ข่าวอินโฟเควสท์
01:13 พรรครีพับลิกันเสร็จสิ้นการร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้ายแล้ว เตรียมเผยเวลา 05.30 น.   นายเควิน แบรดี้ ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาวิธีการจัดหารา…
00:48 เกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.5 แมกนิจูดนอกชายฝั่งอินโดนีเซีย ขณะมีเตือนภัยสึนามิ   เกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.5 แมกนิจูดในชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะชวาของอินโดน…
00:38 ชายพกมีดเป็นอาวุธที่สนามบินเนเธอร์แลนด์ถูกยิงบาดเจ็บ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว   เจ้าหน้าที่ของเนเธอร์แลนด์เปิดเผยว่า ชายคนหนึ่งที่พกมีดเป็นอ…
00:26 อียิปต์-รัสเซียลงนามข้อตกลงให้บริการเที่ยวบินตรง 2 ประเทศ หลังยุติการบินเป็นเวลา 2 ปี   สำนักข่าว MENA ของอียิปต์รายงานว่า เจ้าหน้าที่อียิปต์แล…

'ก.พลังงาน'ชี้ราคาน้ำมัน'ขาขึ้น' ชง'กบง.'ปรับราคาแก๊สโซฮอล์91เท่ากับ95

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- ศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560 00:00:54 น.

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า แนวโน้ม การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงตลอดทั้งปีนี้คาดว่า การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินจะขยายตัว 10% จากปัจจุบันยอดการใช้ขยายตัวที่ 3.9% และยอดการใช้น้ำมันในกลุ่มดีเซล จะขยายตัว 10% เช่นกัน จากปัจจุบันที่ขยายตัวอยู่ 3% เนื่องจากอีก 3 เดือน ที่เหลือของปีนี้เป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ทำให้คาดการณ์ว่ายอดการใช้จะเติบโตตามเป้าแน่นอน

"คาดว่า สถานการณ์ราคาพลังงาน จนถึงสิ้นปีนี้ จะอยู่ในทิศทางขาขึ้น ทั้งราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม เนื่องจากเข้าสู่ ฤดูกาลท่องเที่ยวในประเทศไทย และ ฤดูหนาวในต่างประเทศ ทำให้ต้องใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น"

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบราคา เชื้อเพลิง 9 เดือนแรก ในปี 2560 กับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 พบว่า น้ำมันดีเซล ราคาเพิ่มขึ้น 2.64 บาทต่อลิตร อยู่ที่ 25.79 บาทต่อลิตร ส่วนเบนซินเพิ่มขึ้น 3.443 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ 34.16 บาทต่อลิตร และน้ำมันอี 20 เพิ่มขึ้น 2.96  บาท มาอยู่ที่ 24.54 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ราคาพลังงานจากปีนี้ราคาจะเพิ่มขึ้น แต่ก็มีฐานที่ต่ำกว่าอดีต

นายวิฑูรย์กล่าวว่า ในการที่ประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในเร็วๆ นี้ กระทรวงพลังงาน จะขอให้ปรับราคาแก๊สโซฮอล์ 91/95 อยู่ในราคาเดียวกัน จากปัจจุบันต่างกัน 27 สต.ต่อลิตร หากทำได้ จะสร้างทางเลือกกับประชาชนว่า จะยกเลิกการใช้แก๊สโซฮอล์ 91 หรือไม่ หากยกเลิกได้จะเป็นผลดี เพราะน้ำมันทุกผลิตภัณฑ์จะมีออกเทน 95 เท่ากัน และแต่ละปั๊มจะมีหัวจ่ายชนิดของน้ำมันลดลง ต้นทุนขนส่งจะต่ำลง และอาจมีผลดีต่อการแข่งขันและผลดีต่อประชาชน

นายวิฑูรย์กล่าวเพิ่มเติมว่า กรม อยู่ระหว่างแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการ สถานีบริการน้ำมันและก๊าซทั่วประเทศ (ปั๊ม) จำนวน 26,988 แห่ง แบ่งเป็น น้ำมัน 24,455 แห่ง ปั๊มก๊าซปิโตรเลียม หรือก๊าซหุ้งต้ม (แอลพีจี) 2,071 และปั๊ม ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ที่มีพนักงานคนไทยประมาณ 200,000 คน ให้รีบส่งพนักงานประจำสถานีบริการมาเข้ารับการอบรมตามกฎกระทรวง ว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติ และการ ฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2558 ที่ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2559

"หากตรวจสอบพบว่าพนักงาน ไม่ผ่านมาตรฐาน จะใช้อำนาจตามมาตรา 66 แห่งพ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง 2542 หากพบกระทำผิดเกิน 5 ครั้งจะร้องต่อศาลเพื่อให้มี คำสั่งปิดกิจการ" นายวิฑูรย์ กล่าว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง