นายวิกรม วัชระคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถาบันฯอยู่ระหว่างศึกษา 2 พื้นที่ตัวอย่าง คือ ในภาคใต้ที่ จ.สงขลา และภาคตะวันออกที่ จ.จันทบุรี เพื่อลงทุนก่อสร้างโครงการโรงถลุงเหล็ก หรือเหล็กต้นน้ำในไทย โดยได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทำการศึกษาเรื่องการสร้างท่าเรือน้ำลึก และการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับชุมชนในพื้นที่ ซึ่งจากการสำรวจความเห็นประชาชนในพื้นที่ พบว่า ที่ จ.จันทบุรี มีการเคลื่อนไหวต่อต้านอยู่ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวถูกต่อต้านมากขึ้น จึงต้องทำความเข้าใจกับประชาชนใน 2 จังหวัดว่าจะดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานโลก โดยไม่มุ่งหวังแค่พัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กอย่างเดียว แต่จะพัฒนาเรื่องอุตสาหกรรมเมืองนิเวศน์ให้อยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืนควบคู่กันไป
"ถ้าการดำเนินโครงการในไทยถูกต่อต้านมาก ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเบนเป้าไปลงทุนในประเทศอื่นแทน โดยสถาบันฯได้ศึกษาความเป็นไปได้ในส่วนนี้เพื่อรองรับสถานการณ์ด้วย ซึ่งจะพิจารณาความเหมาะสมของเงินลงทุน ค่าขนส่ง จุดคุ้มทุน ตลอดจนข้อจำกัดต่างๆ" นายวิกรม กล่าว
อย่างไรก็ตาม 4 กลุ่มทุนข้ามชาติที่สนใจเข้ามาลงทุนโครงการดังกล่าว ประกอบด้วย บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จำกัด จากญี่ปุ่น บริษัท บาวน์สตีล จำกัด จากจีน และบริษัท อาเซลอร์มิตตาล จำกัด แห่งอินเดีย ยังไม่เปลี่ยนแปลงการลงทุนแต่อย่างใด โดยผลการศึกษาโครงการดังกล่าวมีกำหนดเสร็จเดือนกันยายนนี้ เพื่อเสนอนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาต่อไป ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้ในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน นี้

