ข่าวอินโฟเควสท์
07:45 World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงเดินหน้าปิดในแดนบวกเมื่อคืนนี้ (27 ส.ค.)…
07:42 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดบวก 7.90 จุด ขณะรอดูการประชุมธ.กลางยุโรป,อังกฤษ   ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (…
07:24 ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 2 เซนต์ หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐร่วง   สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (27…
07:22 ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์ปรับลง ขณะคาด ECB ยังไม่ผ่อนคลายการเงินในสัปดาห์หน้า   ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเมื่อเทียบสกุลเงินหลักส่วนใหญ่เมื่อคืนนี…
07:08 ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $1.8 เหตุนักลงทุนเทขายหลังหุ้นสหรัฐพุ่ง   สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (27 ส.ค.) เนื่องจากการที่ตลาดห…

เส้นก๋วยเตี๋ยว-แป้งส่งออกชะลอตัว หลังโดนสินค้าเวียดนามแย่งตลาด

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 7 สิงหาคม 2555 06:00:00 น.

นายวราทัศน์ วงศ์สุรไกร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงหมี่ชอเฮง จำกัดผู้ผลิตเส้นหมี่ก๋วยเตี๋ยว แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แบรนด์ “ช้างสามเศียร” เปิดเผยว่าขณะนี้ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจผลิตเส้นหมี่ก๋วยเตี๋ยว แป้งข้าวเจ้า และแป้งข้าวเหนียวของไทย ได้รับผลกระทบจากการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศอย่างมาก เนื่องจากมียอดการส่งออกที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากคู่แข่งในตลาด โดยเฉพาะเวียดนาม มีราคาสินค้าถูกกว่าไทย 20-30% เพราะนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล ทำให้ต้นทุนราคาข้าวของไทยที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวและแป้งต่างๆ สูงกว่าเวียดนามประมาณ 40-50%

ในขณะเดียวกัน บริษัทก็ได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ชะลอตัวลงเช่นกัน ปัจจุบันมีสัดส่วนการส่งออกไปต่างประเทศ 50% ใน 30 ประเทศ ทั้งในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรป ส่วนอีก 50% ทำตลาดในประเทศ ซึ่งการส่งออกที่ชะลอตัวลง เป็นเพราะราคาสินค้าของบริษัทสูงกว่าเวียดนาม จากต้นทุนค่าแรงงาน 300 บาท และวัตถุดิบราคาสูง ส่งผลให้คู่ค้าหลายประเทศหันไปสั่งซื้อจากเวียดนามแทน จึงอยากให้ภาครัฐพิจารณาเรื่องนโยบายการรับจำนำข้าวใหม่ เพราะมีผลกระทบต่อผู้ส่งออกกลุ่มสินค้าที่ทำจากข้าวอย่างมาก

ทั้งนี้บริษัทต้องปรับตัว โดยมุ่งนำเสนอนวัตกรรมใหม่ และเน้นคุณภาพสินค้าที่สูงกว่าคู่แข่ง รวมทั้งใช้เทคโนโลยีใหม่ในการผลิต แต่ก็ไม่มีแผนปรับขึ้นราคาขายในประเทศ ส่วนราคาขายสินค้าในต่างประเทศได้ทยอยปรับขึ้นไปแล้ว ตามต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งหมด นอกจากนี้จากปัญหาการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงมากขึ้น บริษัทคาดว่ายอดการส่งออกไปต่างประเทศในปี 2555 จะไม่เติบโตเมื่อเทียบกับปี 2554 ขณะที่รายได้รวมของบริษัทในปี 2555 คาดว่าจะไม่เติบโตเช่นกันเมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีรายได้ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท

ส่วนแผนการลงทุนนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาสร้างโรงงานแห่งใหม่ หรือเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าในโรงงานแห่งเดิมที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เพราะโรงงานมีอายุถึง 30 ปีแล้ว โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปแผนลงทุนโรงงานในปี 2556 ซึ่งบริษัทมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ จ.เพชรบูรณ์

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง