ปัดแถลงการณ์ร่วมศอ.รส. ผบ.ทอ.โต้ มั่วมติเหล่าทัพชนตุลาการ

ผบ.ทอ.โต้ มั่วมติเหล่าทัพชนตุลาการ ยันมีแค่ตัวแทนไปนั่งรับฟัง ปชป.แฉ'เหลิม'ลุยหักดิบ แม้ววางมือถ้าได้รับยุติธรรม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20เมษายน ถึงกรณีที่ นายชัยเกษม นิติศิริ รมว.ยุติธรรม ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) อ้างว่า...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

ถึงเวลาเปลี่ยนขั้วนายกลูกหนงไทย(อีกครั้ง)

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2556 06:00:00 น.

สิ่งที่แฟนฟุตบอลไทย ให้ความสนใจ นอกจากผลงานของ ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย รวมถึงการแข่งขันโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีกแล้ว ณ เวลานี้ คงมีอีกเรื่องที่แฟนลูกหนังชาวไทยให้ความสนใจไม่น้อยคือ การเลือกตั้ง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในวันที่ 15 มิถุนายนนี้นั่นเอง

จากที่ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกลูกหนังไทย คนปัจจุบัน ซึ่งดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วถึง 2 สมัย มาคราวนี้เจ้าตัวยังคงจะขอลงสมัครทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป นอกจากนี้ยังมีผู้ลงสมัครท้าชิงอีก 2 คน ในเวลานี้อย่าง ?"บิ๊กกร๊อง" วิรัช ชาญพานิชย์ อดีตผู้จัดการทีมชาติไทยยุครุ่งเรือง ตัวแทนจากกลุ่ม ชลบุรี และ พินิจ งามพริ้ง ประธานชมรมเชียร์ไทย

ซึ่งหากจะมองที่ตัวผู้ท้าชิงแล้วต้องบอกว่าครั้งนี้ จะเป็นอีกครั้งที่มีลุ้นกันอย่างสนุกอย่างมาก เพราะทั้งสองคนที่ลงสมัคร ต่างชัดเจนว่าอยู่คนละขั้วกับ “บังยี” อย่างแน่นอน

โดย "บิ๊กกร๊อง" ที่เคยชิงตำแหน่งนี้เมื่อสมัยที่แล้ว ซึ่งครั้งนั้นแจ้งความจำนงลงสมัครชิงตำแหน่งในวันที่รับสมัครเลือกตั้งเลย ก่อนสุดท้ายจะโดน "บังยี" ล้มโต๊ะ และเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ได้เปิดเผยถึงการสมัครชิงตำแหน่งในครั้งนี้ว่า เมื่อมีการรับรองมติที่ประชุมเพื่อบังคับใช้ว่าผู้ที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลต้องแจ้งความจำนงล่วงหน้า 60 วัน ตนจึงต้องแสดงความจำนงว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลไปล่วงหน้าก่อน เพื่อป้องกันว่า เมื่อถึงเวลาอาจจะไม่ได้รับสิทธิให้สมัคร และก่อนวันสงกรานต์ตนจะแถลงนโยบายในการลงชิงตำแหน่งในครั้งนี้

ขณะที่ พินิจ งามพริ้ง ที่ลงสมัครชิงนายกลูกหนังไทยเป็นครั้งแรกก็เผยว่า จุดที่ทำให้มั่นใจการลงแข่งขันครั้งนี้คือการมุ่งมั่นตั้งใจการทำฟุตบอล อย่างจริงจัง นโยบายที่ไม่เน้นอัดฉีด แต่เน้นการวางรากฐานที่มั่นคง ซึ่งแน่นอนว่าตนจะไม่ใช้วิธีการสกปรกให้ตัวเองได้รับเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมขอยืนยันว่าจะไม่ร่วมงานกับ นายกสมาคมคนปัจจุบันอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามจากการ ประชุมใหญ่สามัญสมาคมฟุตบอลเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมานั้นมีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย เมื่อ “บังยี” ได้ออกมาเปิดเผยในที่ประชุมว่า สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ?ฟีฟ่า ได้ให้ทุกประเทศขอมติจากสโมสรสมาชิกเรื่องธรรมนูญฟีฟ่าแบบใหม่ซึ่งต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก ซึ่งทางสมาคมฟุตบอลฯ ก็จะต้องเสนอเพื่อเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ.กีฬา และหากทันเดือน มิถุนายน ก็จะใช้ธรรมนูญฯ แบบใหม่ในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ในครั้งนี้ ซึ่งจะทำให้นายกสมาคมฯ ดำรงตำแหน่งได้ 4 ปี ปรากฏว่าในวาระนี้มีคนไม่เห็นด้วยถึงเกือบครั้งถึง 48 เสียง และมีคนเห็นด้วย55 เสียง

พร้อมกันนี้สาระสำคัญของร่างธรรมนูญการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นนั้นจะมีการปรับจำนวนเสียงที่จะมีสิทธิ์ในการเลือกตั้งจากเดิมทีมี 100 กว่าเสียงมาเหลือ72 เสียงเท่านั้น โดยจะมาจากสโมสรไทยพรีเมียร์ลีก 18เสียง จากยามาฮ่าลีกวัน 18 เสียง จากลีกภูมิภาคที่จะได้ศูนย์ละ 5 เสียงรวม 6 ศูนย์เป็น 30 เสียงจากถ้วย ข ,ค ,ง ถ้วยละ 2 เสียงรวมเป็น 6 เสียง รวมทั้งหมด 72เสียง

2 ผู้ท้าชิง ตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ "บิ๊กกร๊อง" วิรัช ชาญพานิชย์ อดีตผู้จัดการทีมชาติไทยยุครุ่งเรือง ตัวแทนจากกลุ่ม ชลบุรี และ พินิจ งามพริ้ง ประธานชมรมเชียร์ไทย

นั่นหมายความว่า หากการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้มีการใช้ธรรมนูญใหม่เกิดขึ้นจริง โอกาสที่เก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลฯ ของ “บังยี” จะหลุดลอยไปนั้นต้องบอกว่าแทบจะไม่มีเลย หากมองลงไปถึงรากฐานเสียงในตอนนี้ที่มีอยู่ในมือตอนนี้

โดย 18 เสียงของสโมสรในไทยลีกอาจจะมีมากกว่าครึ่งที่เอนมาทางฝั่ง”บิ๊กกร๊อง” และนาย พินิจ ?แต่หากมองไปที่ลีกล่างๆลงมาแล้วต้องบอกว่าลำบากแน่ที่ใครจะมาดึงฐานเสียงตรงนี้ไปได้ โดยเฉพาะ 30 เสียงจากลีกภูมิภาค ที่มี่ ?วิมล กาญจนะ อุปนายกสมาคมฟุตบอลฯ นั่งตำแหน่งประธานฝ่ายจัดการแข่งขันอยู่ ซึ่งเรียกว่าสนิทแนบแน่นกับ “บังยี”สุดๆ

มันจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจนักที่จะเห็น”บังยี”ลุ้นให้ ฟีฟ่า มีมติให้ใช้ธรรมนูญแบบใหม่ในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ.กีฬา ให้ทันการเลือกตั้งเดือน มิถุนายน

อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่า ทิศทางลมของโลกมันไม่แน่นอนเสมอไป และหากการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีนอกมีในดั่งเช่นครั้งที่แล้ว ที่มีการล้มเลือกตั้งไปแบบกลางครัน ทุกคนทีลงสมัครในครั้งนี้ คงจะมีทีเด็ดพอที่จะทำให้มีการเปลี่ยนขั้วนายกสมาคมได้อย่างแน่นอน

ซึ่งอันที่จริงเราทุกคนก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าหากเปลี่ยนแปลงนายกสมาคมฟุตบอลฯแล้ว มันจะดีขึ้นหรือแย่ลงหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจหากมองดูผลงานโดยรวมไปจนถึงกระบวนการทำงานของ ทีมชาติไทย ในช่วง 8 ปีหลัง ต้องบอกว่า

ถึงเวลาที่ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ชุดนี้ควรมีการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว !!
กาลอป
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง