เซินเจิ้น-พสธร ดาวรุ่งอนาคตไกลโชคชะตา ฟ้าลิขิต พลิกชีวิตสู่วงการบันเทิง (Rookies)

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 01:48:27 น.

กำลังเป็นที่จับตามองเลยทีเดียวสำหรับหนุ่มวัยละอ่อนหน้าใส บุคลิกขี้เล่น กับบท "อาร์ต" หนุ่มเนิร์ดเพื่อนพระเอกก็ฮอตไม่แพ้กัน ในภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้ "รักสุดท้ายป้ายหน้า" "เซินเจิ้น" พสธร ทรงถาวรทวี ด้วยความเป็นหนุ่มหน้าตี๋ใสกิ๊กเลยทำให้เป็นที่ถูกใจบรรดาสาวๆ ให้กรี๊ดกร๊าดกันได้ไม่ยาก แม้บทในเรื่องจะยังไม่แจ่ม แต่ความใสกินขาด ขนาดสาวๆ เป็นต้องถามหาว่าใครหนอ ซึ่งฉบับนี้บันเทิงแนวหน้าลงคอลัมน์รุกกี้ เตรียมแจ้งเกิดในวงการอีกคน

แนะนำตัวเอง

ผมชื่อ "เซินเจิ้น" พสธร ทรงถาวรทวี หรือที่เพื่อนเรียกกันสั้นๆ ว่า "เจิ้น" ครับ อายุ 22 ปี เกิดวันที่ 16 มกราคม ส่วนสูง 173 ซม. เป็นคน จังหวัดนราธิวาส ครับ เพราะผมได้ทุนเรียนฟรีจาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ รั้วสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในโครงการ "3 จังหวัดชายแดนภาคใต้" ซึ่งโครงการนี้ คัดเลือกโดยพิจารณาจาก ผลงานกิจกรรม และระดับผลคะแนนเกรดเฉลี่ย (GPA) จากนักเรียนมัธยมปลายทั้งหมด 5 จังหวัด คือ สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส ผมถือเป็นดวงลิขิตให้ผมได้มาอยู่กรุงเทพฯ

เข้าวงการมาได้อย่างไร

ตอนแรกเจิ้นก็เป็นเด็กวัยรุ่นปกติครับแล้วไปเดินสยาม ผมถือว่าเป็นดวงของผมหรือโชคชะตานี่แหละปรากฏว่าเพื่อนของพี่โกโก้ เขามา ขอถ่ายรูปแล้วก็พาเราไปฝากกับพี่โกโก้ ตอนที่พี่เขา มาชวนก็งงครับ ผมเลยคิดว่า โห งั้นเราก็คงมีดวง ด้านนี้ด้วยแหละ ก็ดีใจในใจลึกๆ ก็หวังๆ อยู่นะ แต่ ดูจากหน้าตาเราแล้วเรารู้สึกว่ายากว่ะ (หัวเราะ) แต่ผมว่าทุกสิ่งมันเป็นจังหวะมากกว่าครับ เพราะก่อนหน้านี้ผมก็เคยไปแคสบ้าง แต่ก็ไม่ได้ ไม่เคยมี โฆษณามาก่อนเลย แต่จังหวะที่มาแคสภาพยนตร์เรื่องนี้ ตอนนั้นก็ติดรอบสุดท้ายประกวดร้องเพลง ชิงถ้วยพระราชทานของ KPN ด้วย แต่ขอสละสิทธิ์ แต่ไม่ใช่เพราะว่ามาเล่นหนังเลยต้องสละ จริงๆ มันเป็นปัญหากับเรื่องเรียนด้วยครับที่อาจต้อง ดร็อป ซึ่งผมเป็นนักเรียนทุนมันเลยดร็อปไม่ได้ เลยเลือกเล่นหนัง แล้วบังเอิญดวงดีอีกแล้วได้ถ่ายช่วงปิดเทอม

ได้มาเล่นเรื่อง "รักสุดท้ายป้ายหน้า" รู้สึกอย่างไรบ้าง กระแสตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง

ชอบภาพยนตร์นะ เหมือนมันมีอะไรที่เรา สามารถครีเอทได้เองอีก แล้วเหมือนใช้ความเป็นธรรมชาติของตัวเรา ได้เจอผู้คนหลากหลาย มันเหมือนเป็นจังหวะของเรา เป็นดวงของเรา ส่วนกระแสตอบรับผมว่าโอเคนะ สนุก ดีใจมาก โดยเฉพาะกระแสในโลกไซเบอร์ ซึ่งผมดีใจมากคือ เราเป็นใคร มาก่อน เป็นแค่เด็กธรรมดาคนหนึ่ง แต่วันนี้จู่ๆ ได้มาเล่นภาพยนตร์ แล้วเราเห็นตัวเอง อยู่ในทีวี.อยู่ในยูทูบ อยู่ในโรงใหญ่ๆ ก็รู้สึกของคุณคนที่เลือกเรา คนที่ให้โอกาสเรา ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เรามีโอกาสตรงนี้

เรื่องเรียนเป็นอย่างไรบ้าง เห็นว่าเป็น นักเรียนทุน แล้วแบ่งเวลาอย่างไร

ผมถือว่าโชคดีครับที่ได้มีโอกาสเรียนฟรี ได้รับทุน แล้วยังได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบด้วยเพราะ ตั้งแต่เด็กนิสัยเป็นคนชอบเกตอยู่แล้ว เป็นคนชอบถามมาก พูดมาก แล้วเป็นคนที่ชอบการครีเอท เลยคิดว่าเรียนสถาปัตย์ ถามว่ายากมัยก็ยากครับเพราะมันต้องมีความอดทนมาก ถ้าไม่อดทนจะอยู่ไม่ได้เลยครับ งานมันค่อนข้างใช้ความประณีต ต้องใช้ความคิดแรงบันดาลใจ ต้องสู้ด้วย แล้ว เราได้ทุนเรียนฟรีมาด้วย แล้วถ้าเราไม่สู้เต็มที่ก็เสียดายเมื่อโอกาสเข้ามาแล้วก็ต้องสู้ให้เต็มที่หน่อย ส่วนถ้าอนาคตต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยแบบนี้ เจิ้นว่ามันอยู่ที่ ตัวเราเอง และเพื่อน สิ่งแวดล้อม ซึ่งตัวเราก็ต้องแอคทีฟด้วย ทุกนาทีต้องไม่ทำให้เวลามันสูญเปล่า

คิดว่าตัวเองมีจุดเด่นอะไรบ้าง

ที่ชื่อ เซินเจิ้น จริงๆ ชื่อนี้ ก๋งเป็นคนตั้ง ครับ ผมว่ามันเป็นจุดขายของเรา เซินเจิ้น แปลว่า อะไรจริงๆ เขาตั้งแบบเป็นชื่อเมือง เพราะก๋งเป็นคนจีน ป๊าก็จีนมาก ส่วนม้าเป็นคนเชียงราย แล้วเรา ก็เป็นลูกครึ่งไทย มันถือเป็นตัวผมครับ อีกจุดที่เป็นจุดขาย ผมว่าตัวผมเป็นคนที่ค่อนข้างแคร์ความ รู้สึกของอีกคนหนึ่ง เวลาเจิ้นคุยกับใครจะแคร์ ความรู้สึกของคนที่คุยด้วย ซึ่งผมก็คิดว่าเขาน่า จะรู้สึกได้ครับ แล้วก็เป็นคนรู้สึกสนุกสนาน

มองอนาคตตัวเอง

ตอนนี้เริ่มอยากทำงานด้านวงการนี้แล้วเหมือนกันครับ ที่วางแผนไว้คือ ถ้าสมมุติเรามี งานอะไรเข้ามาก็พร้อมทำเต็มที่ เรื่องเรียนก็เรียนให้ จบ พอจบอย่างตอนนี้เราอายุยังน้อยแล้วยังมีงานด้านวงการเราก็ทำมันให้เต็มที่ แต่เมื่อเรามีอายุแล้ววิชาชีพเราไม่ไปไหน เราอาจจะกลับไปทำสถาปนิกก็ได้ นี่คือสิ่งที่วางแผนไว้ โอกาสมาก็ต้องคว้าส่วนอนาคตทางด้านวงการบันเทิงเจิ้นว่ามีทั้งขาว และดำนะ เจิ้นว่ามันอยู่ที่ตัวเราด้วย ว่าเราจะมอง ยังไง เจิ้นว่ามันอยู่ที่การแสดงออกของเรา วงการบันเทิงก็เป็นอีกรสชาติที่ทำออกมาให้คนเรามีความสนุกสนานมีสีสันในชีวิตมากขึ้น ถ้าทำอะไรที่มันเรียบง่าย มันก็ไม่สนุก เจิ้นว่าวงการนี้เหมือนเข้ามาทำให้ชีวิตเจิ้นมีอะไรขึ้นบ้างก็ได้

คติสอนใจตัวเอง
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เจิ้นว่ามันน่าจะใช้ได้กับทุกๆ คน แล้ววันหน้าก็จะดีด้วย
ฝากถึงคนที่ติดตามเรา

อยากให้ลองติดตามผลงานกันไป เราเองก็เด็กใหม่ แน่นอนว่าเป้าหมายของเราก็ต้อง อยากมีอนาคตที่ดี อนาคตที่ดีของเรามาจากไหน ก็มาจากคนที่สนับสนุนเรา คนที่คอยเชียร์เรา อยากให้คนมารู้จักเราเยอะๆ ผมก็ขอฝากผลงานของผมด้วยครับ

ทีมบันเทิงแนวหน้า
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง