บุ๋ม-ปนัดดา ร้อง ปคม. ถูกตัดต่อภาพอนาจาร

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 3 มีนาคม 2553 18:06:59 น.

ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 มีนาคม นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ได้พา น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม-ปนัดดา” อายุ 33 ปี อดีตนางสาวไทย และพิธีกรชื่อดัง เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รอง ผบก.ปคม.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำภาพที่ น.ส.ปนัดดา เคยถ่ายแบบไว้กับนิตยสารฉบับหนึ่งไปโพสต์รวมกับภาพลามากอนาจาร ส่งต่อทางอีเมลล์เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตทำให้ได้เสื่อมเสียชื่อเสียง

บุ๋ม-ปนัดดา กล่าวว่า ภาพดังกล่าวที่มีการส่งต่อเป็นฟอร์เวิร์ดเมลนั้นมีภาพตนที่เคยถ่ายแบบไว้ 2 ภาพ โดยมีการนำมาประกอบกับภาพลามกอนาจารอีก 3 ภาพ ซึ่งเชื่อว่ามาจากภาพยนตร์ลามกอนาจาร เรื่องนี้ตนทราบมาตั้งแต่ 5 ปีก่อน และเคยเข้าแจ้งความที่ บก.ปดส.มาแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2552 ตนคิดว่าเรื่องนี้จะยุติไปเอง แต่กลับยังพบว่ามีการส่งต่อกันอยู่อีก ตนจึงอยากให้ตำรวจช่วยติดตามจับกุมผู้ที่นำภาพดังกล่าวมาส่งต่อและขอให้ยุติการเผยแพร่เพราะทำให้ตนเสียหาย ตนยืนยันว่าไม่คิดอยากดังด้วยเรื่องแบบนี้เพราะตนก็มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว

บุ๋ม-ปนัดดา กล่าวอีกว่า หลังจากที่พ่อแม่ของตนทราบเรื่องทั้งสองก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมากเพราะมีการใช้นามสกุล “วงศ์ผู้ดี” เป็นเรื่องเสียหายต่อวงศ์ตระกูล และเมื่อมีข่าวแบบนี้แล้วคนทั่วไปก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นตนจึงอยากขอให้ผู้ที่ภาพดังกล่าวยุติการส่งต่อหรือเผยแพร่ภาพต่อไปอีก ส่วนผู้ที่ลงมือทำนั้นตนยังเชื่อว่าเขาทำเพราะความสนุกมากกว่ามีเจตนาอย่างอื่น ซึ่งตรงนี้คงต้องขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจและอยากขอร้องไปยังผู้ที่กระทำเช่นนี้อยู่ไม่ใช่เพียงแค่กรณีของตนเท่านั้นกับดาราคนอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน ตนอยากให้มันจบๆ กันไป สำหรับเรื่องการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งนั้นตนคงจะขอปรึกษากับทางตำรวจอีกครั้ง

ขณะที่ พ.ต.อ.ศรายุทธ กล่าวว่า กรณีนี้ทางผู้เสียหายเคยมาร้องทุกข์ไว้แล้วเมื่อครั้งที่ยังเป็นหน่วย บก.ปดส.ซึ่งเดิมมีอำนาจการสอบสวน แต่ภายหลังที่หน่วยงานมีการเปลี่ยนแปลงโดยตั้ง บก.ปคม.ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2552 จึงไม่มีอำนาจสอบสวนแล้ว อย่างไรก็ดี เมื่อทางตำรวจได้รับเรื่องดังกล่าวมาแต่ต้นก็จะทำเรื่องไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อขออนุมัติสอบสวนคดีนี้ นอกจากนี้ตนได้สอบถามจากชุดสืบสวนก็ทราบว่าดำเนินการตรวจสอบมาอย่างต่อเนื่อง โดยรู้ตัวผู้ที่เป็นคนส่งฟอร์เวิร์ดเมลครั้งแรกแล้วซึ่งอยู่ในต่างจังหวัดมีการเชิญตัวมาสอบปากคำในฐานะพยานไว้โดยยังไม่มีการพิจารณาขออนุมัติหมายจับผู้ใด แต่หากภายหลังพบการกระทำความผิดก็พิจารณาดำเนินคดีได้ ส่วนการสืบสวนไปให้ถึงต้นต่อของผู้ตัดต่อภาพและเป็นผู้เผยแพร่เป็นคนแรกยังเป็นเรื่องยากซึ่งต้องใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวนต่อไป

พ.ต.อ.ศรายุทธ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ส่งต่ออีเมล์นี้ถือว่ากระทำผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท โดยเข้าข่ายกระทำความผิดข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ และเผยแพร่หรือส่งต่อผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (4) , (5) และมาตรา 16 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 118

รอง ผบก.ปคม.กล่าวต่อว่า ตนอยากฝากเตือนไปยังผู้ที่มีภาพดังกล่าวในอีเมลแอดเดรสของตนเองว่าขอให้ทำลายทิ้งเพราะหาส่งต่อไปอีกก็มีความผิดเช่นเดียวกับผู้ที่เป็นคนเริ่มต้นส่ง ไม่สามารถอ้างได้ว่าตนไม่ได้เป็นผู้ตัดต่อหรือได้รับอีเมล์มาจากใครเพราะการส่งต่อไปอีกนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ผู้อื่นจะส่งเพราะตนเองจะรู้รหัสผ่านหรือพาสเวิร์ดของตนเองผู้เดียวเท่านั้นปฏิเสธไม่ได้

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง