นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึง สถานการณ์ภัยแล้งในขณะนี้ว่า มีพื้นที่ประสบภัยแล้ง รวม 27 จังหวัด 161 อำเภอ 1,172 ตำบล 11,185 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อน 3,460,055 คน 923,871 ครัวเรือน ประกอบด้วย ภาคเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน ลำปาง ลำพูน พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครราชสีมา มหาสารคาม บุรีรัมย์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ หนองบัวลำภู อุบลราชธานี ภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี ลพบุรี
อย่างไรก็ตาม นายอนุชากล่าวต่อว่า คาดว่าพื้นที่การเกษตรจะได้รับความเสียหาย รวม 1,183,834 ไร่ แยกเป็น พืชไร่ 916,784 ไร่ นาข้าว 89,313 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 177,737 ไร่ แต่เนื่องจากมีฝนตกทั่วไปเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้จำนวนหมู่บ้านที่ประสบภัยแล้งลดลง จำนวน 869 หมู่บ้าน สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ในเบื้องต้นกรมปภ.ได้สนับสนุนรถบรรทุกน้ำจำนวน 500 คัน แจกจ่ายน้ำอุปโภค บริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยแล้ง จำนวน 208,855,150 ลิตร ซ่อมทำนบและฝายกั้นน้ำ 715 แห่ง ขุดลอกแหล่งน้ำ 686 แห่ง
ทั้งนี้ อธิบดีกรมปภ. กล่าวอีกว่า จากการติดตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า แม้จะเริ่มมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่ตกบริเวณท้ายเขื่อน ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนขนาดใหญ่ยังมีปริมาณน้อยมาก ประกอบกับต้องระบายน้ำออกเพื่อรักษาระบบนิเวศและการอุปโภคบริโภค ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงขอเตือนประชาชนให้ร่วมกันประหยัดน้ำด้วยเช่นกัน ส่วนเกษตรกรให้ติดตามสถานการณ์น้ำ สภาพอากาศ จะได้วางแผนการเพาะปลูกได้สอดคล้องกับสถานการณ์ ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อน สามารถขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชม.เพื่อประสานและให้ช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

