เกาะติดสถานการณ์รัฐประหาร ๕๗
13:15 'บวรศักดิ์'จ่อร่วมรับฟัง'เวทีอีสาน' วอนกลุ่มต่อต้านคสช.ชี้แนะปฏิรูป   21 ธ.ค.57 ที่ห้องประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็น…
09:31 ดุสิตโพลเผยผลงานคสช.-รัฐบาลที่โดนใจประชาชนคือ"ปราบทุจริต-ลดราคาสินค้า"   สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นของประชาช…
08:59 ผลงาน'คสช.-รบ.'ที่โดนใจปชช. ปราบปรามทุจริต-ลดราคาสินค้า   21 ธ.ค.57 ปี 2557 กำลังจะหมดไป และปีใหม่ 2558 กำลังจะมาถึง คสช.และรัฐบาล ทำงานอย่างเต…
00:00 คอลัมน์: ชานชาลาประชาชน: Road Map ประเทศไทยกับการแก้ไขปัญหาประชาชน   นับจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศเมื่…

เผยจุดจบ2ล้านล้าน ชาติย่อยยับ นิด้าสำรวจปัญญาชน เชื่อฟองสบู่แตก/เศรษฐกิจพัง

ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2556 06:00:00 น.
เผยจุดจบ2ล้านล้าน
ชาติย่อยยับ
นิด้าสำรวจปัญญาชน
เชื่อฟองสบู่แตก/เศรษฐกิจพัง
นายกฯโอ่เงินกู้ทำจีดีพีเพิ่ม
จ้างแรงงานสูง1.5แสนราย
ย้ำรถไฟความเร็วสูง-ของสด

หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกู้เงินเพื่อ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศ จำนวน 2 ล้านล้านบาทในวาระที่1เมื่อคืนวันที่29 มี.ค.ด้วยเสียง284 ต่อ152เสียงและตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯจำนวน36 คนกำหนดแปรญัตติภายใน30วัน โดยใช้เวลาอภิปราย 2วันรวม28ชั่วโมง เมื่อเช้าวันที่ 30 มีนาคม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ“รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน”ในช่วงที่ 2 ซึ่งนำเทปบันทึกภาพในการชี้แจงร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน2 ล้านล้านบาทฯ

ยืนยันว่าโครงการดังกล่าว ช่วยเชื่อมโยงภูมิภาค มีประโยชน์ด้านการส่งสินค้า เติมเต็มความเจริญในท้องถิ่นและสร้างความแข็งแรงของเศรษฐกิจในประเทศ อีกทั้งยังช่วยลดระยะเวลาในการขนส่ง ทำให้อาหารมีคุณภาพสดมากขึ้น ตลอดจน ยังทำให้การเดินทางท่องเที่ยวสะดวก เกิดการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย พร้อมเชื่อว่าภาพรวมของเศรษฐกิจอีก 7 ปี จะมีจีดีพีเพิ่มขึ้นอีก 1% และเกิดการจ้างงานถึง 1.5 แสนอัตรา นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จะสร้างอนาคตให้กับประชาชน และมีการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส จึงอยากขอให้หยุดเถียงกันว่าใครเป็นผู้ริเริ่มโครงการ

ยันกู้2ล้านล้านไม่ขัดรธน.

ด้าน นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการออกพรบ.กู้เงิน2ล้านล้านบาทหนนี้ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐบาลได้ถือแนวทางการปฏิบัติเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งได้หารือกับสำนักงานกฤษฎีกาในข้อกฎหมายเรียบร้อยแล้ว

ส่วนที่มี ส.ส.และ ส.ว.เข้ายื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ถือเป็นสิทธิที่สามารถดำเนิน การได้และเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาโครงการของรัฐบาลมีแผน ยุทธศาสตร์อย่างชัดเจนและเป็นการพลิกโฉมประเทศไทย จึงจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนสูง

ส่วนการบรรจุแผนในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ อาจไม่เหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมาโครงการต่างๆที่อยู่ในพ.ร.บ.งบประมาณ มีความไม่แน่นอนในการได้งบประมาณดำเนินการในแต่ละปี แต่หากเป็นกฎหมายต่างหาก จะเกิดความแน่นอนและสร้างความมั่นใจในความต่อเนื่องของการเดินหน้าโครงการต่างๆได้เป็นอย่างดี

สร้างหนี้50ปีแต่สิ่งที่สร้างอยู่ร้อยๆ ปี

นายราเทพ ยังกล่าวถึงที่มีการพูดเรื่องกู้เงินของพ.ร.บ.ฉบับนี้จะสร้างหนี้50ปีว่าอย่าดูด้านเดียวเฉพาะหนี้ ต้องดูทั้งสองด้าน โดยเฉพาะระบบการขนส่ง ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่จะสร้างรายได้ด้วย รัฐบาลไม่ได้กู้เงินมาแจก แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้วทรัพย์สินจะอยู่กับประเทศเป็นร้อยๆปี ถือเป็นการสร้างประโยชน์ได้มาก ต้องบอกว่านี้คือโอกาส ถ้าไม่ทำวันนี้ จะเสียโอกาสมาก เพราะทั้งคนไทย และต่างชาติได้ใช้ สร้างแล้วได้รายได้จากค่าโดยสาร การท่องเที่ยว และประหยัดต้นทุนสินค้าที่จะส่งไปต่างประเทศ

ด้านนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่สภารับหลักการวาระแรกว่าทางวิปวุฒิสภา มีมติให้คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินและคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา เริ่มพิจารณาควบคู่ไปพร้อมกับ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯที่สภาตั้งขึ้น เพื่อความรวดเร็วหากสภาฯผ่านวาระ2-3และส่งมาให้วุฒิสภาจะได้พิจารณาได้ทันที ?ส่วนที่ สส.ฝ่ายค้านและกลุ่ม40 ส.ว.ยืนยันว่าจะส่งเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้นก็ต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยแบบไหนเพราะกรณีนี้เป็นการกู้เงินเพื่อมาลงทุนพัฒนาประเทศ ไม่ใช่กู้เพื่อนำมาแจกชาวบ้าน ในส่วนของวุฒิสภา ก็ต้องดูรายละเอียดอีกที

ปชป.ติงเงินกู้ต้องไร้คอร์รัปชั่น

นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงว่าหลังสภาฯมีมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.เงินกู้2 ล้านล้านบาทว่าไม่ประหลาดใจที่สภาผ่านร่างดังกล่าว แม้ฝ่ายค้านพยายามให้เหตุผลว่าไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริงและขอให้เป็นการใช้เงินโดยปราศจากคอรัปชั่นโดยฝ่ายค้านเห็นว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมมีความจำเป็นแต่ต้องพัฒนาควบคู่ไปกับด้านอื่นด้วย? นอกจากนี้ ก็ยังมีประเด็นที่น่าสงสัยในด้านยุทธศาสตร์ว่าเป็นไปเพื่อพัฒนาประเทศ หรือเพื่อคนเบื้องหลัง

จี้'นายกฯ'ตอบ8คำถามฉาว

จึงขอเรียกร้องให้นายกฯได้ตอบคำถาม8ข้อ ก่อนที่จะดำเนินโครงการคือ1.ทำไมจึงมีความจำเป็นต้องกู้เงิน2 ล้านล้านบาท แทนที่จะตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี7ปี 2.ทำไมรัฐบาลไม่เขียนกำกับไว้ว่าจะไม่ใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษแต่จะใช้ระเบียบพัสดุตามปกติเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ3.เอกสารในบัญชีแนบท้ายของร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ฯจำนวน231หน้าไม่มีผลทางกฎหมาย ทำให้รัฐบาลสามารถเปลี่ยนแปลงโครงการที่แนบท้ายได้4.รัฐบาลจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะใช้หนี้ภายใน50ปี 5.เหตุใดรัฐบาลไม่ทบทวนโครงการที่ดำเนินการ6.การที่รัฐบาลอ้างว่าพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานด้านคมนาคาเพื่อเชื่อมโยงอาเซียน ก็ไม่เป็นความจริงเพราะเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายอีสานไปสุดเพียงจ.นครราชสีมาส่วนสายใต้สุดที่อ.หัวหิน 7.หลายโครงการในเอกสารประกอบบัญชีแนบท้ายเม็ดเงิน1.4 ล้านล้านบาท ยังไม่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.และยังไม่ผ่านการศึกษาและ8.ราคาค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-เชียงใหม่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่2,000บาทโดยประมาณ ซึ่งราคาค่าโดยสารของสายการบินโลว์คอสต์ อาจจะถูกกว่า

ดักคอรีดภาษีเพิ่มปีละ3หมื่นล้าน?

“คนจน คงจะสู้ผักไม่ได้เพราะผักจะได้ขึ้นรถไฟซึ่งผักอาจจะสดจริง แต่ผลกระทบที่ตามมาราคาผัก ก็ต้องเพิ่มขึ้นไปด้วยตามต้นทุนการขนส่ง กระหล่ำหัว ละ8บาทก็อาจจะต้องซื้อในราคาหัวละ800บาทก็ได้ และหากรัฐบาลแทรกแซงราคาตั๋วหมายความว่าจะต้องเก็บภาษีประชาชนเพิ่มขึ้นปีละ 3 หมื่นล้าน ประชาชนจะยอมหรือไม่” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำ

“นิด้าโพล”ชำแหละเงินกู้อันตราย

ในวันเดียวกัน ศจ.ดร. พิริยะ ผลพิรุฬห์ รองคณบดี วิทยาลัยนานาชาติ และ อาจารย์ประจำคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยวา ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล" เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องนโยบายประชานิยมกับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28 - 29 มีนาคม 2556 กรณีศึกษา จากประชาชน 1,250 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนในภาพรวม ร้อยละ52.16มีความกังวลต่อการเกิดเหตุการณ์ฟองสบู่แตกเหมือนปี2540เพราะราคาสินค้ามีแนวโน้มแพงขึ้น สถานการณ์คล้ายกัน น่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ รองลงมาร้อยละ39.60ระบุว่าไม่กังวลเพราะยังเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ การขยายตัวเศรษฐกิจของไทยและเคยมีบทเรียนในเรื่องนี้มาแล้ว รัฐบาลน่าจะบริหารการทำงานได้และมีเพียง ร้อยละ8.24 กังวลมากเพราะ ไม่แน่ใจในการบริหารงานของรัฐบาล มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะนโยบาย หรือโครงการต่างๆของรัฐบาล

ผวาเกระทบศก.ในอนาคต

ส่วนนโยบายหรือโครงการของรัฐบาลที่อาจจะส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตมากที่สุด พบว่าประชาชนในภาพรวม ร้อยละ39.68ระบุว่าเป็นการกู้เงิน2.2ล้านล้านบาท ของรัฐบาล รองลงมาร้อยละ22.40เป็นนโยบายรถยนต์คันแรก ร้อยละ13.12 นโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ300บาทและเงินเดือนปริญญาตรี15,000 บาท ร้อยละ11.20 โครงการจำนำข้าวที่ราคาสูงกว่าราคาตลาด ร้อยละ3.28โครงการบัตรเครดิตเกษตรกร ร้อยละ1.28เป็นโครงการบัตรเครดิตพลังงาน มีเพียงร้อยละ1.76ระบุไม่มีโครงการใดที่น่าจะส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ปัญญาชนเชื่อฟองสบู่แตก

ศจ.ดร.พิริยะยังระบุว่า การสำรวจครั้งนี้ เน้นเฉพาะกลุ่มผู้มีการศึกษาสูงคือตั้งแต่ในระดับชั้นปริญญาตรีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่น่าจะเข้าใจสภาพเศรษฐกิจ สะท้อนมุมมองทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี จากผลสำรวจนี้ยังสะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่คาดว่าฟองสบู่จะแตกเหมือนปี2540นั้นยังมีความเข้าใจที่คาดเคลื่อนเนื่องจากภาวะฟองสบู่ไม่ได้ส่งผลโดยตรงจากการที่ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น แต่มาจากการที่ราคาของสินทรัพย์(Asset Price)เช่นอสังหาริมทรัพย์ ตลาดหุ้นและหน่วยลงทุนต่างๆเพิ่มขึ้นสูงเกินกว่าราคาตามความเป็นจริง จนเกิดอุปสงค์เทียมจากการเก็งกำไรที่ทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นไปเรื่อยๆเป็นวงจรและขยายตัวเหมือนฟองสบู่

หวั่นเงินกู้เสี่ยงทำหนี้สาธารณะพุ่ง

ในขณะที่จากการสำรวจความคิดเห็นทางด้านโครงการประชานิยมนั้น ต้องยอมรับว่าการกู้เงิน2.2ล้านล้านบาทของรัฐบาล กำลังเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจที่สุดในขณะนี้และสร้างความหนักใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมากเพราะเป็นกรอบการลงทุนในจำนวนเงินที่สูงซึ่งจะส่งผลต่อภาวะทางการคลังและสุ่มเสี่ยงต่อระดับหนี้สาธารณะที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ถึงแม้ว่าโครงการดังกล่าวจะนำมาใช้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงก็ตาม

สัมมนาสับแหลกนักกู้

ในบ่ายวันเดียวกัน ที่โรงแรมเดอะสุโกศล? วิทยาลัยนวตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กลุ่มกรีนการเมือง คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)และเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน ร่วมจัดอภิปรายวิชาการเรื่อง"ความจริง พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท ใครได้ใครเสีย"ปรากฎว่าส่วนใหญ่ต่างรุมติติงร่างดังกล่าว โดยนายไพโรจน์ วงศ์วิภานันท์ อดีตอธิบดีคณะเศรษฐศาสตร์จุฬาฯ เห็นว่าร่างฯนี้มุ่งจะมีรถไฟหัวกระสุนก็ต้องคิดเรื่องค่าใช้จ่ายแพงไหม อาจสะสมการขาดทุน แม้รถไฟหัวกระสุนในญี่ปุ่นก็ยังขาดทุนสะสม เป็นภาระหนักแก่รัฐบาลญี่ปุ่นจนต้องขายให้เอกชน ต้องคิดให้รอบคอบว่าจะมีคนใช้พอคุ้ม กับงบลงทุนหรือไม่แล้วจะเปลี่ยนประเทศได้จริงหรือไม่ ในโลกนี้ ต้องดูภูมิศาสตร์เป็นหลักว่าต้องมีรถไฟความเร็วสูงหรือไม่เช่นสหรัฐฯก็ไม่มี

ชี้ขัดรธน.ไร้การมีส่วนร่วมจากปชช.

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กล่าวว่าการทำอะไรที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ รัฐธรรมนูญได้มีกลไกตรวจสอบถ่วงดุลได้ซึ่งขั้นนี้รัฐธรรมนูญระบุต้องไปรับฟังความเห็นประชาชนในการทำโครงกาสาธารณะแต่รัฐบาลนี้ไม่เคยทำ ในร่างฯยังย้ำว่าต้องกู้ซึ่งการยับยั้ง ต้องดูว่าเวลานำเสนอร่างฯ มีความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ อีกทั้งร่างก็ไม่มีความเร่งด่วนใดๆรวมทั้งไร้การมีส่วนร่วมของประชาชนและไม่ส่งเสริมให้ประชาชนตรวจสอบได้เลย จริงๆควรอยู่ในชั้นการมาสอบถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ และนำไปวิเคราะห์โครงการอย่างละเอียดก่อน

เร่งผลาญเงินกู้มือเติมอาจพังหมด

ด้าน นายสังสิต พิริยะรังสรรค์ คณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าวว่านโยบายประชานิยมที่ผ่านรัฐบาลใช้เงิน3ล้านล้านบาท หากกู้อีก โอกาสกลายเป็น10ล้านล้านบาท ไม่เกิน 5 ปีทั้งจากโครงการรถคันแรก รับจำนำข้าว รถไฟความเร็วสูง ทำให้คนไทยมีความสามารถมีคุณภาพขึ้นหรือไม่ ควรเลือกสร้างเส้นเชื่อมจีน หรือมาเลเซียก่อน หากทำพร้อมๆกันเจ๊งแน่ หากทำไปถึงหัวหิน โคราช ลดต้นทุนการขนส่งไปแค่ 1เปอร์เซนต์ ไม่ส่งผลการเพิ่มผลผลิตมวลรวมของประเทศ

ขุนค้อนนัด2สภาถกแก้รธน.1เมษา

อีกเรื่องหนึ่ง นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาได้มีคำสั่งนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่....) พ.ศ....รวมจำนวน3ฉบับตามที่สมาชิกรัฐสภาได้เสนอ ในวันที่1 เม.ย.เวลา10.30น.โดยบรรจุเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องด่วน ลำดับที่1—3ในการอภิปรายในวาระที่1 ขั้นรับหลักการดังกล่าว ทางวุฒิสภาได้รับการจัดสรรเวลา 8 ชั่วโมงหรือ480 นาที โดยขณะนี้ได้มี ส.ว.มาร่วมลงชื่อเพื่อขออภิปรายแล้ว จำนวน52คน ในวันที่1เม.ย.จะมีการจับฉลากเพื่อเรียงลำดับคาดว่าสว.ได้เวลาอภิปรายคนละ8นาที

ขณะที่ นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา รองประธานรัฐสภา กล่าวว่าจะใช้เวลาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวม3วัน ไม่ห่วงเรื่องเสียงสนับสนุนในส่วนของ ส.ว. อย่างน้อยมีอยู่แล้ว50เสียง บางคนก็อยากได้แต่ไม่กล้า เมื่อถามว่ากลุ่ม40ส.ว.ขู่ไว้แล้วว่าหากลงมติผ่านวาระแรกจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นายนิคม ตอบว่าเรากำลังทำตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แล้วผิดตรงไหน ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่ได้ตัดสิทธิหรือริดลอนสิทธิใคร แล้วจะใช้บทบัญญัติไหนมาตีความ หรือตีความประเด็นใด

พท.จัด40ขุนพลถกแก้รธน.รายมาตรา

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่าได้เตรียมตัวผู้อภิปรายการแก้ไขรัฐธรรมหนนี้ไว้ถึง 40 คน

นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์? กล่าวว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราทำได้ แต่ขณะนี้ไม่เห็นว่ามาตราที่แก้ไขจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะมาตรา 68 ที่จะเป็นการตัดสิทธิ์ประชาชนในการยื่นเรื่องพิทักษ์รัฐธรรมนูญต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ดิเรกเชื่อแก้รายมาตราผ่าทางตันสังคม

ด้าน นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญ 1ใน สว.ร่วมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรากล่าวว่าใน ในส่วนของผู้อภิปรายฝั่ง ส.ว.มี54 คนได้เวลารวมทั้งสิ้น8 ชั่วโมง โดยตนจะได้เวลา30นาทีในการอภิปรายปิดภาพรวมของการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา คาดว่าภาพรวมการอภิปรายไม่น่าจะตึงเครียด เพราะเป็นแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ความเห็นไว้ แม้กลุ่ม40สว.จะอภิปรายคัดค้านก็เป็นสิทธิ์แต่สังคมจะเห็นเอง จะชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการระบอบประชาธิปไตยและเชื่อว่าการแก้ไขรายมาตราเป็นการผ่าทางตันให้กับสังคม เป็นการประนีประนอม เป็นวิถีทางละมุ่นละม่อมที่สุดแล้วซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาได้ยอมรับหลักการที่กรรมการสมานฉันท์ได้ให้แนวทางไว้

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง