาแสดงภาพยนตร์ก็เลยไม่มีเวลา แม้ว่าจะไม่ได้เรียนแต่ผมก็ไม่เลิกความสนใจในงานด้านนี้นะครับ ผมจะซื้อหนังสือ ซื้อตำราต่างๆ มาศึกษาด้วยตัวเองตลอด ว่างจากงานแสดง ผมก็จะเอาเวลาไปปั้นหุ่นขี้ผึ้ง ปั้นอนุสาวรีย์ นี่พึ่งจะปั้นอนุสาวรีย์ของพระยาภักดีนรเศรษฐ์ ซึ่งเป็นเจ้าของปาร์คนายเลิศ เสร็จ

รูปปั้นต่างๆ ที่เห็นอยู่ในบ้านนี้เพิ่ง จะมาเริ่มปั้นอย่างจริงๆ จังๆ ก็เมื่อประมาณ 6-7 ปีมานี่เอง เพราะผมมีความคิดว่าเรา อยู่ในวงการบันเทิง น่าจะทำประโยชน์อะไรให้กับวงการบันเทิงบ้าง ก็เลยอยากจะปั้นบุคคลเก่าๆ เหล่านี้เอาไว้ให้เด็ก รุ่นหลังได้รู้จัก ปูชนียบุคคลเหล่านี้จะได้ไม่ถูกลืม"

นอกจากงานปั้นแล้วยอดชายยังมี ผลงานศิลปะด้านการเขียนภาพเหมือนบุคคล และดารารุ่นเก่าที่สำคัญๆ เอาไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นชม ผลงานทั้งหมด ที่สร้างเสร็จแล้ว และที่กำลังจะปรากฏ จะถูกเก็บรวบรวมเอาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์ที่กำลังเริ่มก่อสร้าง ในเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ริมถนนปิ่นเกล้า ใกล้พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง

"ตอนนี้พิพิธภัณฑ์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นการทำแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป คงพูดอะไรไม่ได้มากเพราะเพิ่งจะเริ่ม ไม่ใช่ ต้องรีบทำให้เสร็จโดยเอาที่ไปจำนอง ผมไม่ต้องการให้ลูกๆ ต้องมารับกับภาระหนี้สินที่หลัง เสร็จเมื่อไรก็เมื่อนั้น"

ส่วนเรื่องของค่าเข้าชมในอนาคตนั้น ยังไม่มีการกะเกณฑ์กำหนดราคา เพราะพระเอกคนนี้ต้องการเพียงเพื่อเอาไว้เป็นค่าบำรุงสถานที่เท่านั้น ไม่หวังกำรี้กำไรหรือผลตอบแทนที่เป็นเงินทอง แต่ต้องการ สร้างผลงานที่ตนรักไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ให้บุคคลรุ่นหลังหันมาสนใจศิลปะไทย ได้รู้จักกับบุคคลรุ่นเก่าๆ ที่บางคนอาจจะลืมเลือนไปบ้างแล้วตามกาลเวลา

แต่ในส่วนของ "คนมายา" เขาได้ลูกชาย ชมวิชัย (หนุ่ม) เมฆวิเชียร มาเล่นละครเหมือนสืบต่อสายเลือด โดยมีผลงานล่าสุดคือ "เพลงรักบ้านนา" ที่ กำลังแพร่ภาพทางช่อง 7 สีวันนี้

ยอดชาย เมฆสุวรรณ ชื่อจริง วิเชียร (ชื่อเล่น: เปี๊ยก) เกิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2488 [1] เป็นนักแสดงชาวไทย เข้าสู่วงการหลังการเสียชีวิตแล้วของ มิตร ชัยบัญชา ในปี พ.ศ. 2513 โดยคำชักชวนของ สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม ดาวตลก ได้ชักชวนให้พบกับ อัมพร ประทีปเสน ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ไทย โดยไปพบเจอยอดชายขณะเป็นเซลส์แมนขายรองเท้าในตู้โชว์ที่สยามสแควร์ ได้แสดงเป็นพระเอกในภาพยนตร์เรื่องแรกคือ "น้ำใจพ่อค้า" และแจ้งเกิดได้สำเร็จ

ยอดชายเป็นพระเอกที่มีนางเอกคู่ขวัญคือ ภาวนา ชนะจิตร มีผลงานร่วมกันหลายเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นแนว พ่อแง่แม่งอน กุ๊กกิ๊ก ที่ดังก็ "พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ" และได้แสดงกับสุภัค ลิขิตกุล นางเอกก้านยาวที่ก้าวมาจากเวทีนางงาม ทั้งสองจับคู่กันอยู่หลายเรื่อง มีผลงานของเขาที่เล่นด้วยกัน เช่น "นางร้อยชื่อ"-"สาวเกาะสมุย"- "แม่ผัว"- "แรกรัก"- "แม่นาคพระโขนง"- "แม่นาคอาละวาด"

งานหนัง-งานละคร ของยอดชาย เมฆสุวรรณ มีกว่า 200 เรื่อง และยังมีต่อเนื่องไม่ขาดสาย อย่างเช่น เรื่อง "น้ำใจพ่อค้า" ที่เป็นเรื่องแรก "พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ"-"แม่นาคพระโขนง"-"แรงรัก"-"หนุมานพบเจ็ดยอดมนุษย์"-"วิวาห์ เงินผ่อน"- และเป็นพระมหานาคในหนังใหญ่ "สุริโยไท"

ยอดชาย นับว่า เป็นคน "มีดวง" กับทั้งการแสดง และเรื่องที่ดิน ในช่วงที่เขาพอมีเก็บ จากการที่เคยถูกกดดันจากผู้ใหญ่ฝ่ายคนรัก ที่มาเป็นภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากในวันนี้ เขาเหมือนถูกข้อกล่าวหามาตลอดว่า ไม่มีหลักฐานงานการ ไม่มั่นคง เมื่อได้เงินมาเท่าไหร่ ยอดชาย ทุ่มเทซื้อที่ดินไว้หมด มิไยที่เพื่อนใกล้ชิดจะเตือนว่า เอาเงินมาจมทำไม

วันนี้เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คุณค่าของเงินที่ได้จากที่ดินนั้น ทำให้เขาเป็นมหาเศรษฐีในวันนี้ ที่ดิน แปลงเล็กแปลงน้อย ที่เขาปล่อยขาย ทำเงินให้เขาบางแปลงถึง 10 ล้านบาท

วันหน้าหวังเหลือเกินว่า พิพิธภัณฑ์ที่เขาจะเปิดในเร็ว วันนี้ จะเป็นที่สร้างชื่อเสียง และสร้างเงินให้สร้างงานที่หวังไว้ต่อไป

คนดังวันนี้ เป็นดาราดังอีกคนที่มีฐานะเศรษฐี ที่น่าจะเป็นตัวอย่างให้กับดารารุ่นน้อง ที่จะต้องรู้คุณค่าของเงิน

อาร์ม สีทอง
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง