ข่าวอินโฟเควสท์
13:39 BA เริ่มซื้อขายวันแรก 3 พ.ย. ขนาดใหญ่สุดปีนี้ ระดมทุนขยายฝูงบิน   นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว…
13:34 ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดพุ่งสูงสุดในรอบ 7 ปี รับ BOJ ผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติม   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นในวันนี้ แตะระดับส…
13:28 ราคาประมูลและปริมาณยางที่ซื้อขาย ณ ตลาดกลางยางพารา   ประจำวันที่ 31 ตุลาคม 2557 ยางแผ่นดิบ (USS) ตลาดกลางยางพารา ราคายางซื้อขายที่ตลาดกลาง (บา…
13:20 (แก้ไข) สศอ.เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ก.ย. -3.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน   สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(MPI) เดือน ก.…
13:16 บล.แมคควอรี เตรียมขาย Call DW อ้างอิง HEMRAJ จ่อเทรด 6 พ.ย.นี้   สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)เปิดเผยว่า บล.แมคควอ…

เส้นก๋วยเตี๋ยว-แป้งส่งออกชะลอตัว หลังโดนสินค้าเวียดนามแย่งตลาด

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 7 สิงหาคม 2555 06:00:00 น.

นายวราทัศน์ วงศ์สุรไกร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงหมี่ชอเฮง จำกัดผู้ผลิตเส้นหมี่ก๋วยเตี๋ยว แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แบรนด์ “ช้างสามเศียร” เปิดเผยว่าขณะนี้ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจผลิตเส้นหมี่ก๋วยเตี๋ยว แป้งข้าวเจ้า และแป้งข้าวเหนียวของไทย ได้รับผลกระทบจากการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศอย่างมาก เนื่องจากมียอดการส่งออกที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากคู่แข่งในตลาด โดยเฉพาะเวียดนาม มีราคาสินค้าถูกกว่าไทย 20-30% เพราะนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล ทำให้ต้นทุนราคาข้าวของไทยที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวและแป้งต่างๆ สูงกว่าเวียดนามประมาณ 40-50%

ในขณะเดียวกัน บริษัทก็ได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ชะลอตัวลงเช่นกัน ปัจจุบันมีสัดส่วนการส่งออกไปต่างประเทศ 50% ใน 30 ประเทศ ทั้งในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรป ส่วนอีก 50% ทำตลาดในประเทศ ซึ่งการส่งออกที่ชะลอตัวลง เป็นเพราะราคาสินค้าของบริษัทสูงกว่าเวียดนาม จากต้นทุนค่าแรงงาน 300 บาท และวัตถุดิบราคาสูง ส่งผลให้คู่ค้าหลายประเทศหันไปสั่งซื้อจากเวียดนามแทน จึงอยากให้ภาครัฐพิจารณาเรื่องนโยบายการรับจำนำข้าวใหม่ เพราะมีผลกระทบต่อผู้ส่งออกกลุ่มสินค้าที่ทำจากข้าวอย่างมาก

ทั้งนี้บริษัทต้องปรับตัว โดยมุ่งนำเสนอนวัตกรรมใหม่ และเน้นคุณภาพสินค้าที่สูงกว่าคู่แข่ง รวมทั้งใช้เทคโนโลยีใหม่ในการผลิต แต่ก็ไม่มีแผนปรับขึ้นราคาขายในประเทศ ส่วนราคาขายสินค้าในต่างประเทศได้ทยอยปรับขึ้นไปแล้ว ตามต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งหมด นอกจากนี้จากปัญหาการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงมากขึ้น บริษัทคาดว่ายอดการส่งออกไปต่างประเทศในปี 2555 จะไม่เติบโตเมื่อเทียบกับปี 2554 ขณะที่รายได้รวมของบริษัทในปี 2555 คาดว่าจะไม่เติบโตเช่นกันเมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีรายได้ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท

ส่วนแผนการลงทุนนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาสร้างโรงงานแห่งใหม่ หรือเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าในโรงงานแห่งเดิมที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เพราะโรงงานมีอายุถึง 30 ปีแล้ว โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปแผนลงทุนโรงงานในปี 2556 ซึ่งบริษัทมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ จ.เพชรบูรณ์

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง