ข่าวอินโฟเควสท์
01:13 พรรครีพับลิกันเสร็จสิ้นการร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้ายแล้ว เตรียมเผยเวลา 05.30 น.   นายเควิน แบรดี้ ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาวิธีการจัดหารา…
00:48 เกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.5 แมกนิจูดนอกชายฝั่งอินโดนีเซีย ขณะมีเตือนภัยสึนามิ   เกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.5 แมกนิจูดในชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะชวาของอินโดน…
00:38 ชายพกมีดเป็นอาวุธที่สนามบินเนเธอร์แลนด์ถูกยิงบาดเจ็บ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว   เจ้าหน้าที่ของเนเธอร์แลนด์เปิดเผยว่า ชายคนหนึ่งที่พกมีดเป็นอ…
00:26 อียิปต์-รัสเซียลงนามข้อตกลงให้บริการเที่ยวบินตรง 2 ประเทศ หลังยุติการบินเป็นเวลา 2 ปี   สำนักข่าว MENA ของอียิปต์รายงานว่า เจ้าหน้าที่อียิปต์แล…

คลังลุ้น'สนช.'ผ่านกม.ลดกู้เงินนอกระบบ ชี้หนี้ครัวเรือนฉุด'บริโภค'

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2557 06:00:00 น.

“สศค.” โดยยกกรณีตัวอย่างชาวนา จ.ลพบุรี จุดไฟเผาตัวเองมาเร่ง “สนช.” ช่วยผ่านพรบ. ทวงหนี้อย่างเป็นธรรม จี้ “คลัง” เร่งจัดตั้งบริษัทสินเชื่อรายย่อย ขณะที่วงสัมมนา “แบงก์ชาติ”ชี้ความเสี่ยงภาวะหนี้ครัวเรือนเพิ่มฉุดเศรษฐกิจ

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า แนวทางการดูแลปัญหาหนี้นอกระบบ สศค.อยู่ระหว่างการดำเนิน  2 แนวทาง คือ ร่างพ.ร.บ.ทวงหนี้อย่างเป็นธรรม ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระแรกแล้ว อยู่ระหว่างชั้นคณะกรรมาธิการปรับปรุงแก้ไขให้ครอบคลุมถึงการคุ้มครองผู้ที่เป็นหนี้นอกระบบ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ข่มขู่อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดกรณีเหมือน นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ ชาวนา จ.ลพบุรี ที่จุดไฟเผาตัวเองจากความเครียดปัญหาหนี้สินนอกระบบกว่า 1.5 ล้านบาท

นอกจากนี้ ได้เสนอให้นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เห็นชอบการจัดตั้งบริษัทสินเชื่อรายย่อย (บย.) เพื่อใช้ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการรายย่อย หรือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยและไม่มีหลักประกันเข้าสู่ระบบสินเชื่อ แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยจะเป็นการปล่อยสินเชื่อให้เฉพาะกับประชาชนรายย่อย ผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย ให้นำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ วงเงินรายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 36% ต่อปี โดยหาก รมว.คลัง เห็นชอบคาดว่าจะออกประกาศกระทรวงมีผลบังคับใช้ได้ภายในสิ้นปีนี้

สำหรับ นาโนไฟแนนซ์สามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจากเป็นการยกร่างประกาศกระทรวงการคลัง 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างประกาศเรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (ปว.58) และร่างประกาศเรื่อง การกำหนดสถาบันการเงินและอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินอาจคิดได้จากผู้กู้ยืมเท่านั้นโดยผู้ประกอบการเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อ เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่องบประมาณภาครัฐ แต่ภาครัฐจะมีบทบาทกำกับดูแลให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมกับผู้รับบริการ

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต จะต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 10 ล้านบาท มีสัดส่วนที่สูงกว่าเงินที่จัดสรรให้กับกองทุนหมู่บ้านละ 1 ล้านบาทแต่ควรต่ำกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นเกณฑ์สำหรับการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลและให้มีความระมัดระวังให้สินเชื่อ เพราะเป็นเงินลงทุนของผู้ประกอบธุรกิจเอง โดยอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเฉลี่ย 36% ต่อปีนั้น ผู้ประกอบธุรกิจได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ถือเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สร้างภาระกับผู้กู้มากเกินไป เพราะอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าอัตราสินเชื่อนอกระบบในปัจจุบัน

นายพชรพจน์ นันทรามาศ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)หรือ SCB เปิดเผยงานวิจัย ในงานสัมมนาวิชาการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรื่อง “การเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือน นัยต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ” ว่า หนี้ครัวเรือนของไทยในช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบการขยายตัวของเศรษฐกิจหรือจีดีพี แต่ยังไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินเท่าใดนัก เนื่องจากหนี้ที่เพิ่มขึ้น กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อย คือกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง

อย่างไรก็ตาม การเร่งตัวของหนี้ครัวเรือนส่วนหนึ่งยังมาจากกลุ่มคนรายได้น้อย และพบว่าหนี้ครัวเรือนมีสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้มากกว่า40% แสดงให้เห็นว่ากลุ่มครัวเรือนเหล่านี้มีความเปราะบางทางการเงิน ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้และการบริโภคของครัวเรือน ส่วนใหญ่พบในแถบอีสานตอนใต้ ภาคกลางและภาคเหนือ ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความกังวลใจเรื่องการเกิดภาวะเงินฝืด ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ของครัวเรือนน้อยลง ทำให้ภาคสินค้าและบริการจะได้รับรายได้น้อยลงด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีหนี้ครัวเรือนจำนวนไม่น้อยที่เกิดจากความไม่ได้ตั้งใจในการก่อหนี้ เช่น จากการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และการตกทอดของหนี้จากการเสียชีวิต รวมถึงภัยธรรมชาติ ซึ่งมองว่าผลิตภัณฑ์ทางด้านประกันภัยสามารถขจัดปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือนได้

ด้านนายอธิภัทร มุทิตาเจริญ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)หรือ SCB เปิดเผยว่าประเทศไทยจะไม่เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยสองไตรมาสติดต่อกันหรือ Recession เนื่องจากเศรษฐกิจในไทยนั้นไม่ได้เติบโตต่ำอย่างในยุโรปที่เติบโตแค่ 1% ขณะที่เศรษฐกิจไทยในปีหน้าเติบโต 4-5% แต่ยังมีความเสี่ยงคือเรื่องของการบริโภคที่ลดลงจากภาวะหนี้ครัวเรือน ซึ่งมองว่าอย่างน้อยจะเกิดขึ้นในอีก 2-3 ปี และหากมีการส่งสัญญาณออกมา เชื่อว่าจะมีผู้วางนโยบายการเงินจะเข้าไปดูแล

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง