"อภิสิทธิ์"เล็งเสนอทางออกประเทศให้บ้านเมืองเดินหน้า-เลือกตั้งเรียบร้อย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เตรียมจะทำข้อเสนอไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ต่อแนวทางที่จะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับว่าบ้านเมืองควรจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร โดยจะเป็นการนำข้อเสนอจากจุดร่วมของฝ่ายต่างๆ มาหาข้อยุติ ซึ่งโจทย์ที่สำคัญคือการทำบรรยากาศการแก้ปัญหาบ้านเมือง...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

โรคผิวหนังในสุนัข (Pet Care)

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2555 01:47:24 น.

เมื่อสุนัขมีอาการคัน เกา ผิวหนังแดง อักเสบ ขนร่วง มีสะเก็ดรังแค มีกลิ่นเหม็น หรือเห็นความผิดปกติที่ผิวหนังแล้ว เจ้าของสัตว์หลายท่านมักจะสรุป (ไปเอง) ทันทีเลยว่า "เป็นขี้เรื้อน" ซึ่งไม่จำเป็นเลยครับ แม้ว่า "ขี้เรื้อน" ก็เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจาก "ตัวไรขี้เรื้อน" แต่พอตรวจอย่างละเอียดแล้ว อาจเป็นสาเหตุอื่นก็ได้ ซึ่งความเชื่อที่ว่า การเอาน้ำมันขี้โล้ว (น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว) มาทา ผิวหนังสุนัขเพื่อรักษาขี้เรื้อนนั้น ก็เป็นเรื่องที่ "ผิด" อย่างมหันต์เลยครับ เพราะนอกจะจะแสบอย่างแสนทรมานแล้ว ยังเป็นการเติมสารตะกั่วและโลหะหนักที่อันตรายผ่านทางบาดแผลเข้าร่างกายสุนัขอีกด้วย บางคนบอกว่าให้เอาน้ำแช่หน่อไม้ดอง มาราดเพื่อรักษาขี้เรื้อนนั้น (อันนี้ ยังดูธรรมชาติบำบัดมากกว่า ดูอันตรายน้อยกว่า) แต่น้ำหน่อไม้ดองนั้น ไม่ได้ฆ่าตัวไรขี้เรื้อนครับ เพียงแต่ในน้ำหน่อไม้ดองจะมีแร่ธาตุกำมะถัน ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้เล็กน้อย แต่ยังไงก็ไม่คุ้มกับความ "แสบ" ที่สุนัขได้รับหรอกครับ ลองจินตนาการดูว่า เวลาเรามีแผลหรือรอยถลอกจากน้ำร้อนลวกจนผิวหนังแดงแล้ว เอาทิงเจอร์ราดลงไป จะรู้สึกอย่างไร ผมคนนึงล่ะ..ที่ไม่เอาด้วยแน่ครับ ปัญหาโรคผิวหนังนั้น เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สุนัขมี สุขภาพกายและสุขภาพจิตเสียไป เนื่องจากต้องคอยหมกมุ่นกับการเกาอยู่ตลอดเวลา ไม่สนใจที่จะกินอาหาร หรือทำกิจกรรมอื่นเท่าไหร่ บางครั้งผิวหนังที่มีการติดเชื้อร่วมด้วย จะทำให้มีกลิ่นเหม็น ซึ่งเป็นเหตุให้คนที่ พบเห็นและได้กลิ่นมีท่าทาง "รังเกียจ" ปัญหาเหล่านี้จึงทำให้เจ้าของสุนัขก็ต้องกุมขมับและปวดศีรษะอยู่ไม่น้อย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว "โรคผิวหนัง" ในสุนัข ไม่ได้เกิดจาก "ไรขี้เรื้อน" เท่านั้น มีหลายสาเหตุและหลายชนิด แม้จะมีอาการที่แสดงออกคล้ายกัน แต่จะมีสาเหตุที่แตกต่างกัน ซึ่งการรักษาที่ใช้ก็จะแตกต่างกัน "อย่างสิ้นเชิง" เช่นกันครับ ในตอนนี้ ผมจะพูดโปรยคร่าวๆ ถึง สาเหตุ อาการ การรักษาและการป้องกันโรคผิวหนังแต่ละชนิดแบบรวมๆ กันก่อน แล้วจะเจาะลึกลงไปในแต่ละโรคต่อไปครับ

ปัญหาโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยๆ ในบ้านเรา ได้แก่

1.ปัญหาโรคผิวหนังที่เกิดจากปรสิตภายนอกขนาดใหญ่ที่มองเห็นด้วยตาเปล่า เช่น เห็บ หมัด และเหา พยาธิภายนอกเหล่านี้จะกัดผิวหนัง กินเลือดและสะเก็ดที่ผิวหนัง ทำให้เกิดการคัน การแพ้ รวมถึง เป็นตัวนำพยาธิในเม็ดเลือดอีกด้วย

2.ปัญหาโรคผิวหนังที่เกิดจากปรสิตภายนอกขนาดเล็กที่มอง ไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นจำพวกไร ซึ่งได้แก่ ไรขี้เรื้อน (ทั้งขี้เรือนเปียกและขี้เรื้อนแห้ง) ไรในหู ซึ่งจะทำให้สุนัขคันมาก และ สลัดหูจนอาจทำให้เกิดถุงเลือดขังที่ใบหู (Aural hematoma) ซึ่งจะเห็นว่าใบหูบวมเป่ง เดินหัวเอียง บางครั้งอาจมีอาการชักเกร็งด้วย

3.ปัญหาโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา ยีสต์ และแบคทีเรีย ซึ่งโรคผิวหนังจากเชื้อรานั้น เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ถ้าช่วงนั้น ผิวหนังของคนที่สัมผัสมีสภาพอ่อนแอ ก็จะเป็นโรคที่สามารถติดต่อถึง คนได้ครับ ส่วนโรคผิวหนังจากยีสต์นั้น มักพบในสุนัขที่มีผิวหนังอับชื้น มักมีการอักเสบของต่อมไขมันที่ผิวหนัง รวมถึงการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนด้วย ทำให้สุนัขมีกลิ่นตัวแรง

4.ปัญหาโรคผิวหนังที่เกิดจากภูมิแพ้ (Atopic dermatitis) สุนัขที่เป็นโรคนี้จะมีปฏิกิริยาตอบสนอง "ไว"ต่อสิ่งที่สัมผัสหรือสิ่งที่แพ้เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น แพ้อาหาร แพ้ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ โดยปกติจะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม อาจต้องกินยาช่วยลดการแพ้ไปตลอดชีวิต เพียงแต่ปริมาณยาที่ใช้ในการควบคุมจะไม่มากเท่าในช่วงแรกของการรักษา

5.โรคผิวหนังที่เกิดจากการขาดฮอร์โมน สาเหตุนี้มักจะทำ ให้เกิดอาการขนร่วงแต่มักไม่มีอาการคัน และมักไม่มีการติดเชื้อ แบคทีเรียแทรกซ้อน จึงมักไม่มีกลิ่นเหม็น มักจะเกิดในสุนัขอายุมาก หรือตัวที่ทำหมันแล้ว เนื่องจากการขาดฮอร์โมนเพศและฮอร์โมน ไทรอยด์เป็นฮอร์โมนสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหานี้

6.สาเหตุอื่นๆ เช่น การขาดสารอาหารและแร่ธาตุบางประเภท เช่น แร่ธาตุสังกะสี และกรดไขมันบางชนิด เช่น omega-3 และ omega-6 เป็นต้น

ยาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในการรักษาโรคผิวหนังนั้น อาจอยู่ใน รูปแบบของยากิน ยาฉีด ยาทาที่มีลักษณะเป็นครีม/ขี้ผึ้ง ยาสำหรับแช่ตัวสัตว์ แล้วแต่กรณี ซึ่งรวมไปถึงแชมพูรักษาผิวหนังที่ใช้ก็มี ความสำคัญ เช่น แชมพูกำจัดเห็บ-หมัด แชมพูฆ่าเชื้อรา/ยีสต์/ แบคทีเรีย หรือแชมพูที่ช่วยลดการระคายเคืองผิวหนัง

สิ่งที่สำคัญในการรักษาโรคผิวหนังนั้น คือ การวินิจฉัย ให้ทราบถึงสาเหตุ "ที่แท้จริง" ของการเกิดโรค และการใช้ยาหรือเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่เหมาะสมและตรงกับโรค เนื่องจากอาการที่สัตว์แสดงนั้นอาจคล้ายกัน แต่เกิดจากคนละสาเหตุ การรักษาจึง แตกต่างกัน ดังนั้น การพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อใช้การตรวจทาง ห้องปฏิบัติการช่วย จึงน่าจะเป็นวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดครับ อย่ารอหรือลองรักษาเองจนทำให้มีอาการมากจนเกินจะเยียวยานะครับ

"หมอโอห์ม"
อาจารย์ ดร.นายสัตวแพทย์ ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง