ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในโครงการการเดินสายพบปะประชาชนของพรรคเพื่อไทย วันแรกที่ตลาดนัดจตุจักร จ.ลำพูน โดยเมื่อเวลา 19.00 น. มีประชาชนมาร่วมฟังกว่า 2 พันคน
ทั้งนี้ นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ปราศรัยว่า หมอดูทุกสำนักบอกว่า ปลายปีนี้คนเสื้อแดงชนะและพ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาปีหน้า วันนี้โครงสร้างมันพังแล้วเพราะความขัดแย้งเริ่มจากตรงนั้น และบุคคลไปแหย่โครงสร้าง สังคมไทยเหมือนโบสถ์เก่า หากอยู่กันแบบมีกติกา โบสถ์ไม่พัง แต่วันนี้เราไปไกลจะรบกับเขมรและพม่าแล้ว ทุกสังคมมีเทพคุ้มครอง รัฐบาลใดเกิดอาเพศนั้นเทพไม่เห็นด้วย ปีนี้เป็นปีแรกในรอบยี่สิบปีที่ฝนไม่ตกตามฤดูกาล FAOยังบอกว่าปีนี้ไทยจะได้ผลผลิตข้าวต่ำที่สุด
นายสุนัยกล่าวว่า ปัญหาประเทศกำลังรุนแรง มันไมใช่แค่เรื่องการเมืองแต่ยังรวมเรื่องเศรษฐกิจที่รัฐบาลแก้ไม่ตก หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังเป็นนายกฯต่อไป รับรองความร้อนจะเผาโครงสร้างสังคมพัง ทางออกของประเทศ คือ คนที่อุ้มนายอภิสิทธิ์ต้องเอานายอภิสิทธิ์ออกไปเพื่อลดอุณภูมิความขัดแย้งลง โดยอาจใช้วิธียุบพรรคประชาธิปัตย์ หรือ ให้ปปช. ชี้มูลความผิดคดีเอสเอ็มเอส เพื่อเป็นทางออก แต่ถ้าคนอุ้มอภิสิทธิ์ยังโง่ ก็อุ้มต่อไป ไม่เกินปลายปีนี้โครงสร้างพังแน่นอน เพราะหมอดูมันทายถูก
“ใครก็ตามที่มีอำนาจในบ้านเมืองต้องลดอุณหภูมิ แต่กลับมาตั้ง พลร. 7 ที่เชียงใหม่ และกองพลทหารที่ม้า 2 ที่อีสาน ผมไม่ได้บอกว่าตั้งมาปราบปรามคนเสื้อแดง แต่ที่เหนือและอีสานคนเสื้อแดงเต็มไปหมด ทำไมไม่ตั้งสองกองพลนี้ที่ภาคใต้บ้างหล่ะ ทั้งที่ภาคใต้มีสงคราม ผมยังมีเรื่องราวอีกมาก ใครอยากรู้ให้ไปที่บ้านผมจะเล่าเรื่องลึกๆ ให้ฟัง เล่าตรงนี้มันยาก ถ้าคนที่อุ้มอภิสิทธิ์ยังเอาไว้อยู่ อุณหภูมิบ้านเมืองมันจะร้อน วันนี้ ความรับผิดชอบอยู่ในมือคุณ บ้านเมืองนี้จะพังหรือไม่อยู่ที่ว่า คุณยังอุ้มอภิสิทธิ์หรือไม่”
ทั้งนี้ ไม่มีที่ไหนที่การฆ่าคนไม่เป็นบาป ทหารยิงคนตายหนึ่งคนก็บาป แต่คนที่บาปที่สุดคือคนที่สั่งทหารไปยิงคน แถมนำเรื่องฆ่าคนตายมาเป็นเรื่องตลก คนที่พูดเรื่องนี้ได้รับรางวัลนักพูดดีเด่นคือ ขอกระชับและคืนพื้นที่ แถมยังมาสอนให้ประชาชนถือศีลห้ารวมทั้งทำให้ประขาชนลืมเรื่องนี้ไป บาปกรรมนี้เป็นผลจากความอยากเป็นผู้นำประเทศที่ประชาชนไม่ได้เลือกกลับกระสันต์ เพราะไปรวมมือกับพันธมิตรฯ สร้างเงื่อนไขการยึดอำนาจและไม่เคารพกฎหมาย

