เตือนเกษตรกรไร่มันสำปะหลังเฝ้าระวังเพลี้ยแป้ง-ไรแดงระบาด

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- จันทร์ที่ 16 เมษายน 2561 00:00:34 น.

นายประสงค์ ประไพตระกูล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ช่วงนี้เริ่มพบการทำลายของเพลี้ยแป้ง และไรแดงมันสำปะหลังในหลายพื้นที่ เนื่องจากสภาพอากาศร้อน แห้งแล้ง และฝนเริ่มทิ้งช่วง อีกทั้งยังพบการทำลายของโรคพุ่มแจ้ บริเวณ จ.สระแก้ว ชลบุรี และอีกหลายจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงกับพรมแดนกัมพูชาและเวียดนาม โดยคาดว่าอาจเกิดจากการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์มันสำปะหลังมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในไทย

สำหรับวิธีการป้องกัน สามารถทำได้ตั้งแต่เตรียมดินก่อนเพาะปลูก โดยไถตากดินอย่างน้อย 14 วัน พ่นท่อนพันธุ์มันสำปะหลังก่อนเคลื่อนย้ายไปยังแหล่งปลูกอื่น และการแช่ท่อนพันธุ์ก่อนการเพาะปลูก ด้วยสารเคมี อิมิดาคลอพริด หรือไทอะมิโทแซม อัตรา 4 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารเคมีไดโนทีฟูแรน อัตรา 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร (แช่ท่อนพันธุ์นาน 5-10 นาที) วิธีนี้ช่วยป้องกันเพลี้ยแป้งที่ติดมากับท่อนพันธุ์ได้

ส่วนการป้องกัน เน้นการควบคุมศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน ได้แก่ ชีววิธีโดยใช้ศัตรูธรรมชาติ เช่น แมลงช้างปีกใส แตนเบียน Anagyrus Lopezi ด้วงเต่าตัวห้ำ และเชื้อรา บิวเวอร์เรียควบคุมเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง และใช้ไรตัวห้ำ ด้วงเต่า Stethorus spp. เพื่อควบคุมไรแดงมันสำปะหลัง หรือหากมีความจำเป็นต้องใช้สารเคมี ให้ใช้สารเคมีอามีทราซ 20% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ให้พ่นเฉพาะบริเวณที่มีไรแดงทำลาย และไม่ควรพ่นสารเคมีซ้ำเกิน 2 ครั้ง ในส่วนของโรคพุ่มแจ้การป้องกันที่ดีที่สุดคือการกำจัดวัชพืชที่เป็นพืชอาศัยของโรค และพืชอาศัยของเพลี้ยจักจั่นแมลงพาหะนำโรคพุ่มแจ้ เช่น สาบม่วง และหญ้าตีนตุ๊กแก และบำรุงต้นมันสำปะหลังให้สมบูรณ์แข็งแรงโดยการให้ปุ๋ย ให้น้ำอย่างพอเพียง หลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์จากแหล่งที่พบการระบาดไปยังแหล่งอื่น รวมถึงการอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติของเพลี้ยจักจั่น เช่น แมลงช้างปีกใส ด้วงเต่า และเชื้อราบิวเวอร์เรีย อีกทั้งการตัด หรือขุดต้นมันสำปะหลังที่พบทั้งโรค และแมลงศัตรูพืชไปเผาทำลายนอกแปลง

บรรยายใต้ภาพ
ประสงค์ ประไพตระกูล
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง