คอลัมน์: วิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชน: ผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอวัยจากเมืองหอยทาก สายพันธุ์อาช่า (Achatina fulica) (1)

ข่าวกีฬา หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2561 00:00:32 น.
สิทธิพงศ์ สรเดช
ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

ปัจจุบันในวงการอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง มีการใช้ "เมือกหอยทาก" เป็นส่วนประกอบสำคัญ และได้รับความนิยม เป็นอย่างมาก และถือเป็นจุดขายสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายยี่ห้อในท้องตลาด

"เมือกหอยทาก" (Snail Filtrate) เป็นสารคัดหลั่งของหอยทากที่ผลิตมาเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการปกป้องผิวของหอยทากทั้งในขณะเคลื่อนที่และพื้นผิวที่สัมผัสกับอากาศตลอดเวลา หน้าที่สำคัญของเมือกหอยทากนี้จะปกป้องส่วนที่ สัมผัสพื้นดินในเวลาเคลื่อนที่ ลดแรงเสียดทานเหมือนเป็นการปูพรมขณะเดิน ที่สำคัญเมือกที่ผลิตออกมายังช่วยสมานแผลบนเนื้อเยื่อของมันเองที่เกิดการขูดขีดเสียดสีกับพื้นผิวขรุขระ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเปลือกของหอยทากได้รับความเสียหายแตกออก หอยทากจะใช้น้ำเมือกในส่วนของแมนเทิล (Mantle) ที่อยู่ในชั้นถัดจากฝากระดองหอย ซึ่งถือเป็นเมือกหอยทากส่วนที่ดีที่สุดมาช่วยซ่อมแซมและสร้างเปลือกใหม่ให้ตัวเอง แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการฟื้นฟูของเมือกหอยทากอย่างน่าอัศจรรย์

จากการวิจัยองค์ประกอบน้ำเมือกหอยทาก พบว่ามีทั้งส่วนที่ทำหน้าที่เป็นกาวเหนียวเพื่อให้ขาและตัวหอยได้ยึดเกาะแน่นเมื่อคลานหรือไต่ไปตามที่สูงชัน และองค์ประกอบอีกส่วนที่ไม่มีคุณสมบัติเป็นกาว น้ำเมือกที่หลั่งจากส่วนหางจะประกอบด้วย น้ำ 95% มีคุณสมบัติเป็นสารหล่อลื่นและปกป้องโดยเคลือบตัวหอยทากเพื่อไม่ให้บาดเจ็บในทุกพื้นผิว องค์ประกอบส่วนที่เป็นกาวเหนียวเมื่อนำมาวิจัย พบว่าประกอบไปด้วยโปรตีนชนิด "glue proteins" ที่เข้มข้น ซึ่งโปรตีนชนิดนี้นับว่าสำคัญในการใช้ประโยชน์ทางการรักษาในปัจจุบัน (Bonnemain, 2005)

สารสำคัญในเมือกหอยทากประกอบไปด้วย แอลลันโทอิน ทำหน้าที่สนับสนุนและเร่งการแบ่งเซลล์ และช่วยสมานแผลได้ดี คอลลาเจนอีลาสติน และ สารปฏิชีวนะธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนช่วยต้านเชื้อจุลินทรีย์ทุกชนิด นอกจากนี้ ยังพบ สารไกลโคลิกแอซิด เป็นสารสำคัญในเมือกหอยทาก ที่สามารถแทรกซึมเข้าชั้นผิวหนังได้ดี ตลอดจนเร่งการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิวหนัง

จุดเริ่มต้น...ความร่วมมือวิจัยและพัฒนา

หอยทากยักษ์สายพันธุ์อาช่า (Achatina fulica)พบมากในจังหวัดนครนายก และเกิดการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผลิตผลทางการเกษตร ดังนั้นเพื่อควบคุมการแพร่พันธุ์และจำนวนหอยทากและ ส่งเสริมอาชีพชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จังหวัดนครนายกได้จัดตั้ง "ศูนย์เกษตรยั่งยืน" เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงหอยทากยักษ์

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  โดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร ร่วมกับ บริษัทเอเดนอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พัฒนา "ผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอวัยจากเมือกหอยทากสายพันธุ์อาช่า" เพื่อเพิ่มรายได้และใช้ประโยชน์จากหอยทากที่มีมากในเขตจังหวัดนครนายก สำหรับการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และส่งออกต่างประเทศ

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง