ข่าวอินโฟเควสท์
18:05 ฟิทช์คงอันดับความน่าเชื่อถืออิตาลีและสเปนที่ BBB+   ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือสำหรับอิตาลีและสเปนที่ BBB+ โดยแนวโน้มอันดับมี…
15:58 สศช.เชื่อการเปิด AEC-เร่งเบิกจ่ายภาครัฐดัน GDP ไทยปี 58 โต 3.5-4.5%   นายอาคม. เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคมและเลขาธิการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสัง…
13:32 เด็กหญิงวัย 2 ขวบ ผู้ป่วยอีโบลารายแรกของมาลีเสียชีวิตแล้ว   เด็กหญิงวัย 2 ขวบที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาคนแรกของประเ…
12:23 สธ.สั่งปิดห้องพักชาวอังกฤษที่เสียชีวิต คาดพรุ่งนี้ทราบผลตรวจหาเชื้ออีโบลา   นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่พบศพชายชาวอังก…
12:22 2 พยาบาลสหรัฐหายป่วยจากอาการติดเชื้ออีโบลาแล้ว   พยาบาลชาวอเมริกันซึ่งติดเชื้อไวรัสอีโบลาขณะที่ดูแลผู้ป่วยจากไลบีเรีย มีอาการดีขึ้น และเตรียมออ…

ยอมรับคืนภาษีรถคันแรกล่าช้า ตั้งเป้าปี2558จ่ายให้ครบทุกราย

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 24 ธันวาคม 2556 06:00:00 น.

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า โครงการรถยนต์คันแรกมีผู้จองสิทธิ์ไว้จำนวน 1.25 ล้านคัน เป็นเงินคืนภาษี 92,174  ล้านบาท ขณะนี้ได้ส่งคืนให้กับผู้ได้รับสิทธิ์ไปแล้ว 1.121 ล้านคัน จึงมีรถยนต์คงเหลือที่ยังไม่ได้รับเงิน 126,000 คัน คิดเป็น 10.10 % โดยในปี 57 ตั้งงบประมาณรองรับไว้จำนวน 40,000 ล้านบาท และในปี 58 น่าจะคืนเงินได้หมด

ทั้งนี้เพื่อปิดยอดโครงการคืนเงินให้เจ้าของรถยนต์ ฝ่ายกฎหมาย กรมสรรพสามิต จึงประสานไปยังค่ายรถยนต์ที่ไม่ได้ระบุเงื่อนไขในการรับรถยนต์ เพื่อให้ติดต่อผู้จองสิทธิ์ให้มารับรถยนต์ที่จองไว้ เมื่อถึงกำหนดการส่งมอบ หากไม่มารับภายใน 30 วันถือว่าสละสิทธิ์ และยอมรับว่า ยอดผู้ที่ยังไม่มารับรถยนต์ได้ลดลงจาก 130,000  คัน เหลือ 126,000 คัน ส่วนหนึ่งอาจเปลี่ยนใจไปซื้อรถยนต์คันอื่น เมื่อมองอีกด้านหนึ่งนับว่าได้ทำให้รัฐบาลประหยัดเงินไปได้กว่าหมื่นล้านบาท

สำหรับผู้ได้รับเงินตามสิทธิ์ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วขาดคุณสมบัติ จำนวน 600 ราย เป็นเงิน 31 ล้านบาท จึงได้เรียกให้นำส่งคืนแก่กรมสรรพสามิตแล้ว 504 ราย เป็นเงิน 25 ล้าบาท จึงต้องติดตามเรียกคืน 155 ราย  สำหรับผู้ครอบครองรถยนต์เมื่อครบ 1 ปี แล้ว

“การจองสิทธิ์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจำนวนมากในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยอยู่ในการดูแลของสรรพสามิตพื้นที่ 3 ราชวัตร เมื่อตรวจสอบการครอบครองรถครบปี ต้องใช้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจเอกสาร จึงได้จัดจ้างบุคคลากรเพิ่มเติมเข้ามาช่วยตรวจสอบ และยอมรับว่าอาจมีปัญหาการคืนเงินล่าช้าไปบ้างจากเดิมใช้เวลา 1 เดือนหลังครบกำหนด อาจเลื่อนออกไปเป็น 1-2 เดือน โดยสรรพสามิตจะเร่งตรวจสอบเอกสารและจ่ายเงินคืนให้เร็วที่สุด”

นายสมชายกล่าวว่า หลังจากได้ปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ไวน์ สุรา เบียร์ จึงเกิดปัญหาการลักลอบหนีภาษีมากขึ้น โดยเฉพาะการนำมาสตอกไว้ เพื่อรองรับเทศกาลปีใหม่ ทำให้ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ (ต.ค.-15 ธ.ค.56) จับกุมผู้กระทำความผิดได้ 9,832 คดี เปรียบเทียบปรับ 119 ล้านบาท โดยสุราหนีภาษีมากสุด 5,357 คดี เป็นของกลาง 48,311 ลิตร ส่วนใหญ่มักจะลักลอบมาทางภาคใต้ เพื่อนำไวน์  สุรา สำรองไว้จำหน่าย เพราะหากซื้อจากร้านทั่วไปราคาจะแพงกว่า

“การลักลอบมีเป็นขบวนการและทำกันอย่างต่อเนื่อง และเมื่อสภาพอากาศหนาวเย็นลงกว่าทุกปีย่อมทำให้การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปีนี้มียอดสูงขึ้น อาจทำให้รายได้ภาษีสูงขึ้นในช่วงต้นปี โดยยอดการจัดเก็บภาษีในช่วง 2 เดือนแรก (ต.ค.-พ.ย.56) ประมาณ 71,631 ล้านบาท ยังจัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมาย 959 ล้านบาท โดยเป้าหมายของกรมตั้งไว้ 70,672 ล้านบาท และเมื่อสิ้นเดือนธันวาคมน่าจะทำให้รายได้ภาษีเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น”

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง