ข่าวอินโฟเควสท์
10:21 บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นปิดบวกภาคเช้า ตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐ   ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายภาคเช้า ตามทิศทางผ…
10:19 ครม.พิจารณาร่างระเบียบฯ กองทุนหมุนเวียนแก่เกษตรกรและผู้ยากจน-ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม   รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตร…
10:18 พรรคคอมมิวนิสต์จีนเตรียมเปิดฉากการประชุมใหญ่ครั้งที่ 19 วันพรุ่งนี้   ศูนย์ข่าวแห่งรัฐสภาจีนประกาศอย่างเป็นทางการว่า การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอม…

การเมืองนิ่งลงทุนฟื้น สศค.ขยับเป้าศก.ปี'60โต4%

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม 2560 00:00:59 น.

นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)เปิดเผยว่าภายหลังจากที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมา ระบุถึงกำหนดการไปสู่การเลือกตั้งที่คาดว่า จะเกิดขึ้นได้ในเดือนพฤศจิกายน 2561 ถือว่าช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนค่อนข้างมาก เห็นได้จากดัชนีในตลาดหุ้นได้ที่ปรับตัวดีขึ้นแตะที่ระดับ 1,700 จุด สะท้อนว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย โดยเชื่อว่ายังคงมีเม็ดเงินจากนักลงทุนไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันนักลงทุนยังเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวดีเห็นได้จากตัวเลขไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ที่ขยายตัว ได้ 3.7% ขณะที่การส่งออกฟื้นตัวต่อเนื่อง ทำให้ในเดือนตุลาคมนี้ สศค.จะปรับประมาณการอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปีนี้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.6% ซึ่งมีโอกาสแตะระดับ 4% จากการเร่งการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่เริ่มทยอยออกมา รวมถึงการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว และล่าสุดไทยได้รับการปลดธงแดงจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO เรียบร้อยแล้วซึ่งคาดว่า จะส่งผลให้ธุรกิจทางการบินของไทยมีความคล่องตัวมากขึ้นในการทำธุรกิจด้วย

"เมื่อการเมืองนิ่ง ทุกอย่างไปตามโรดแมป นักลงทุนที่เขารอและพร้อมจะรับสิ่งใหม่ก็เข้ามาลงทุน เห็นจากดัวเลขดัชนีหุ้นเป็นตัวอย่าง ส่วนจีดีพี ก็มองว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเติบโตที่ระดับ 4% แต่ก็ต้องดูปัจจัยอื่นประกอบด้วย เช่น การลงทุนภาคเอกชน เนื่องจากตอนนี้ภาครัฐ ได้ลงทุนไปค่อนข้างมากแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า จีดีพีคงจะไม่ได้พุ่งเช่นเดียวกับหุ้น เพราะว่าการเติบโตของจีดีพีจะมี หลายปัจจัย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจใน และต่างประเทศ ขณะนี้ยังต้องติดตามปัญหาทางการเมืองของเกาหลีเหนือด้วย" นายสุวิชญกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ตัวเลขเศรษฐกิจ ไทยขยายตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และแนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการ ส่งออก ที่ฟื้นตัวดีตามเศรษฐกิจประเทศ คู่ค้า การลงทุนภาครัฐที่จะเห็นเม็ดเงินลงสู่ระบบ และการขับเคลื่อนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวและบริการจะได้รับ อานิสงส์จากการที่ไทยได้รับการปลดธงแดง ทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัยหนุนต่อระบบเศรษฐกิจไทยในปีนี้ทั้งสิ้น

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจไทยขยายตัวดีขึ้น ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน ปรับประมาณการจีดีพี ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 3.8% จากเดิม 3.5% โดยเป็นการขยายตัวของการส่งออก และการท่องเที่ยว ซึ่งมีการขยายตัวที่กระจายตัวมากขึ้น สะท้อนถึงการนำเข้าสินค้าขยายตัวมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบในการผลิตสินค้า การผลิตเพื่อการส่งออก

ปัจจุบันประเทศไทยมีเสถียรภาพเศรษฐกิจดีขึ้นมาก ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงถึง 3.5 เท่า เมื่อเทียบกับหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 9% ต่อจีดีพี ขณะที่การถือครองพันธบัตรรัฐบาลของนักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนน้อยเพียง 9-10% ของมูลค่าพันธบัตรรัฐบาลทั้งหมด ส่วนการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพมากขึ้น ปัจจุบันประเทศไทยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว ที่มีข้อดีทำให้มีความยืดหยุ่น สามารถรับแรงปะทะจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ดังนั้นพื้นฐานเศรษฐกิจไทยจึงมีความแข็งแกร่งแตกต่างจากปี 2540 และไม่เห็นสัญญาณใดๆ ว่าจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจได้

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยที่ต้องจับตา คือการปรับนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก อาทิ สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น รวมถึงปัญหาความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ปัญหาความสัมพันธ์กับรัสเซีย และประเทศในแถบตะวันออกกลาง ที่อาจจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และราคาน้ำมันให้ปรับเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น ธปท.จะดูแลบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อลดแรงปะทะจากปัจจัยนอกให้มากที่สุด

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง