ช่วยเผาเมืองพ้นคุก ตุ๊ดตู่บี้นายกฯ เร่งออกพรก.นิรโทษ เตือนอย่าทำร้ายจิตใจ

ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 06:00:00 น.
ช่วยเผาเมืองพ้นคุก
ตุ๊ดตู่บี้นายกฯ
เร่งออกพรก.นิรโทษ
เตือนอย่าทำร้ายจิตใจ
เชื่อไม่มีใครขัดขวาง
สว.ตั้งทีมปรองดอง

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพรพรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ว่า การที่?น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุถึงการออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)นิรโทษกรรมว่าต้องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาศึกษาและต้องรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายก่อนนั้นส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ในมุมของ นปช.คิดว่าผู้ที่สูญเสียอิสรภาพ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องเวลา เพราะเราเองผ่านการคุมขังมา หากยิ่งเนิ่นนานเท่าไหร่ ยิ่งทำร้ายจิตใจ โดยเฉพาะในส่วนของประชาชนซึ่ง 3 แนวทาง คือการออก พ.ร.บ. พ.ร.ก. หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องมีการสรุป

“แนวทางหลังจากที่กฤษฎีกาศึกษาแล้ว น่าทำได้ทันที คือการออก พ.ร.ก. เพราะเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร และในอดีตที่ผ่านมาการใช้ พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ก็เป็นโทษประหารชีวิต และกบฏเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงกรณีนี้ที่จะนิรโทษกรรมเฉพาะประชาชนไม่เกี่ยวกับแกนนำ ดังนั้นวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ ต้องหยุดบิดเบือน เพราะจะไม่มีการนิรโทษกรรมให้แกนนำแม้แต่คนเดียว จะเป็นส่วนของประชาชนทุกสีเสื้อ”นายจตุพร ระบุ

เมื่อถามว่าถึงกรอบเวลาที่ควรออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรม นายจตุพร กล่าวว่า คิดว่าหลังกฤษฎีได้พิจารณา เพราะไม่ได้ซับซ้อนอะไร เราเห็นถ้าเป็น พ.ร.ก.สามารถจะทำได้ ปัญหามีนิดเดียวคือรัฐธรรมนูญ 184 ว่า ความหมายของเร่งด่วนคืออะไร การที่ประชาชนถูกคุมขังมา 3 ปี อย่างนี้ ยังเร่งด่วนพอที่จะปล่อยเขาอีกหรือ คิดว่าจากนี้ควรให้กฤษฎีกาดูว่า พ.ร.ก.นี้ต่างจากอดีตอย่างไร เมื่อดูรอบคอบแล้ว ถ้าเหมือนกันแล้วเห็นว่าเป็นอำนาจฝ่ายบริหารที่จะทำได้ ก็เป็นเรื่องข้อกฎหมาย

ตอกย้ำไม่ควรมีใครขัดขวาง

นายจตุพร กล่าวว่า เชื่อว่าการนิรโทษกรรมให้กับทุกฝ่ายในส่วนของประชาชน ไม่ควรจะมีใครมาขัดข้อง ตนไม่ทราบว่าเหตุการณ์วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เราเห็นประชาชนที่เห็นมาร่วมการต่อสู้ ต่างต่อสู้ในความเชื่อของตัวเอง ดังนั้น ได้เวลาหรือยังที่จะมาปลดปล่อยประชาชนของตัวเองรวมถึงเรื่องคดีความ

เมื่อถามย้ำว่าจะปล่อยให้เวลาเลยไปถึงรัฐบาลชุดหน้าหรือไม่ นายจตุพร กล่าวสวนทันทีว่า ก็ลองไปติดคุกดูบ้าง เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะพิจารณาเรื่องนี้ด้วยความเข้าใจ เพราะประชาชนไม่ควรจะมาเจอชะตากรรมอย่างนี้

เสื้อแดงคึกคักเปิดรร.นปช.โคราช

ในช่วงสายวันเดียวกัน ที่สนามลิปตพัลลภฮอลล์ ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช.และประธานโรงเรียน นปช.เป็นประธานเปิด”โรงเรียน นปช. แดงทั้งแผ่นดิน”ที่จ.นครราชสีมามีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมช.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย มาร่วมด้วย

ธิดาชูรร.นปช.ของปชช.นักต่อสู้

นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช.กล่าวว่าโรงเรียน นปช. แห่งนี้คล้ายสนามบาส หรือสนามตะกร้อ หรือสนามฟุตซอลแต่ไม่เป็นไรโรงเรียน นปช.เปิดได้ทุกที่ ในวัด ในทุกแห่ง ในทุกสนามกีฬา เราเปิดได้ทุกที่เพราะว่าโรงเรียน นปช.เป็นโรงเคลื่อนที่ เป็นโรงเรียนของนักต่อสู้ของประชาชนและนักต่อสู้ของประชาชนไม่เกี่ยงอยู่ตรงไหนเราก็ต่อสู้ได้ เนื่องจากการเรียนของเราวันนี้ในชั่วโมงแรก อาจะหนัก เพราะพี่น้องคนเสื้อแดงเข้าโรงเรียนที่นี่ยังสดๆใหม่ๆการเปิดโครงเรียน นปช.ของเราจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะยกระดับงาน ทั้งปริมาณและคุณภาพของมวลชนคนเสื้อแดง และเราต้องการที่จะสร้างกองหน้าของเรา เราต้องการให้คนในพื้นที่ทั้งหลายนั้นได้เห็นมีแกนนำในพื้นที่ที่พร้อมจะทำงาน เพราะคำว่าผู้ปฏิบัติงานในชื่อของโรงเรียนนี้เป็นหลักสูตรผู้ปฏิบัติงาน แปลว่าเราต้องการคนทำงานให้กลับประเทศชาติ และประชาชน ไม่ใช่เราจะมาผลิตนักปราศรัย

เดินหน้าผลักปลูกฝัง 7 ประเด็น

“โดยจะเน้นในประเด็น7 ประเด็น1.ทำไมเราต้องมาต่อสู้ 2.สู้กับใครคำว่าสู้กับใครก็คือ เป้ามหมายทางยุทศาสตร์3.อธิบายยุทธศาสตร์และยุทะวีของ นปช.,4.เหมือนกับทุกที่คือนโยบาย6ข้อ ที่ต้องพูด แต่จะพูดน้อยหรือพูดมาก 5.เรื่องภาระหน้าที่ 6.เรื่องความคิดและวิธีทำงานและ7.ประชาธิปไตยรวมศูนย์ รวมทั้งหลักการจัดตั้ง ฉะนั้นทั้ง7 หัวข้อนี้แสดงให้เห็นว่า โรงเรียน นปช.นั้นเป็นโรงเรียนนักต่อสู้ เอาจริง” นางธิดา ย้ำ

สว.ชงตั้งกก.ปรองดองร่วมแก้ขัดแย้ง

ด้านนายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานีเผยว่าได้หารือกับเพื่อนสว.ทั้งสายสรรหาและสายเลือกตั้งได้รวบรวมรายชื่อได้ประมาณ20 คน พื่อเสนอต่อ นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาในวันที่4 ก.พ.นี้ให้ใช้อำนาจประธานวุฒิสภาแต่งตั้งคณะกรรมการปรองดองและติดตามสถานการณ์บ้านเมืองโดยมีเป้าหมายสำคัญคือศึกษาผลกระทบจากเหตุการชุมนุมทางการเมือง ที่ประชาชนกลุ่มมวลชนต่างๆ ถูกดำเนินคดีโดยไม่ได้รับสิทธิการประกันตัวให้ออกมาสู้คดีซึ่งวุฒิสภาจะดูเฉพาะในส่วนของประชาชน ไม่เกี่ยวข้องกับบรรดาแกนนำ เชื่อว่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายได้ อีกทั้งจะติดตามประเด็นการเสนอนิรโทษด้วยช่องทางต่างๆ อาทิ ข้อเสนอของกลุ่มคณะนิติราษฎร์ข้อเสนอของ นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ(คอ.นธ.)ของกลุ่ม นปช.และกลุ่มอื่นๆรวมถึงประเด็นการเมืองที่จะนำไปสู่ข้อขัดแย้งของคนในชาติอย่างกรณีข้อพิพาทปราสาทพระวิหารโดยจะเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือ