Rookies: 'ฟลุค'พงศภัทร์ กันคำหนุ่มเหนือ ผู้ไม่หยุดที่จะวิ่งตามฝัน

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560 00:00:57 น.

จดจำความหล่อเหลาน่ารักของหนุ่มน้อยคนนี้เอาไว้ให้ดี เพราะหนุ่มหน้าใสนามว่า ฟลุค-พงศภัทร์ กันคำ คนนี้ เป็นน้องใหม่มาแรงจากเชียงรายที่แววดี๊ดี ถูกจีบเข้าวงการบันเทิง ภายใต้สังกัดเดียวกับ เจมส์ จิรายุ โดย "ฟลุค" มาพร้อมความมุ่งมั่นและ ตั้งใจกับการทำงานในวงการบันเทิงอย่างจริงจัง จนกระทั่งได้โลดแล่น ประเดิมงานแสดงชิ้นแรกในบทที่ใกล้เคียงตัวเองบนจอเงิน กับภาพยนตร์ผีสุดตื่นเต้น แต่กว่าจะก้าวสู่การเป็นนักแสดงได้นั้น เขาต้องฝึกฝนและเรียนรู้อยู่นานเลยทีเดียวช่วงชีวิตก่อนเข้าวงการบันเทิง

ผมเป็นลูกคนที่ 2 ของครอบครัวครับ มีน้องชาย 2 คน พี่สาว 1 คน คุณพ่อทำงานธนาคาร คุณแม่เป็นแม่บ้าน น้องชาย สองคนเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ กับบาสเกตบอล ส่วนพี่สาวทำงานโรงแรม อยู่ที่เชียงราย ตอนเด็กๆ ก็จะชอบแกล้งน้อง แล้วผมก็เรียนไม่เก่งเท่าไหร่ จะเอาดีด้านกิจกรรมมากกว่า เพราะผมชอบวาดรูป และ เป็นนักกีฬาเทควันโดด้วยครับ เคยไปแข่งขันระดับประเทศได้เหรียญทองแดง แล้วตอนอยู่มัธยมก็เป็นสมาชิกของวงดุริยางค์โรงเรียน สามัคคีวิทยาคม ทำหน้าที่เป่าทรัมเป็ต พอจบมัธยมก็ย้ายเข้ามาเรียน ที่กรุงเทพมหานคร ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม คณะนิเทศศาสตร์ สาขาศิลปะการแสดงปี 3 ครับ วีรกรรมแสบไม่รู้ลืม

ผมเคยหัวแตกครับ ตอนเด็กๆ เล่นวิ่งไล่จับกับน้องบนหลังรถกระบะ ตอนนั้นก็ตัวเล็กๆ กัน ผมวิ่งหนีน้องกระโดดลงหลังรถ แล้วก็ปรากฏว่าเท้าผมไปเกี่ยวตรงปลายกระบะ หล่นลงไป ตอนนั้นกลัวพ่อด่าครับ ไม่ร้องไห้เลย เดินไปบอกพ่อว่าหัวแตก เข็ดเลยครับ เย็บไปร่วม 5 เข็ม ทุกวันนี้ยังมีรอยแผลเป็นอยู่เลยครับความท้าทายเริ่มเข้ามา

พอเรียนจบมัธยมปลายเป็นช่วงที่ว่างๆ แม่เห็นพี่ปิ๊ก (ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์) ไปออกโต๊ะข่าวบันเทิงช่อง 3 เขาเปิด รับสมัครเด็ก ผมก็เลยสมัครไป แล้วก็ได้เข้าแคมป์ได้เจออะไร ใหม่ๆ เกี่ยวกับการแสดง เต้น ร้องเพลง เราก็เริ่มสนใจด้านนี้ขึ้น อย่างตอนแรกไม่ชอบเลยร้องเพลง เกลียดมาก เพราะทำไม่ได้สักที เลยโมโห ฝึกมาเป็นปีๆ แล้วก็ยังไม่ผ่าน ก็เลยนั่งร้องไห้ แต่ว่าพอได้ดูรายการร้องเพลงต่างๆ มากขึ้นก็เริ่มมีไฟ อยากทำ อยากร้องได้เก่งๆ เหมือนพี่ทอม Room 39 เรียนรู้งานในวงการทีละสเต็ป

ตอนออกจากเชียงรายมาอยู่กรุงเทพฯ ก็เห็นว่าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปหมด แรกๆ สงสัยว่าทำไมคนกรุงเทพฯ เขาทำอะไรเร็วจัง มาอยู่ตอนแรกๆ ไม่ชิน แต่สักพักก็เริ่มปรับตัวได้ครับ พอกลับไปเชียงรายอีกที รู้สึกว่าเอ๊ะ...ทำไมแม่ทำอะไรช้าจังเลย (หัวเราะ) เอ๊ะหรือว่าเราทำเร็ว เริ่มรู้สึกเอง ชีวิตก็เปลี่ยนไป ผมไม่คิดว่าจะก้าวเข้ามาได้ถึงขนาดนี้ ที่กรุงเทพผมอยู่หอพักคนเดียว เรียนรู้ชีวิตกันใหม่หมดเลย ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร อยู่ยังไง บวกกับ ผมก็เป็นคนไม่ค่อยกล้าพูด ก็จะนิ่งๆ ไม่พูดจากับใคร แต่พอได้เรียนรู้ ก็เริ่มกล้ามากขึ้น กล้าแสดงออก คอร์สต่างๆ ที่พี่ปิ๊กให้เรียนก็ทำให้เรามั่นใจขึ้นครับ อย่างเช่น ท่าทางการเดินก็ต้องปรับ เมื่อก่อนเหมือนจะเดินไปเตะคนตลอดเวลา(หัวเราะ) สไตล์นักกีฬาน่ะครับ พี่ปิ๊กก็ให้ปรับท่าเดินใหม่ ประเดิมงานแสดงครั้งแรกบนจอเงิน

ผลงานแรกๆ ก็จะเป็นถ่ายหนังสือ ถ่ายแบบ เดินแบบ แล้วค่อยมาเป็นงานแสดง ตอนนี้มีหนัง 2 เรื่องครับ ของค่าย LOGO Motion Pictures เป็นหนังผีทั้ง 2 เรื่อง คือ "Black full moon (วันหมาหอนที่ค่ายลูกเสือ)" ในเรื่องก็เล่นชื่อ ฟลุค เลยครับ เป็นตากล้อง เข้าไปในป่า เป็นเรื่องเล่าของค่ายลูกเสือคล้ายๆ ลองของ เป็นตัวแกล้งพี่บุ๊กโกะ (ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล) ให้เขากลัว ให้เขาตกใจ อีกเรื่องชื่อ "The Lost Village" ก็เป็นบทตากล้องเหมือนกันครับ แต่บทเยอะขึ้นมาหน่อย ท้าทายนิดหนึ่ง พอเราได้เล่นได้แสดงก็ทำให้รู้สึกว่าเริ่มติดใจนะ ไม่คิดว่าตัวเองจะเล่นได้จริงๆ ตอนแรกกังวลไม่รู้ว่าเวลาอยู่ในกองจะคุยกับคนอื่นได้หรือเปล่า จะเข้ากับคนอื่นได้ไหม แต่พอมาหน้างานจริงๆ พี่ๆ ทุกคนเป็นกันเองมาก คุยกันเฮฮาความเปลี่ยนแปลงในชีวิต

สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเปลี่ยนไปมากที่สุด พอเข้ามาอยู่ตรงนี้ คงเป็นเรื่อง ความคิด วิธีการพูดกับคนเชียงราย กับคนกรุงเทพฯ ไม่เหมือนกันเลยนะครับ วิธีการพูดของคนเชียงรายจะแบบคิดไม่เยอะ เท่าคนกรุงเทพฯ เวลาพูดหรือตอบคำถาม คิดอะไรก็พูดเลย พอเรามาอยู่ตรงนี้ก็ต้องระวังคำพูด การวางตัวหรือทำอะไรก็ตามก็ต้อง ระมัดระวัง หรืออย่างโซเชียลมีเดียเมื่อก่อนผมไม่ค่อยอัพอะไร เท่าไหร่ ปีหนึ่งอัพที (หัวเราะร่วน) แต่ว่าเดี๋ยวนี้ก็ต้องอัพบ่อยขึ้น เพราะเป็นงานและมีคนติดตามเราด้วย ผมมีทั้งอินสตาแกรม และเฟซบุ๊คครับ ชื่อเดียวกันเลย คือ fluk.pongsapat เป้าหมายข้างหน้า

ผมอยากเก่งด้านต่อสู้ อยากไปแสดงฉากแอ๊กชั่นที่ฮอลลีวู้ด เป็นสายบู๊ไปเลยครับ ส่งข้อความถึงแฟนๆ

ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ในฐานะนักแสดงน้องใหม่ ช่วยส่งเสริมและติดตามผลงานผมเยอะๆ นะครับ

ทำความรู้จักกันพอหอมปากหอมคอ จากนั้นต้องปล่อยตัว หนุ่ม "ฟลุค" ให้มีความสุขกับเมนูอาหารญี่ปุ่นตรงหน้าต่อ เพราะสถานที่ ที่เอื้อเฟื้อให้เรานั่งพูดคุยกันในวันนี้ คือร้าน Sato No Udon (ซาโตะ โนะ อุด้ง) ชั่น 3 The Mercury Ville ร้านโปรด ของนายฟลุคเขานั่นเองค่ะ

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง