"สวนดุสิตโพล" เผยผลสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ กับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โดยสำรวจผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 50 เขต จำนวนทั้งสิ้น 1,250 คน ระหว่างวันที่ 28 ม.ค.-2 ก.พ. 2556 เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้สมัครและสื่อมวลชนในการที่จะตอบสนองผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตรงกับความต้องการ สรุปผลได้ ดังนี้
ปัจจัยใดบ้าง ที่มีผลทำให้คนกรุงเทพฯเปลี่ยนใจเลือกผู้สมัครคนใหม่จากเดิมที่ตั้งใจไว้
ร้อยละ 61.04 ผู้สมัครคนอื่นมีนโยบายที่น่าสนใจกว่า เมื่อฟังแล้วรู้สึกถูกใจและคิดว่าน่าจะเป็นไปได้จริง
ร้อยละ 17.60 ดูจากกระแสหรือการตอบรับของคนส่วนใหญ่? /ผู้สมัครมีผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ
ร้อยละ 12.35 ดูจากบุคลิกลักษณะ ความน่าเชื่อถือ? /ผู้ที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักในสังคมรับประกัน
ร้อยละ 05.24 มีประวัติเสื่อมเสีย ด่างพร้อย พัวพันการทุจริตคอรัปชั่นหรือยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ร้อยละ 59.54 ไม่ต่างกัน เพราะ? ยังคงเป็นการแข่งขันกันระหว่าง 2 พรรคการเมืองใหญ่ ,เน้นการลงพื้นที่และชูนโยบายที่เอาใจคนกรุงเทพฯเหมือนเดิม ฯลฯ
ร้อยละ 40.46 ต่างกัน เพราะ ผู้สมัครครั้งนี้ต่างเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มาจากหลากหลายอาชีพ เป็นคนคุณภาพที่อาสาเข้ามาทำงาน , รูปแบบการหาเสียงเน้นผ่านสังคมออนไลน์มากขึ้นโดยเฉพาะเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ฯลฯ
การนำเสนอข่าวเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ของสื่อมวลชนทั้งทีวี วิทยุ นสพ.ที่คนกรุงเทพฯชื่นชอบ คือ
ร้อยละ 53.81 การสัมภาษณ์พูดคุยกับผู้สมัครเบอร์ต่างๆ เปิดโอกาสให้นำเสนอนโยบายแสดงวิสัยทัศน์ได้อย่างอิสระ
ร้อยละ 27.94 เกาะติดสถานการณ์ นำเสนอข่าวรวดเร็ว /รายงานความเคลื่อนไหวหรือมีข่าวให้ติดตามตลอดทั้งวัน
ร้อยละ 18.25 การนำเสนอผลหรือข้อมูลที่เป็นตัวเลข จัดอันดับเปรียบเทียบที่ดูเข้าใจง่าย มีภาพหรือกราฟฟิคประกอบ
การนำเสนอข่าวเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ของสื่อมวลชนทั้งทีวี วิทยุ นสพ.ที่คนกรุงเทพฯไม่ชอบ/เบื่อหน่าย คือ
ร้อยละ 31.48 นำเสนอข่าวเกินความเป็นจริง ตีไข่ใส่สีให้ทะเลาะกัน / ขุดคุ้ยเรื่องเก่ามาโจมตี ใส่ร้ายผู้สมัคร
ร้อยละ 30.16 นำเสนอข่าวเพียงด้านเดียว ไม่ได้นำเสนอทั้งหมด / เลือกเฉพาะประเด็นที่คิดว่าขายได้เท่านั้น