คอลัมน์: รายงานพิเศษ: ภาคีเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชน กลไกพัฒนาศักยภาพข้าวไทย

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 1 พฤศจิกายน 2560 00:00:57 น.

"ศูนย์ข้าวชุมชน" ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบันถือเป็นองค์กรชาวนาที่มีบทบาทสำคัญต่อวงการข้าวไทย รวมทั้งเป็นเครือข่าย ในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่)

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวรวมตัวกันจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อใช้เป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าว โดยมุ่งเน้นการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ดี เปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในชุมชนมีส่วนร่วมบริการจัดการเกี่ยวกับการพัฒนาข้าวด้วยตนเอง ช่วยให้ชุมชนและองค์กรชาวนาเกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะเป็นแหล่งผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในชุมชน เป็นศูนย์เรียนรู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว และเป็นศูนย์กลางการพัฒนาข้าวของชุมชน เรียกว่าเป็นการดำเนินงาน โดยชาวนาเพื่อชาวนา โดยมีหน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุน

จากการสำรวจพบการจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน จำนวนกว่า 4,965 แห่ง กระจายอยู่ในพื้นที่ 66 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้มีศูนย์ข้าวชุมชนที่มีความเข้มแข็งประมาณ 2,000 แห่ง กรมการข้าวจึงได้ดึงเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชนที่เข้มแข็งเหล่านี้ เข้ามาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายนาแปลงใหญ่สู่ความเข้มแข็ง เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพผลผลิตข้าวของชาวนา ด้วยการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและคุณภาพข้าว โดยมีการพัฒนากรรมวิธีการปลูกข้าวแบบประณีตและนำชุดเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ รวมทั้งมีการนำเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อ ลดต้นทุนการผลิตข้าวของชาวนาให้ชาวนาสามารถผลิตข้าวได้ผลผลิตสูง มีคุณภาพดีที่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน (GAP) และสามารถกระจายผลผลิตและขายได้ในราคาสูงกว่าข้าวปกติในท้องตลาด โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่นาขนาดใหญ่ในโครงการนาแปลงใหญ่ ที่ชาวนามีส่วนร่วมในการดำเนินงานสอดคล้องกับการดำเนินงานของศูนย์ข้าวชุมชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังมีศูนย์ข้าวชุมชนที่ยังต้องได้รับการพัฒนาอีกจำนวนมาก กรมการข้าวจึงจัดทำโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งศูนย์ข้าวชุมชนและเครือข่าย เน้นตอบโจทย์ยุคไทยแลนด์ 4.0 คือ มีการดำเนินงานโดยสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่าย ระหว่างศูนย์ข้าวชุมชนกับกรมการข้าวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับออกระเบียบกรมการข้าวว่าด้วยศูนย์ข้าวชุมชน พ.ศ.2560 เพื่อให้การดำเนินงานของศูนย์ข้าวชุมชนมีระเบียบข้อบังคับการดำเนินงานเป็นรูปธรรม ซึ่งมีการขึ้นทะเบียนศูนย์ข้าวชุมชนทั่วประเทศเพื่อจัดทำเป็นทำเนียบที่ชัดเจน ร่วมกับพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชนโดยสร้างภาคีเครือข่ายให้มีศูนย์ข้าวชุมชนนำร่อง เป็นศูนย์หลัก 1 ศูนย์ กับศูนย์เครือข่ายอีก 3 ศูนย์ ในลักษณะพี่สอนน้อง เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถสนับสนุนการดำเนินงานโครงการของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิผลและประสบผลสำเร็จตามวัตถุของประสงค์ของโครงการ

ด้าน นายอดิศร คุณสมบัติ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น สำนักส่งเสริมการผลิตข้าว กล่าวว่า กรมการข้าว ตั้งเป้าสร้างภาคีเครือข่ายทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์ข้าวชุมชนกับกรมการข้าวและหน่วยงานอื่นๆ ให้มีความเข้มแข็งจำนวน 49 เครือข่าย สร้างภาคีเครือข่ายระหว่างศูนย์ข้าวชุมชน จำนวน 3,000 ศูนย์ ในพื้นที่ 61 จังหวัด และนำร่องสร้างเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชนหลัก 1 ศูนย์ กับศูนย์เครือข่ายอีก 3 รวมเป็น 147 ศูนย์ นอกจากนี้ มีเป้าหมายขึ้นทะเบียนศูนย์ข้าวชุมชนรวมทั้งสิ้น 3,690 ศูนย์ ขณะนี้มีการดำเนินการ ขึ้นทะเบียนแล้ว 1,742 ศูนย์ โดยศูนย์ข้าวชุมชนสามารถยื่นคำขอ ทะเบียนได้ที่ศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว หรือสถาบันวิทยาศาสตร์ ข้าวแห่งชาติ ที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบในจังหวัดของศูนย์ข้าวชุมชนตั้งอยู่

การสร้างเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชนให้เข้มแข็ง มีการดำเนินงาน ทั้งในระดับประเทศ ระดับจังหวัด และระดับศูนย์ข้าวชุมชนด้วยกันเอง โดยเฉพาะการสร้างรูปแบบเครือข่ายการดำเนินงานพัฒนาร่วมกัน ระหว่างศูนย์ข้าวชุมชนหลัก 1 ศูนย์ที่คัดเลือกมาจากศูนย์ที่อยู่ในพื้นที่นาแปลงใหญ่ที่มีผลการดำเนินงานดีเยี่ยม ประสบความสำเร็จ มา ช่วยพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชนเครือข่ายอีก 3 ศูนย์ จะช่วยให้เกิดการพัฒนา เป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีเพื่อบริการในชุมชน เป็นแหล่งผลิตข้าวคุณภาพ และเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตข้าวที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศได้ดีขึ้น

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง