นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แพทย์พยาบาลจะแต่งชุดดำคัดค้านร่าง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ว่า รัฐบาลรับทราบแล้วถึงข้อห่วงใยของกลุ่มวิชาชีพ และมีตัวแทนมาพบกับตนเองแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นตรงกันว่าจริงๆเจตนารมย์ของกฎหมายฉบับนี้เป็นเจตนารมย์ที่ดี คือ ความพยามที่จะสร้างกระบวนการไกล่เกลี่ย จะได้ไม่เกิดปัญหาความขัดแย้ง แต่ทางกลุ่มวิชาชีพติดใจรายละเอียดบางมาตราที่เห็นว่าสวนทางกับเจตนารมย์ ตนได้เอาประเด็นหล่านี้มาและเตรียมที่จะนัดกับกลุ่มที่เห็นด้วยกับร่างที่เป็นอยู่มาพิจารณาดูว่าจะสามารถปรับเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ามันจะเป็นไปตามเจตนารมย์ ซึ่งทางกลุ่มวิชาชีพเองยอมรับหรือไม่ ฉะนั้นอยากจะย้ำและทางประธานวิป ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทราบดีอยู่แล้วว่าขณะนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน
“ฉะนั้นการจะเดินหน้าอย่างไรต่อไปต้องฟังเสียงจากทุกฝ่ายแน่นอน ไม่ต้องกังวล และผมเชื่อว่าเมื่อคุยกันฝ่ายอื่นๆแล้วน่าจะมีแนวทางของการรปรับปรุงแก้ไขให้ทุกฝ่ายสามารถที่จะพอใจได้ ทั้งนี้การจะเคลื่อนไหวถือเป็นสิทธิ์ แต่ผมไม่อยากให้แต่งดำ เพราะกลัวคนไข้เขาถือ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า เรื่องนี้ตัวแทนมาคุยกันแล้วและเห็นตรงกันว่าเจตนารมย์ของกฎหมายไม่ได้เป็นเรื่องไม่ดี แต่ตัวเนื่อหาสะท้อนเจตนารมย์หรือไม่ ซึ่งมีรายละเอียดมึมมองที่แตกต่างกีน ตรงนี้ต้องมาคุยกัน โดยจะมีเวทีรับฟังอีกด้าน ขณะเดียวกันทางวิปรัฐบาลพร้อมที่จะจัดเวที ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าจะถอนร่างออกมาก่อน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่จำเป็น หากยังมีปัญหารัฐบาลก็ไม่เลื่อนขึ้นมาพิจารณาหรอก ส่วนกรณีที่ระบุจะลาออกจากแพทย์พยาบาลนั้น เห็นว่าไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะเจตนาของกฎหมายมันคนละเรื่อง เจตนาของกฎหมายความจริงเป็นผลพวงมาจากระยะหลังที่มีการฟ้องร้องตัวบุคคลซึ่งเป็นหมอ อย่างกรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชกระทบขวัญกำลังใจมาก เราก็ต้องการสร้างกระบวนการอื่นขึ้นมา เป็นการเปิดช่องทางให้มาเรียกร้องจากกองทุนส่วนกลาง ซึ่งไม่กระทบกระเทือนตัวบุคลและนำไปสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย แต่ตอนอ่านกฎหมายอาจเข้าใจไม่เหมือนกันและคาดการณ์ไม่เหมือนกัน ซึ่งต้องคุยกัน ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องไปขัดแย้งกันอย่างรุนแรง
“เราไปตัดสิทธิ์การฟ้องร้องไม่ได้ ซึ่งหมอก็มีความห่วงใยตรงนี้และหมอเขาก็มีความห่วงใยเรื่องของภาระที่จะเกิดขึ้นกับกองทุน ซึ่งทั้งหมดเรายินดีรับฟัง และที่ห่วงเป็นพิเศษคือองค์ประกอบของคณะกรรมการตามกฎหมายมันไม่มีตัวแทนของพวกเขา ซึ่งอันนี้ผมยืนยันที่ต้องแก้ ฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมาขัดแย้งกันอย่างรุนแรง อยู่ในวิสัยที่พูดคุยกันได้และผมอยากให้เป็นแบบอย่างเพราะเป็นวิชาชีพชั้นสูงน่าจะมาหาข้อยุติร่วมกันได้โดยไม่ต้องแสดงออกอะไรที่รุนแรง และผมเชื่อกระบวนการทำกฎหมายทุกฉบับจะมีกระบวนการ โดยเฉพาะฝ่ายนิติบัญญัติจะเปิดกว้างมากขึ้น ฉะนั้นไม่ต้องกังวน เสียงของคุณหมอ พยาบาล ดังอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ”นายกรัฐมนตรี กล่าว

