สุเทพ เตรียมนำม็อบเดินสายเรียกแขกบริษัท การบินไทย

สุเทพ เตรียมนำผู้ชุมนุมเดินทางไปบริษัท การบินไทย เพื่อเชิญชวนพนักงานการบินไทยร่วมต่อสู้กับกลุ่ม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) นัดหมายผู้ชุมนุมจากเวที สวนลุมพินี เตรียมเคลื่อนขบวน ในเวลา 10.00 น....อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

บุญบั้งไฟเมืองยโส บูชาพระศาสดา-พญาแถน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2556 06:00:00 น.

เสียงกาพย์เซิ้ง “...โอเฮาโอพวกเซิ้งเฮาโอ...ข้าฯ สิเว้าเรื่องเก่ามีมาหลานสิจาสาวงามนางไอ่ เมืองน้อยใหญ่มาเบิ่งความงาม พ่อบ่ทรามประกาศดังก้อง อยากได้น้องนางไอ่ไปครอง เจ้าจงลองเฮ็ดบั้งไฟใหญ่ขึ้นไวๆ เถิดเผิ่นทั้งหลายจั่งสมหมายได้ไอ่ไปซ้อน...”

ที่กล่าวมานี้เป็นท่อนหนึ่งของกาพย์เซิ้งตำนานประเพณีบุญบั้งไฟของเมืองยโสธร ที่ชาวบ้านชาวเมือง จะได้ยินได้ฟังในงานประเพณีบุญบั้งไฟทุกปี งานประเพณีบุญบั้งไฟเป็นงานประเพณีบุญเดือน 6 ของชาวยโสธร และจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานที่ทำกันมาตั้งแต่โบราณ ปรากฏอยู่ใน “ฮีตสิบสอง คองสิบสี่” สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ชาวอีสานจุดบั้งไฟเพื่อบูชา “พญาแถน” เทวดาบนสวรรค์ ผู้สามารถบันดาลให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล พูดง่ายๆ?ว่า การจุดบั้งไฟเพื่อส่งสัญญาณเตือนพญาแถนว่าใกล้ฤดูกาลทำนาแล้วนั่นเอง บางตำนานเล่าขานว่า การที่งานบุญบั้งไฟตรงกับเดือนสำคัญทางพุทธศาสนา คือวันวิสาขบูชา เหมือนกับการถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระพุทธเจ้า บั้งไฟเปรียบเสมือนดังอัคคีทั้ง 3 คือราคะ โทสะ และโมหะ ที่จะถูกจุดเผาไหม้ไป อาจารย์เต็มใจ (อัครนัฎ)หาญจางสิทธิ์ อดีตข้าราชการครูคนเก่าคนแก่ของเมืองยโสธร เล่าว่า ก่อนหน้านี้ ขณะที่ยโสธรเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี งานบุญบั้งไฟจะจัดกันตามหมู่บ้าน ตำบล ต่อมาเมื่อแยกออกมาเป็นจังหวัดที่ 71 เมื่อปีพ.ศ.2515 ประกอบกับเมืองยโสธรจัดงานประเพณีบุญเดือนหก โดดเด่นกว่าจังหวัดอื่นๆชาวเมืองจึงยึดถืองานประเพณีบุญบั้งไฟเป็นเอกลักษณ์ จนมีชื่อเสียงโด่งดังมีผู้คนหลั่งไหลมาดูกันมากมาย

บุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธร หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งคือ บุญเดือนหก จัดเป็นประจำทุกปีช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ก่อน

จะลงมือทำนา ช่วงที่จัดงานบุญบั้งไฟคือสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมในวันศุกร์เป็นวันที่คณะบั้งไฟทั้งหลาย จัดขบวนเซิ้งขอรับปัจจัยจากชาวเมืองเป็นค่าอาหาร เครื่องดื่มและสิ่งของจำเป็นในการร่วมทำบุญ สำหรับวันเสาร์จะเป็นวันแห่ขบวนฟ้อนรำ เพื่อแข่งขันด้านความสวยงามของท่าฟ้อนรำในจังหวะต่างๆ ตลอดทั้งการตกแต่งบั้งไฟและจัดขบวนที่สวยงาม ส่วนในวันอาทิตย์จะเป็นวันจุดบั้งไฟแข่งขันการขึ้นสูงของบั้งไฟและลอยอยู่ในอากาศได้นาน จะเป็นเครื่องตัดสินการชนะเลิศของการแข่งขัน

ในปี 2556 นี้ นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรเปิดเผยว่า งานประเพณีบุญบั้งไฟ จะเริ่มขึ้นในวันศุกร์ที่ 10-12 พฤษภาคม 2556 ณ บริเวณสี่แยกพิพิธภัณฑ์บั้งไฟใจกลางเมืองยโสธรถนนแจ้งสนิท เขตเทศบาลเมืองยโสธร แห่ขบวนไปสิ้นสุดที่สวนสาธารณะพญาแถน ซึ่งเป็นสถานที่จุดบั้งไฟแข่งขัน ซึ่งกำหนดการประเพณีบุญบั้งไฟในปีนี้ ดังนี้

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2556 เริ่มเวลา 6.00 น. คณะบั้งไฟแต่ง(เอ้) บั้งไฟตามถนนแจ้งสนิท ส่วนคณะฟ้อนเซิ้งบั้งไฟรวมกันเซิ้งไปทั่วเมืองเพื่อขอปัจจัยร่วมทำบุญ พอตกถึงตอนเย็น คณะฟ้อนรำจะรวมกลุ่มกันทำการประกวดกองเชียร์บั้งไฟที่หน้าบั้งไฟคณะตัวเอง การประกวดกองเชียร์มีจำนวน 35 คณะ แต่ละคณะจัดเวทีแต่งตัวแบบแด๊นเซ่อร์หางเครื่องวงดนตรีลูกทุ่งสวยงาม จัดเวทีไปตามถนนแจ้งสนิทยาวถึงหัวเมืองท้ายเมืองบางคณะเปิดเพลงจังหวะและเต้นสุดเหวี่ยง ด้านคณะกรรมการตัดสินจะต้องเดินตัดสินว่าคณะใดจะได้รางวัลชนะเลิศ/รองชนะเลิศ/ชมเชย

วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2556 เป็นวันแห่ขบวนเซิ้ง/บั้งไฟ เริ่มด้วยเวลา 7.00 น. ขบวนอัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สำหรับคณะบั้งไฟที่ได้รับ

รางวัลชนะเลิศ จากนั้นเป็นการกระทำพิธีเปิดงาน ณ บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์บั้งไฟสี่แยกหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร มีการประกวดธิดาบั้งไฟโก้ ประกวดขบวนแห่เซิ้งบั้งไฟไปตามถนนแจ้งสนิท ผ่านจุดการประกวด 3 จุดด้วยกัน ตอนเย็นมีการจัดพาแลงดินเนอร์ การประกวดบั้งไฟแฟนซี(บั้งไฟสวยงาม)

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2556 เริ่มแข่งขันบั้งไฟขึ้นสูงณ สนามแข่งขันสวนสาธารณะพญาแถน ฐานจุดบั้งไฟมีจำนวน 5 ฐานด้วยกัน ฐาน 1-3 เป็นฐานจุดบั้งไฟหมื่น ฐาน4-5 เป็นฐานจุดบั้งไฟแสนและบั้งไฟล้าน บั้งไฟหมื่นมีหลักเกณฑ์ คือ มีลำกล้อง (เลา) พาสลอนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ไม่ต่ำกว่า 3.5 นิ้ว ยาวไม่น้อย 1.40 เมตร บรรจุด้วยดินปะสิวมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 12 กิโลกรัม บั้งไฟแสนอยู่ในหลักเกณฑ์ มีลำกล้องพาสลอนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว ยาวไม่เกิน 4.50 เมตร บรรจุด้วยดินปะสิวมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 120 กิโลกรัม ถ้าเกินนี้ไปเป็นบั้งไฟล้าน

นายวีระวัฒน์ ภักตรนิกร นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร กล่าวว่านับแต่ปี 2540 เป็นต้นมา เมืองยโสธรได้ลงนามเป็นเมืองคู่แฝดกับ เมืองโยชิดะ ประเทศญี่ปุ่น เพราะประเพณีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน คือ ยโสธร เป็นประเพณีขอฝนให้ตกลงมาเพื่อทำนาและทำพิธีในหน้าร้อน แต่เมืองโยชิดะเป็นประเพณีขอบคุณพระเจ้าที่ให้ข้าวออกรวงและมีข้าวกิน ทำพิธีในหน้าหนาว ในการนี้คณะชาวเมืองทั้งสองเมืองต่างไปมาหา

สู่กันเมื่อมีพิธีประเพณีบุญบั้งไฟทั้งสองเมือง คือ หน้าร้อนเดือนพฤษภาคม ชาวคุ้มเมืองโยชิดะเดินทางมาเยี่ยมชมประเพณีที่เมืองยโสธร พอถึงหน้าหนาวเดือนพฤศจิกายน ชาวยโสธรก็จะไปเยี่ยมชมประเพณีที่เมืองโยชิดะทุกปีมิได้ขาด

รอยยิ้มและหยดน้ำใจที่ใสบริสุทธิ์ ของชาวเมืองยโสธร เป็นสิ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นเสน่ห์ของชาวเมืองที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือ งานบุญเดือนหก หรือ งานประเพณีบุญบั้งไฟ ที่เป็นประเพณีท้องถิ่นคู่บ้านคู่เมืองมาแต่กาลโบราณ และได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนกลับกลายมาเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติ โด่งดังไปทั่วทั้งในและต่างประเทศ โดยศูนย์กลางการจัดงานอยู่ในเขตตัวเมืองยโสธร เป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัด ที่ได้รับการอนุรักษ์สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน และเมื่อได้ท่องเที่ยวงานบุญบั้งไฟแล้ว เสน่ห์ของยโสธรดินแดนแห่งรูปพระจันทร์เสี้ยว ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยดินแดนแห่งวัฒนธรรมที่อบอวลด้วยมนต์เสน่ห์แห่งบั้งไฟ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอย่างมากมายที่แฝงตัวในอำเภอต่างๆ ทั้ง 9 อำเภอ เช่น พระธาตุพระอานนท์แห่งวัดมหาธาตุ ใจกลางเมืองยโสธร ธาตุก่องข้าวน้อยตำนานมาตุฆาตอันยิ่งใหญ่ ดงเมืองเตยภูหินปูน ภูถ้ำพระ งานแห่มาลัยที่ยิ่งในประเทศ อ่างเก็บน้ำห้วยลิงโจนวัดถ้ำจันได โบสถ์ไม้คาทอลิก ล่องแพลำเซบาย ชมดอนลิง และรอยเท้ามนุษย์โบราณ นั่นคือ เสน่ห์แห่งเมืองบั้งไฟ ..ยโสธร และยโสธรวันนี้มีที่พักนอนเป็น โรงแรมห้าดาว สี่ดาว สามดาวและรีสอร์ท อย่างพอเพียงแก่เหล่านักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ อาหารจานเด็ดเมนูอร่อย ข้าวหอมมะลิครัวไทยสู่ครัวโลก นำเกษตรอินทรีย์สู่สากลและเมืองน่าอยู่ สมกับคำขวัญของจังหวัดที่ว่า “ยโสธร เมืองบั้งไฟโก้แตงโมหวาน หมอนขวานผ้าขิด แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ” และ นั่น..คือยโสธร กับประวัติศาสตร์อันยาวนาน ได้ปรากฏร่องรอยแห่งวัฒนธรรมให้คนรุ่นหลังได้สืบค้นหา สัมผัสกลิ่นอายแห่งวัฒนธรรม จากโบราณสถาน โบราณวัตถุที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์ให้คนรุ่นหลังได้ภูมิใจอีกนาน

ประยูร ใบบัว
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง