'สุเทพ'เตือนศาลรธน.ระวังเล่ห์'ปู' ชี้หลักฐานชัด-30เม.ย.เปิดแผนสู้

23 เม.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวปราศรัยบนเวทีมวลมหาประชาชน สวนลุมพินีว่า ได้พามวลชนออกไปพบกับพนักงาน กฟน.ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี มอบเงิน ดอกไม้ และกำลังใจให้กัน ได้หารือกับผู้ใหญ่ของ กฟน. บรรยากาศเป็นกันเองมาก แทบไม่ต้องอธิบายเจตนารมณ์ของการต่อสู้เลย...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

ชายกลางแห่งบ้านทรายทอง ของ ก.สุรางคนางค์ พระเอกผู้หวนกลับมารับบทนี้ 2 ครั้งในรอบ 7 ปี (Star Retro)

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม 2554 01:47:33 น.

มีข่าวเรื่องการจะนำนิยายดัง ที่เคยเป็นหนังและละครมาหลายครั้งหลายหน และเปลี่ยนตัวละครมาแล้วหลายคน นำมา สร้างใหม่

1 ในหลายเรื่องนั้น คือ "บ้านทรายทอง" และ 1 ในตัวละครที่แฟนๆ เฝ้าจับตามองนอกเหนือจากนางเอก "พจมาน สว่างวงศ์" แล้ว ก็คือ "ชายกลาง" และ 1 ในตัวละครที่รับบท "ชายกลาง" มาแล้ว ก็คือ พอเจตน์ แก่นเพชร

ที่คอหนัง-คอละคร ยอมรับว่า เขาเหมาะกับการเป็น
"ชายกลาง" มากที่สุด เนื่องจากบุคลิกที่นิ่ง- หนุ่ม-และนุ่มนวล

นิยายอมตะเรื่อง "บ้านทรายทอง" งานเขียนเลื่องชื่อจากปลายปากกาของ ก.สุรางคนางค์ นั้น เป็นบทประพันธ์ที่ทั้งส่งและสร้างคนบันเทิงให้เกิดในวงการมาแล้วนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะกับ บทชายกลาง แห่ง "บ้านทรายทอง" ยุคปี พ.ศ.2523 ก็คือ พอเจตน์ แก่นเพชร นักแสดงหน้าใหม่ของวงการบันเทิงในขณะนั้น

"ผมเริ่มเข้าวงการบันเทิง โดยการชักนำของ คุณจิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร ที่เราเรียกกันว่า "คุณนายแดง" (เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์) เป็นภรรยาของ พลตำรวจโท บันเทิง กัมปนาท แสนยากร และเป็นเจ้าของค่าย "จิรบันเทิงฟิล์ม" ที่วันนั้น โด่งดังมาก เพราะมี "นางเอก 3 ใบเถา" คือ เนาวรัตน์-สุพรรษา และ อำภา อยู่ในมือ "คุณเล็ก" กล่าวกับ "บันเทิงแนวหน้า"ด้วยบุคลิกที่เรียบง่ายเหมือนทุกครั้งที่ได้เจอกัน

"หนังเรื่องแรกที่ได้รับเล่นคือเรื่อง รอยลิขิต ตอนปี พ.ศ. 2519 ซึ่งตอนนั้นก็มี "พี่อี๊ด" สุประวัติ ปัทมสูต เป็นผู้กำกับฯ มี คุณอำภา ภูษิต-คุณสุพรรษา เนื่องภิรมย์ และก็ คุณสุชาติ คงเจริญ- คุณเมตตา รุ่งรัตน์ และ คุณกำธร สุวรรณปิยะศิริ ร่วมแสดง

มีคนแนะนำให้เลือกคนอื่น แต่ รุจน์ รณภพ ลั่น!! ต้องเป็น พอเจตน์..!!

...หลังจากนั้น "คุณนายแดง" ก็มีจดหมายแนะนำให้ไปหา คุณรุจน์ รณภพ ที่ ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น เพื่อที่จะไปดูตัว เล่นหนังเรื่อง บ้านทรายทอง ผมก็ไปพบคุณรุจน์ พอท่านได้เห็นผม ก็สั่งให้ไปตัดเสื้อผ้า ผมดีใจมากที่ได้แสดงเรื่องนี้คู่กับ จารุณี สุขสวัสดิ์ พระเอกที่ดัง ในตอนนั้นก็มีอยู่หลายคน แต่คุณรุจน์เลือกผม ซึ่งเป็นพระเอกใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์อะไรมากมาย ทำให้ไม่เป็นที่พึงพอใจของผู้ร่วมสร้างหนัง บ้างคัดค้านบ้างบอกให้เปลี่ยนตัวแสดง แต่คุณรุจน์ท่านก็ยังยืนยัน ที่จะเอาผมเป็น..ชายกลาง"

และเมื่อหนังเข้าฉาย ชื่อของ พอเจตน์ แก่นเพชร ก็แทรกคิวขึ้นมาเป็นพระแถวหน้าในทันที ทำให้คู่พระ-นาง พอเจตน์-จารุณี กลายเป็นคู่ขวัญที่มีงานแสดงต่อเนื่องออกมาไม่ว่าจะเป็น "พจมาน สว่างวงศ์"-"นางสาวโพระดก"

"นี่ล่ะครับเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยลืมเลยว่า คุณรุจน์ รณภพ ได้ให้โอกาสผมเกิด ถ้าท่านยอมทำตามเพื่อนร่วมหุ้นผมคงไม่มีโอกาส ได้มีวันนี้ ท่านเหมือนเป็นพ่อพระในวงการบันเทิงของผม นอกจาก คุณนายแดงแล้ว"

ชอบชีวิตตื่นเต้น เข้าเขมร จนสงครามเขมรเกิดต้องหนี ออกมา..!!

ด้วยคุณวุฒิทางด้านการศึกษา เขาน่าจะหางานในตำแหน่งที่สูง เงินเดือนดีๆ ได้ไม่ยาก แต่ชีวิตกลับหันหน้าเข้าสู่วงการบันเทิง

"ผมจบด้านบริหารธุรกิจ จากประเทศอังกฤษ ผมเรียนประถมมัธยมที่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน แล้วคุณพ่อได้รับตำแหน่งเป็น ผู้ดูแลนักเรียนไทยที่ประเทศอินเดีย ก็เลยย้ายครอบครัวไปอยู่ที่ประเทศอินเดียไปเรียนต่อที่นู่น เสร็จแล้วคุณพ่อเกษียณกลับมา ก็ส่งผมไปเรียนที่อังกฤษต่อ

ที่มาทำงานบันเทิงมันอยู่ที่อุปนิสัย และความคิดของเรา คือกลับมาแล้วคุณพ่อก็ให้ไปทำงานที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ผมก็ไม่ชอบ เพราะว่ามันจำเจ เช้าไปเย็นกลับอยู่กับตัวเลข ก็เลยขอออก ท่านก็จะให้ไปอยู่แบงก์อเมริกันอีก ผมก็ไม่เอา ท่านบอกผมเรียนมาทางนี้ น่าจะมาทำงาน ธนาคาร ผมบอกผมไม่ชอบ หลังจากนั้นได้ไปอยู่บริษัทไทยเดินเรือทะเล เป็นรัฐวิสาหกิจ ระหว่างอยู่ธนาคารได้ 2,000 กว่าบาท ไม่เอานะ ไปอยู่ไทยเดินเรือทะเล ได้ 1,450 บาทเอา

เพราะงานเรือเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็น มันตื่นเต้นอยากรู้ อยากเห็น อยากศึกษา ผมก็ไปสมัครในตำแหน่งของเลขาฯผู้อำนวยการ ท่านก็เรียกไปสัมภาษณ์ ท่านถามว่าคุณผ่านอะไรมา ผมก็บอกไม่เคยเลยครับ ท่านก็บอกคุณไม่เคยทำงานเรือเลย คุณไม่รู้เรื่องเรือ แล้วคุณมาเป็นเลขาผมได้ไง ผมบอกว่าผมไม่เคยผ่านเรือมา แต่ผมเคยศึกษาเรื่องการเดินเรือทางทะเล การประกันภัยทางทะเลมาครับ แล้วก็บอกผมจะพยายามครับ ท่านก็รับผมเข้าทำงาน ให้ผมไปเรียนรู้งาน ฝึกงานเกือบทุกแผนกจนทะลุปรุโปร่ง ตอนหลังถูกส่งไปอยู่เขมร พอเขมรแตกกลับมาเปลี่ยนนายด้วยอะไรด้วย ก็เลยออก ออกมาก็มาขายสี ขายของส่งออกนอกกับเพื่อน จนได้มาเจอกับคุณนายแดง ถึงได้เข้า มาเล่นหนัง"

เดินตามรอยชายกลางอย่างเหลือเชื่อ...!!

"ตอนนั้นอายุ 29 แล้วช่วงชีวิตมันพอดีกลับของชายกลาง ในหนัง คือ จบจากนอกกลับมา ทำงานแล้ว และจารุณีก็กำลังเรียนอยู่ ม.6 มันพอดีกันเป๊ะ วัยพอดีเลย มันเหมาะลงตัวพอดี พอหลังตัดต่อเสร็จอะไรเสร็จ คุณ ก.สุรางคนางค์ ขอดูตัว พอดูเสร็จท่านบอกนี่ล่ะคือ "ชายกลาง" ในบทประพันธ์เลย เขาบอกคู่นี้ คือใช่ของเขาเลย จนบัดนี้ก็ยังไม่มีคู่ไหนที่ใช่ แม้กระทั่งที่ผ่านมาแล้ว เขาบอกไม่ใช่ ต้องคู่นี้ โอ้โห... ภูมิใจมาก ผมไปกราบไปหาท่านอยู่ประจำ เพราะบังเอิญท่านเป็นป้าของเพื่อนผมด้วย และผมก็ได้เอาบทประพันธ์ท่านมาเรื่องหนึ่ง เรื่อง "แรงอธิษฐาน" ให้คุณรุจน์ กำกับฯและผมช่วยกำกับฯ หลักจากที่ผม แสดงมาแล้วหลายปี"

รู้เบื้องหน้า ขอรู้เบื้องหลัง..!!

"ผมทำมาหมดแล้ว สร้างแล้ว กำกับแล้ว และก็ไม่เอาแล้ว ขอแสดงอย่างเดียวดีกว่า ขอว่าเราเป็นนักแสดงที่ดีก็พอ ผมว่าการที่ดารามีความรู้เรื่องกำกับ เรื่องเบื้องหลังก็ดี มันทำให้เขามีความเข้าใจในบทมากขึ้น แต่ผมลองมาหมดแล้วจนรู้ตัวเองว่าเราเป็นผู้เล่นดีแล้ว อย่าไปเป็นผู้สร้าง ผู้กำกับเลย ขอเป็นนักแสดงที่พร้อมเสมอ สดเสมอ เป็นดีที่สุดแล้ว"

ปัจจุบันเขาเลือกที่จะมาเป็นคนสระบุรี ใช้ชีวิตเรียบง่ายแต่มีความสุข

"ที่มาอยู่สระบุรี เพราะผมมาได้ครอบครัวที่นี่ พอดีพี่ผมมาเป็นสารวัตรใหญ่อยู่ที่สระบุรี ที่อำเภอแก่งคอย ตอนนั้นผมมาเลี้ยงวัว ทำธุรกิจการค้าก็เลยมาตกหลุมรักสาวสระบุรีเข้า ถึงได้มาอยู่ที่นี่

เราอยู่กันอย่างเข้าใจซึ่งกันและกัน และเขา (คุณแก้วตา สุนทรนนท์) เป็นคนดีจริงๆ เขาดีจนเราเกรงใจ แต่วันๆ อยู่บ้านไม่ได้คุยกันนะ เวลาออกไปไหน ก็จะโทรศัพท์คุยกัน ตื่นเช้าเขาก็ทำนู่นทำนี่ เลี้ยงลูกหมา 2 ตัวเป็นลูก ผมออกไปซื้อกับข้าวมาให้เขาเสร็จ ผมก็ไปแล้ว ไปเที่ยว หาเพื่อน ดูสาวๆ (หัวเราะ) ส่วนเขาก็ไปทำงาน แฟนผมเขาเปิดสำนักงานบัญชี บ่ายๆ ก็โทร.คุยกันแล้ว เย็นนี้กินอะไร จะทำกับข้าวให้ เย็นผมก็กลับไปกิน เช้ากว่าเขาจะไปทำงาน เขาต้องไปป้อนข้าวพ่อ ดูแลพ่อ พ่อเขาไม่ค่อยสบาย เสร็จแล้วก็ไปทำงาน เย็นมาก็ไปอาบน้ำให้พ่อ ดูแลพ่อ แล้วค่อยกลับมาดูแลสามี เราก็เกรงใจเขา อะไรที่คิดว่าทำไปแล้วเขาจะไม่สบายก็อย่าทำ ไม่ต้องไปรอให้เขาว่า แค่นี้เอง ..ชีวิตครอบครัว

ตอนนี้ผมก็มารับตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองสระบุรี เหลือวาระ อีก 3 ปี ท่านพลตรี เมธี ธรรมรังสี นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี (เพิ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนแล้ว)ได้ให้โอกาสผมเข้าร่วมทีมงานของท่าน งานก็ไม่มีอะไรมาก ดีซะอีกเราได้ทำอะไรให้กับสังคม เป็นสะพานเชื่อมกับประชาชน เขาเดือดร้อนมีปัญหาอะไรก็ประสานช่วยเขาได้ เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด"

ถึงอย่างไรงานแสดงก็ยังเป็นอาชีพที่เขาอยากทำเสมอและตลอดไป

"ผมรักการแสดง ฝันว่าอยากจะตายในที่ทำงาน หรือในกองถ่าย อยากทำงานจนวาระสุดท้าย จนเราไปไม่ไหว การไม่มีงานทำ มันเหมือน คนไร้ประโยชน์ ...ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน"

เรื่องสุขภาพ ขาดอย่างเดียว วิตามิน..

"สุขภาพ สบาย....เตะปี๊บนี่ให้เตะกี่ใบล่ะ โรคมันมีอยู่โรคเดียวแหละ ขาดวิตามิน M คือถ้าได้วิตามิน M เยอะ ๆ หน่อย ล่ะก็ร่างกาย จะสดใส แต่ถ้าเมื่อวิตามิน M มันน้อยจากระดับปุ๊บ หน้ามันจะเหี่ยว หัวเราะก็ไม่ค่อยจะออก ยิ้มจะตูมๆ จริงๆ นะ ถ้ามีในธนาคาร มี M (Money = เงิน) สักสองสามล้าน ทำอะไรก็มีความสุขครับ"

แหม...ถ้ามีคนผลิตวิตามินนี้มาแจกได้ก็คงดีนะคะ และสำหรับค่ายละครหรือภาพยนตร์ที่สนใจเพิ่มวิตามิน M ให้กับคุณพอเจตน์ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 018-8539285 ค่ะ

ประวัติเคยเป็นคนรักกับนางเอกดัง "เพลงรักบ้านนา"

พอเจตน์ แก่นเพชร เกิดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2493 มีผลงานการแสดงเริ่มต้นในปี พ.ศ.2522 จากเรื่อง "รอยลิขิต" และในเรื่องต่อมาในปี พ.ศ.2523 คือ "บ้านทรายทอง" โดยรับบทเป็น "ม.ร.ว.ภารดาพัฒน์ระพี" หรือ "ชายกลาง" พระเอกของเรื่องคู่กับ จารุณี สุขสวัสดิ์ ที่รับบทเป็น พจมาน สว่างวงศ์ นางเอกของเรื่อง

จากนั้นก็มีผลงานตามมาอีกหลายเรื่อง เช่น "อีพริ้ง คนเริงเมือง" ในปีเดียวกัน "ไทรโศก" ในปี พ.ศ.2524, "สี่คิงส์" ในปี พ.ศ.2525 "เทพบุตรสลัม" ในปี พ.ศ.2526 และกลับมารับบท "ม.ร.ว.ภารดาพัฒน์ระพี" อีกครั้ง จากเรื่อง "บ้านทรายทอง พจมานสว่างวงศ์" ที่มีตัวแสดงเหมือนครั้งแรกทุกคน ไม่ว่าจะกำกับฯโดย รุจน์ รณภพ นำแสดงโดย จารุณี สุขสวัสดิ์-ศิรินทิพย์ ศิริวรรณ- ทาริกา ธิดาทิพย์ และเขา พอเจตน์ แก่นเพชร ในปี พ.ศ.2530

ต่อมา เป็นนักแสดงประกอบในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์เรื่องต่างๆ อาทิ "ศิลามณี" ในปี พ.ศ.2537, "ตะลุมพุก มหาวาตภัยล้างแผ่นดิน" และ "โรงแรมผี" ในปี พ.ศ.2545, "ปู่โสมเฝ้าทรัพย์" ในปี พ.ศ.2550 เป็นต้น

ปัจจุบันยังคงรับบทการแสดงอยู่ โดยมีบ้านพักอยู่ที่จังหวัดสระบุรี

อดีต : เคยเป็นคนรักกับดาราดัง นางเอกหนังเรื่อง "เพลงรักบ้านนา" ของ ม.จ.ทิพยฉัตร ฉัตรไชย คือ อัญชลี ชัยศิริ

กัลกัตตา
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง