ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่า ทางคณะกรรมการเลือกตั้ง ( กกต.) จะขออนุญาตที่จะขอตัวไปเป็นพยานในการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ของศาลรัฐธรรมนูญว่า ตนได้รับทราบข่าวว่า กกต.จะประสานมายังพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ตนไปเป็นพยานที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นจริงก็ยินดีไป แต่ยังไม่เป็นหนังสือจาก กกต. ซึ่งตนยินดีอย่างยิ่งที่จะให้ไปเบิกความในเรื่องนี้ เพราะเป็นเจ้าของเรื่องนี้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง ซึ่งขณะนั้นเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ในส่วนของคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ มีหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นนั้น คดีนี้ดีเอสไอทำ ไม่ใช่คดีหลักคดีรอง แต่เป็นความผิดคนละภาคส่วน เรื่องเงิน 258 ล้านบาท จะได้มาจากไหนไม่สำคัญ หากพรรคการเมืองใด ได้รับเงินบริจาคแล้วไม่ลงบัญชี ไม่รายงานงบดุลนั้น เป็นความผิด การที่ดีเอสไอได้สอบเรื่องไซฟ่อนเงินนั้น เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และเมื่อพบว่าได้รับเงินบริจาคแล้วไม่ลงบัญชี ไม่รายงานงบดุล จึงผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง

