นายมูเนโนริ ยามาดะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น(เจโทร) กล่าวว่า ผลการสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในไทยประจำครึ่งแรกของปีนี้ ซึ่งมีการสำรวจระหว่างวันที่ 5 พฤษภาคม-วันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา จำนวน 375 บริษัท พบว่า สภาพธุรกิจในครึ่งแรกของปีนี้ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เนื่องจากยอดขายและกำไรของธุรกิจมีการปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากภาคการส่งออกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าภาวะการส่งออกของไทยจะมีทิศทางดีขึ้น โดยอินเดียและอาเซียนจะเป็นตลาดส่งออกสำคัญ ขณะที่ตลาดยุโรปมีแนวโน้มลดลงเพราะมีวิกฤตการเงิน
สำหรับปัญหาการชุมนุมทางการเมืองนั้น มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันน้อยมาก แต่ผู้ประกอบการมีความเป็นห่วงว่าผลกระทบอาจเกิดขึ้นในอนาคต และทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นมองว่าการเมืองไทยมีความเสี่ยงต่อการลงทุนเพิ่มขึ้น
"ปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ซึ่งผู้ประกอบการญี่ปุ่น 67% เชื่อว่าอาจจะมีผลกระทบต่อการลงทุนในอนาคต แต่ไทยยังจัดว่าเป็นประเทศที่น่าลงทุนเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ โดยญี่ปุ่นจะไม่ทิ้งฐานการลงทุนไปจากไทยอย่างแน่นอน เพราะยังเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจ" ประธานเจโทร กล่าว
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนญี่ปุ่นยังมีความกังวลปัญหามาบตาพุดที่ยังไม่มีความชัดเจนจากภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุนญี่ปุ่นในอนาคต โดยต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขต่างๆที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนโดยเร็ว นอกจากนี้ยังต้องการให้รัฐบาลพัฒนาและปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทางด้านศุลกากรและภาษี ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น

