นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมคณะประกอบด้วย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรค ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. หมายเลข 16 ของพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่พบปะหาเสียงกับประชาชนที่มาทำกิจกรรมบริเวณสวนหลวง ร.9 เขตประเวศ กทม. เมื่อเช้าวันที่ 2 กุมภาพันธ์
โดย ม.ร.ว สุขุมพันธุ์ กล่าวยืนยันว่า หากได้รับโอกาสเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะเดินหน้า เพิ่มพื้นที่สีเขียว 5,000 ไร่ ทันที และเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ 10 ไร่ อีก 10 แห่ง รวมถึงสวนสาธารณะ สำหรับ สุนัข หรือ ด็อกพาร์ค อีก 4 แห่ง โดยจะมีการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยง และลงทะเบียน ซึ่งถือเป็นการให้บริการแบบครบวงจร และมีมาตรการป้องกันเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้สุนัขทำร้ายคน
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนไม่รู้สึกหนักใจ เกี่ยวกับผลโพลล์ที่พรรคประชาธิปัตย์ ยังเป็นรองพรรคเพื่อไทย อยู่ในขณะนี้ และ ตนเองก็ได้ติดตามทุกโพลล์ และจะไม่ประมาท พร้อมจะเดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มที่ และเห็นว่า อะไรก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะเหลือเวลา กว่าอีก 30 วัน ก่อนจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับประชาชนชาว กทม. เป็นผู้ตัดสินใจ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือก เป็น ผู้ว่า กทม. ก็พร้อมที่จะสานต่อโครงการที่ยังค้างอยู่ทันที รวมถึงจะมีการปรับงานทะเบียนราษฎร์ ขึ้นมาอยู่ในห้างสรรพสินค้า และขยายเวลาบริการ เป็น 4 ทุ่ม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ ชาว กทม.อีกด้วย
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ว่า เป็นการเลือกตั้งที่สูสีซึ่งประชาชนจะเป็นผู้กำหนดทิศทางอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ตนขอเรียกร้องร้องให้ทุกฝ่ายนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อคนกรุงเทพฯ ทำได้จริงไม่ใช่นโยบายขายฝัน ขาดความรับผิดชอบ ขาดที่มาที่ไป เพื่อหวังคะแนนเสียง อยากให้ผู้สมัครทุกท่านดำเนินการ
นายชวนนท์ กล่าวว่า ทางพรรคจะมีการปราศรัยทุกวันศุกร์ พร้อมจะมีการประกาศยุทธศาสตร์ นโยบาย ในการลงพื้นที่ของ มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้กทม.ของพรรค และยินดีที่พรรคเพื่อไทยจะระดม ส.ส.ทั่วประเทศมาช่วยในการหาเสียง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ก็จะทำในลักษณะเดียวกัน แต่อย่าทำในลักษณะที่ขัดกฎหมายการทุจริตเลือกตั้ง หรือเป็นการสัญญากับประชาชนว่าจะให้ ทั้งเรื่องทรัพย์สินเงินทอง หรือนโยบายที่ปฏิบัติไม่ได้
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่อยากจะชี้ให้เห็นคือการกลับมาของแกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้แถลงชัดเจนว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดงจะเป็นทีมปราศัยพิเศษ ทีมที่7 ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการใช้ยุทธศาสตร์กุมคะแนนเสียงคนเสื้อแดง
“ผมจึงอยากให้พรรคเพื่อไทยพูดให้ชัดว่า พล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่า กทม.พรรคเพื่อไทยนอกจากจะเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทยแล้วก็จะเป็นตัวแทนเสื้อแดงด้วย และคำพูดของนายจตุพรในลักษณะว่า คนกรุงเทพฯไม่สนใจคนเผาบ้านเมือง เพราะขณะนี้มีคนเสื้อแดงที่เป็นคนกรุงเทพฯ มากขึ้น ก็อยากพิสูจน์ว่าเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ อยากให้นายจตุพรเดินหน้าหาเสียง และปราศัยอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการพิสูจน์คำพูดของตัวเอง” นายชวนนท์ กล่าว
ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เบอร์ 9 พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดหมู่บ้านสหกรณ์ ถนนเสรีไทย57 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน นำดอกกุหลาบมามอบให้เป็นกำลังใจจำนวนมาก
ทั้งนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ ได้ใส่บาตรพระจำนวน 1 รูป แต่ไม่ได้เปิดเผยว่า อธิษฐานขอพรอะไร พร้อมทั้งทักทายผู้สูงอายุที่มาออกกำลังกายบริเวณสวนสาธารณะใกล้เคียง
สำหรับการหาเสียงในวันนี้ได้มี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ นายจตุรนต์ ฉายแสง และนางปวีณา หงสกุล มาช่วยหาเสียงด้วย
ด้าน นายสุเมธ ตันธนาศิริกุล ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 8 กลุ่มกรุงเทพพัฒนา เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ที่ผ่านมาได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยจากนี้จะใช้กลยุทธ์เคาะประตูบ้าน ไม่ใช้ป้ายหาเสียง ส่วนนโยบายก็จะใช้แนวคิดจุดเทียนเปลี่ยนกรุงเทพฯ เน้นการบริหารจากรากหญ้าขึ้นมา พร้อมทั้งจะตั้งประชาคมเมืองโดยให้ประชาชนกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขตเข้ามามีส่วนร่วมบริหารกับผู้ว่าฯ นอกจากนี้ จะสร้างความสามัคคีปรองดองสมานฉันท์จากกรุงเทพมหานครต่อไปทั่วประเทศ
วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความเห็นประชาชน เรื่อง “เจาะลึกการตัดสินใจเลือก ผู้ว่าฯ กทม.” จากกลุ่มตัวอย่าง 3,214 คน สำรวจระหว่างวันที่ 26-30 มกราคม 2556 พบว่า 5 อันดับแรกที่ประชาชนจะเลือก ได้แก่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ได้คะแนนนิยมของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. สูงสุด ร้อยละ 41.00 % รองลงมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ร้อยละ 36.12 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ร้อยละ 6.88 นายโฆษิต สุวินิจจิตร้อยละ 0.97 และร้อยละ 0.53 นายสุหฤท สยามวาลา ขณะที่ ร้อยละ 13.93 ยังไม่ตัดสินใจ
เมื่อถามถึงเหตุผลที่ชอบ พล.ต.อ.พงศพัศ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 28.33 ระบุว่า ชอบที่ตัวบุคคล เป็นคนสุภาพ พูดจาดี เป็นกันเอง ไม่ถือตัว ขณะที่ ร้อยละ 27.86 ระบุ ชอบ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เพราะมีความตั้งใจในการทำงาน มีผลงานให้เห็น และน่าจะแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดี ส่วนร้อยละ 37.04 ชอบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพราะทำงานเป็นอิสระ ไม่อิงพรรคการเมือง ร้อยละ 37.50 ชอบ นายโฆษิต เพราะชอบผู้สมัครเป็นกันเอง ไม่ถือตัว และร้อยละ 44.14 เลือก นายสุหฤท เพราะชอบผู้สมัคร เป็นกันเอง ใจดี ไม่ถือตัว
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการประชุมของพรรคเมื่อค่ำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานด้วยตัวเองว่า เป็นการมาปรับกลยุทธ์ในการหาเสียงช่วย พล.ต.อ.พงศพัศ ใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่านายกฯ ไม่พอใจวิธีการหาเสียงของพล.ต.อ.พงศพัศ ที่ไม่เน้นการนำนโยบายไปบอกประชาชนว่าจะทำอะไรให้บ้าง โดยการประชุมครั้งนี้ นายกฯได้สั่งระดมทั้งรัฐมนตรี ส.ส. อดีต ส.ส. ทั่วประเทศ รวมถึง ส.ส.ในภาคอีสาน เพื่อเรียกคะแนนคนอีสานที่อาศัยใน กทม. และ ส.ก. และส.ข.ของพรรคมาช่วยกันให้หมด ออกหาเสียงกันอย่างเต็มที่
โดยกลยุทธ์การหาเสียงของพรรคเพื่อไทยยังแบ่งเป็น 3 โซน เช่นเดิมคือ โซน 1 ซึ่งประกอบไปด้วยเขตชั้นใน กทม.ได้แก่ เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตดุสิต โซนที่ 2 เขตสายใหม ห้วยขวาง บางเขน ลาดพร้าว และโซนที่ 3 พื้นที่ฝั่งธนฯ ทั้งหมด
แหล่งข่าว เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้กำชับทุกคนอย่าทำผิดกฎหมาย และต้องระมัดระวังในการออกไปช่วยหาเสียง คือไปช่วยนอกเวลาราชการ และอย่าใช้รถหลวงไปช่วยหาเสียงด้วย รวมถึงต้องระมัดระวังการไปร่วมงานเลี้ยงต่างๆ อย่าง ไรก็ตามได้กำหนดให้มีการตั้งเวทีปราศรัยทั้งหมด ใน 3 โซนถึง 150 เวที โดย นายกฯ จะไปร่วมปราศรัยในจุดที่สำคัญๆ เท่านั้น
“ช่วง 5 วันสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง จะมีไม้เด็ดออกมา ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของการตอบโต้ แต่จะเป็นนโยบายที่ประกาศออกมาแล้วรับรองว่าทุกคนจะตะลึงพึงเพิดกันหมดแน่นอน แบบคู่ต่อสู้ไม่สามารถตอบโต้ได้ทัน และยืนยันว่าเป็นนโยบายที่ไม่มีใครทำได้ นอกจากต้องเป็นพวกเดียวกับรัฐบาลเท่านั้น เป็นการตอกย้ำนโยบายไร้รอยต่อให้ประชาชนได้เห็น” แหล่งข่าว กล่าว