ทูตผ้าไทยเตรียมสร้างสรรค์ผลงาน ร่วมแสดงสายใยไหมสองแผ่นดิน

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 17 ตุลาคม 2555 06:00:00 น.

ผู้ได้รับชนะเลิศจากรายการแฟชั่นเรียลลิตี “ทอฟ้าผ้าไทย” ประเดิมปฏิบัติภารกิจแรกในฐานะ ”ทูตผ้าไทย” ด้วยการร่วมแสดงผลงานในงาน “สายใยไหมสองแผ่นดิน” ที่จัดขึ้นโดยสมาคมเศรษฐกิจไทยจีน

ศรุต วุฒิพชรธร หรือไอซ์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร เจ้าของตำแหน่งชนะเลิศจากเวทีการแข่งขันค้นหานักออกแบบชุดจากผ้าไทย รายการแฟชั่นเรียลิตี้ “ทอฟ้าผ้าไทย” ครั้งที่ 1 ในฐานะทูตผ้าไทยกล่าวภายหลังจากที่ได้รับตำแหน่งว่า อยู่ระหว่างเริ่มต้นปฏิบัติภารกิจในฐานะทูตผ้าไทย เพื่อสานต่อเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่คุณค่าและความงดงามของผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อยู่คู่กับคนไทยและสังคมไทยตลอดไป ด้วยกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมตัวสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบตัดเย็บผ้าไทยคอลเลคชั่นพิเศษ เพื่อนำไปจัดแสดงในงาน "สายใยไหมสองแผ่นดิน" ที่จัดโดยสมาคมเศรษฐกิจไทยจีน ซึ่งเป็นเวทีแฟชั่นระดับนานาชาติ ซึ่งถือเป็นนิมิตรหมายอันดีในการนำความงามของผ้าไทยไปเผยแพร่ในระดับสากล ซึ่งถือเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจขององค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ได้วางรากฐานมานานกว่า 50 ปี อีกด้วย

“ในฐานะทูตผ้าไทยสิ่งแรกที่อยากจะทำเกี่ยวกับผ้าไทยคือการนำผ้าไทยไปสู่สากลเพราะคิดว่าผ้าไทยเรามีเสน่ห์และสวยงามมากจริงๆ เพื่อจะนำอะไรไปจัดแสดงในงาน "สายใยไหมสองแผ่นดิน" ที่จัดโดยสมาคมเศรษฐกิจไทยจีน ซึ่งเป็นเวทีแฟชั่นระดับนานาชาติ เพื่อนำความงามที่เป็นลักษณะไทยสู่สากล อยากให้ทุกคนได้รู้ว่าผ้าไทยมีทั้งศาสตร์และศิลป์ที่มีความสวยงามอย่างลงตัว เพื่อให้ต่างชาติหันมาสนใจและให้การยอมรับมากขึ้นครับ นอกจากนี้ผมเองยังต้องการนำความรู้ที่ได้รับจากเวทีนี้ไปถ่ายทอดให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผ้าไทย และให้ความรู้เรื่องสีใหม่เพื่อให้ผ้าทันสมัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงคงช่วยงานต่างๆที่กระทรวงวัฒนธรรมตามที่ได้รับมอบหมายครับ”

พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์?ที่ปรึกษารายการแฟชั่นเรียลลิตี้ "ทอฟ้าผ้าไทย" ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า รายการ แฟชั่นเรียลลิตี้ “ทอฟ้าผ้าไทย” นั้น ดิฉันพูดไว้เสมอว่าอยากให้คนรุ่นใหม่ๆได้หันมาร่วมกันปลุกกระแสผ้าไทย มาสนใจเกี่ยวกับผ้าไทยที่เป็นรากฐานของคนไทย มีเรียนรู้ว่าจริงๆแล้วผ้าไทยมีกี่ชนิด และแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ฯ ทรงเป็นผู้ที่วางรากฐานมาตลอด 50 ปี จากชาวบ้านสู่คนเมือง และต่อยอดไปสู่ต่างประเทศ ซึ่งในมุมมองดิฉันคิดว่าการสวมใส่ผ้าไทยจริงๆแล้วจะแก่หรือทันสมัย ขึ้นอยู่กับการออกแบบการตัดเย็บมากกว่าค่ะ และอยากให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้กระบวนการของกรรมวิธีในการผลิตผ้าแต่ละผืนต้องใช้เวลานานมาก นี่คือเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครและเป็นสิ่งที่ใครมาเรียนแบบไม่ได้

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง