จับตาปริมาณผลไม้ตะวันออกลด สศก.แจงสภาพอากาศแปรปรวน คาดแนวโน้มวูบถึงกว่าร้อยละ18

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- จันทร์ที่ 16 เมษายน 2561 00:00:53 น.

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จังหวัดชลบุรี (สศท.6) และศูนย์สารสนเทศการเกษตร ของ สศก. ร่วมกับคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก ได้บูรณาการสำรวจจัดทำข้อมูลการผลิตไม้ผลประจำปี 2561 ในพื้นที่ จ.ระยอง จันทบุรี และตราด เพื่อใช้เป็นข้อมูลวางแผนบริหารจัดการไม้ผลพบว่า เนื้อที่ยืนต้นของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด มีจำนวน 678,203 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 1,142 ไร่ หรือร้อยละ 0.17 โดยทุเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.56 ขณะที่มังคุดลดลงร้อยละ 0.30 เงาะ ลดลงร้อยละ 1.63 และ ลองกอง ลดลงร้อยละ 8.97 ซึ่งการลดลดลงของมังคุด เงาะ และลองกอง เป็นการตัดโค่นเพื่อปลูกทุเรียนทดแทน ส่วนเนื้อที่ให้ผลของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด มี 615,172 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 9,691 ไร่ หรือร้อยละ 1.60 โดยทุเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.32 มังคุดเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.49 ส่วนเงาะลดลงร้อยละ 0.94 และลองกองลดลงร้อยละ 6.89

ผลผลิตรวมทั้ง 4 สินค้า มีประมาณ 647,522 ตัน ลดลงจากปี 2560 จำนวน 144,591 ตัน หรือ ร้อยละ 18.25 โดย มังคุด ลดลงมากที่สุดร้อยละ 64.81 รองลงมาคือ ลองกอง ลดลงร้อยละ 32.05 เงาะ ลดลงร้อยละ 9.81 และทุเรียน ลดลงร้อยละ 4.37 เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ทั้ง 4 สินค้า ลดลงทุกสินค้า โดยมังคุดลดลงมากที่สุด ร้อยละ 65.34 รองลงมา คือ ลองกอง ลดลงร้อยละ 27 เงาะ ลดลงร้อยละ 8.94 และทุเรียนลดลงร้อยละ 8.31 เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน ตั้งแต่ปลายปี 2560 ถึงต้นปี 2561 ในระยะที่ต้นไม้กำลังจะเริ่มติดดอก ออกผล ต้นไม้ปรับสภาพต้นไม่ทัน

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในขณะนี้ สภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวนในช่วงเดือนเมษายน มีพายุฤดูร้อนซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับไม้ผล ผลผลิตร่วงหล่นเสียหายเพิ่มเติมจากที่ผลวิเคราะห์ประมาณการผลผลิตไว้ในครั้งนี้ ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรจะได้ติดตามสถานการณ์ ความเสียหายจากภัยต่างๆ ที่จะกระทบกับปริมาณผลผลิตในภาพรวมต่อไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง