รายงานพิเศษ: สัมผัสอากาศหนาวชมวิถีชาวอีสาน เที่ยวงาน'เทศกาลแห่งว่าวอีสานและว่าวนานาชาติ'จ.บุรีรัมย์

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 13 มกราคม 2561 00:00:54 น.

ชาวอีสานมีความคุ้นเคยกับการเล่นว่าว มาแต่โบราณกาล เช่นเดียวกันกับประชาชนในภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งเดิมนั้นหลังฤดูการเก็บเกี่ยวชาวบ้านจะจัดทำว่าว เพื่อนำมาเล่นสร้าง ความบันเทิงไปพร้อมๆ กับการนวดข้าว แต่ในปัจจุบันวิถีการดำรงชีพของชาวบ้านเปลี่ยนแปลงไป เครื่องมือจักรกลการเกษตรได้เข้ามามีบทบาทสูง แรงงานในภาคเกษตรกรลดน้อยลง อีกทั้งความเป็นชุมชน ทำให้บริเวณลานกว้างที่จะเป็นสถานที่ให้เด็ก วิ่งเล่นว่าวก็ถูกจำกัด จึงทำให้เราเห็นภาพการเล่นว่าวลดน้อยลงในตามท้องทุ่งนาและชนบททั่วไป

นายเกรียงศักดิ์ สมจิต นายอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จ.บุรีรัมย์ ได้มีการสืบทอดภูมิปัญญาถิ่นและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีการเล่นว่าวมาอย่าง ต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 โดยมีการจัดงานประเพณีมหกรรมว่าวอีสานบุรีรัมย์ ซึ่งปัจจุบันได้ทำมาเป็นปีที่ 31 แล้ว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามของคนในท้องถิ่นอีสานให้คงอยู่สืบไป และเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยในปีนี้ทางจังหวัดได้กำหนด จัดงานประเพณี "เทศกาลแห่งว่าวอีสาน และว่าวนานาชาติ" ขึ้นในระหว่างวันที่ 19-20 ม.ค. 2561 นี้ ณ บริเวณสนามแข่งว่าว ข้างมหาวิทยาลัยรามคำแหงบุรีรัมย์ อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์เพียง 10 กิโลเมตรเศษเท่านั้น และเป็นลานกว้างสามารถวิ่งเล่นว่าวและแข่งขันว่าวแอกโดยไม่มีอุปสรรคหรือสิ่งกีดขวางใดๆ

สำหรับว่าวอีสานที่เล่นกันในแต่ละถิ่น จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป แต่ลักษณะเด่นของว่าวอีสานจะเป็นว่าวที่มีตัวเป็นสองห้องวัญชัย หาญประโคนจึงถูกเรียกว่า ว่าวสองห้อง หรือว่าวแม่ลูก ก็เรียก เพราะตัวว่าวที่ห้องบนขนาดใหญ่จะเรียกว่า "ตัวแม่" ตัวว่าวที่อยู่ด้านล่างลงมามีขนาดเล็กกว่า ประมาณเท่าตัวเรียกว่า "ตัวลูก" แต่ในบางพื้นที่ก็เรียก "ว่าวแอก" เพราะด้วยว่ามี "แอก" ซึ่งทำจากไม้หวาย และใบหวายติดที่ส่วนหัวว่าว โดยจะส่งเสียงในเวลาที่ว่าวลอยติดลมบน ตัวแอกก็เรียก บ้างก็เรียก "ธนู" ดังนั้นจึงจะได้ยินชื่อเรียก "ว่าว" ของภาคอีสาน ไม่ว่า จะเป็นว่าวแอก ว่าวสองห้อง ว่าวธนู หรือว่าวแม่ลูก ตามแต่ละท้องถิ่นของชาวบุรีรัมย์ที่เรียกกัน

การเล่นว่าวทางภาคอีสานนั้นจะเป็นช่วงฤดูสั้นๆ ประมาณ 1-2 เดือน เท่านั้น โดยจะเริ่มในช่วงเดือนธ.ค.-ม.ค. ของทุกปี เพราะช่วงนี้มีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่าน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ลมบน" และต้องเล่นว่าวในยามค่ำคืนในช่วงเวลาตั้งแต่ 5 โมงเย็น เรื่อยไปจนถึงสว่างประมาณ ตี 5 หรือ 6 โมงเช้า ลมว่าวก็จะหมดลง โดยการเล่นว่าวของคนอีสานส่วนมากจะมีการเล่นที่แฝงไว้กับจุดมุ่งหมายเกี่ยวกับการบวงสรวง หรือการเสี่ยงทาย ซึ่งมักจะมีความเชื่อมโยงกับเรื่องของความเชื่อกับการพยากรณ์ การเสี่ยงทายความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร

โดยเชื่อว่า หากปีใดว่าวขึ้นสูงติดลมบนได้ตลอดทั้งคืน ปีหน้าฟ้าฝนจะดีข้าวปลาอาหารจะบริบูรณ์ ส่วนชาวถิ่นไทยเขมรใน จ.บุรีรัมย์ เชื่อกันว่า การชักว่าวขึ้นให้ติดลม และเสียงของแอกที่โหยหวน มีความหมายว่า เป็นการสร้างกรรม ดังนั้นเมื่อเลิกเล่นจึงนิยมตัดว่าวทิ้ง ซึ่งถือว่าเป็นการตัดเวรตัดกรรมออกไป เป็นการสะเดาะเคราะห์ และจะมีการผูกข้าวปลาอาหารให้ล่องลอยไปกับตัวว่าว

สำหรับในงานปีนี้ มีการจัดกิจกรรมการแข่งขันว่าวทุกประเภท ว่าวแอกโบราณ ซึ่งเป็นว่าวที่ใช้วัสดุทำตัวโครงว่าวจากไม้ไผ่ ใช้กระดาษปิดเป็นตัวว่าว และหางว่าวจะต้องทำจากใบตาล หรือใบลาน เท่านั้น โดยมีขนาดของตัวปีกตั้งแต่ 2.50-3 เมตร ส่วนว่าวแอกพัฒนามีขนาด เช่นเดียวกันว่าวแอกโบราณ เพียงแต่วัสดุที่นำมาใช้ทำตัวว่าวจะทำจากวัสดุใดก็ได้และการแข่งขันว่าวแอกยักษ์ จะมีความยาวของส่วนปีกไม่น้อยกว่า 5 เมตร ใช้วัสดุอะไรในการสร้างว่าวก็ได้ แต่ต้องติดแอกในขณะแข่งขัน โดยว่าวที่แข่งขันจะต้องปล่อยในช่วงเย็น และจะต้องติดลมตลอดทั้งคืนจึงจะผ่านเกณฑ์การแข่งขัน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์การ เล่นว่าวในหมู่เยาวชนคนรุ่นหลัง ทางจังหวัดจึงได้จัดให้มีการแข่งขันว่าวประดิษฐ์เยาวชน ที่มีขนาดว่าวแอกไม่น้อยกว่า 1.20 เมตร โดยให้เวลาประดิษฐ์และจัดทำว่าวไม่เกิน 2 ชั่วโมง ทั้งยังมีการแข่งขันแกว่งแอก ซึ่งเป็นลีลาและเป็นความสามารถเฉพาะตัวในการแกว่งแอกให้มีเสียงไพเราะ โดยปีนี้ได้มีการแข่งขันวิ่งว่าว (เขย) นานาชาติ ด้วย

พร้อมทั้งจัดขบวนแห่มหกรรมว่าวอีสาน และมีธิดาว่าว โดยมีสาวงามจาก ทุกตำบลของอำเภอห้วยราช ที่เข้าร่วม จัดริ้วขบวนอย่างยิ่งใหญ่ พิธีทำขวัญข้าว ตัดกรรม สะเดาะเคราะห์และเสริมชะตาชีวิต ส่วนในภาคกลางคืนชมการประกวดธิดาว่าว, ประกวดร้องเพลง, รำวงย้อนยุค, การเดินแบบผ้าไหม รวมทั้งชมการแสดงดนตรี การละเล่น พื้นบ้าน พร้อมกับชมว่าวกลางคืน ฟังเสียงแอก เมื่อต้องลมยามค่ำคืน ที่มีการปล่อยว่าวให้ติดลมบนตลอดคืน ถือเป็นการอนุรักษ์ประเพณีที่ดีงามของชาวบุรีรัมย์และชาวอีสานไปพร้อมๆ กัน

นอกจากนี้ ยังจะได้ชมการแสดงหมู่บ้านว่าวของชุมชนในพื้นที่ และการ ออกร้าน OTOP สุดยอดผลิตภัณฑ์ "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" ต่างๆ มากมาย ซึ่งนำมาแสดง และจำหน่ายในการออกร้านของแต่ละตำบล

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสลมหนาวกับการละเล่นพื้นบ้านของชาวอีสานใน "เทศกาลแห่งว่าวอีสาน และว่าวนานาชาติ" อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ เพื่อซึมซับกลิ่นอาย และร่วมดำรงวิถีชีวิตของชาวอีสานให้คงดำรงอยู่ต่อไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง