ข่าวอินโฟเควสท์
17:22 สื่อเกาหลีเหนือตีพิมพ์บทความโจมตีนโยบายเกาหลีใต้ ชี้บ่อนทำลายความสัมพันธ์ 2 ประเทศ   เกาหลีเหนือได้ประณามนโยบายของเกาหลีใต้ที่มีต่อเกาหลีเหนือว…
17:03 เมียนมาจัดตั้งทีมงานภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูรัฐยะไข่   เมียนมาเปิดตัวทีมงานภาคเอกชนที่จะเข้าร่วมงานกับสำนักวิสาหกิจเพื่อให้ความช่วยเหลือมน…
16:38 นายกฯเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วม พบภาคเหนือแนวโน้มลดลง,ภาคกลาง-อีสานยังเพิ่มขึ้นบางพื้นที่   พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป…
16:34 ญี่ปุ่นเลื่อนนับคะแนนเลือกตั้งบางจังหวัดเหตุอิทธิพลไต้ฝุ่น"ลัง"กระทบระบบคมนาคม   คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งของญี่ปุ่นบางพื้นที่ เปิดเผยว่า บางพื…

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร ภาวะการทำงานของประชากร เดือนพฤษภาคม 2560

ข่าวผลสำรวจ สำนักงานสถิติแห่งชาติ -- พุธที่ 7 มิถุนายน 2560 14:34:08 น.
โครงสร้างกำลังแรงงาน

ผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 พบว่า จำนวนผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 55.92 ล้านคน โดยเป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมที่จะทำงาน 37.98 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 37.10 ล้านคน ผู้ว่างงาน 5.01 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 3.75 แสนคน ส่วนผู้ที่อยู่นอกกำลังแรงงานหรือผู้ที่ไม่พร้อมทำงาน 17.94 ล้านคน ได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน คนชรา เป็นต้น

ภาวะการทำงาน
- การทำงาน

สำหรับจำนวนผู้มีงานทำ 37.10 ล้านคน ประกอบด้วยผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 10.92 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 26.18 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559 พบว่า ในภาคเกษตรกรรมมีจำนวน ผู้ทำงานเพิ่มขึ้น 6.5 แสนคน (จาก 10.27 ล้านคน เป็น 10.92 ล้านคน) ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นในการปลูกข้าวจ้าว การปลูกข้าวเหนียว การปลูกอ้อย แต่นอกภาคเกษตรกรรมมีจำนวน ผู้ทำงานลดลง 3.6 แสนคน (จาก 26.54 ล้านคน เป็น 26.18 ล้านคน) ในจำนวนนี้เป็นการลดลงในสาขาการก่อสร้าง 3.6 แสนคน สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร 1.5 แสนคน สาขากิจกรรมการบริการด้านอื่น ๆ เช่น กิจกรรมบริการเพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกายการดูแลสัตว์เลี้ยง การบริการซักรีดและซักแห้ง เป็นต้น 4.0 หมื่นคน สาขากิจกรรมอสังหาริมทรัพย์ 2.0 หมื่นคน สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า สาขากิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย และสาขาการศึกษาลดลงเท่าๆ กันประมาณ 1.0 หมื่นคน ส่วนสาขาที่เพิ่มขึ้นคือสาขาการผลิต และสาขาการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นเท่าๆ กันประมาณ 9.0 หมื่นคน สาขาการบริหารราชการการป้องกันประเทศ และการประกันสังคมภาคบังคับ 7.0 หมื่นคน และที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่นๆ

- การทำงานต่ำกว่าระดับ

หากพิจารณาถึงจำนวนผู้ที่ทำงานแต่ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นผู้ทำงานแต่ยังมีเวลาและต้องการที่จะทำงานเพิ่ม หรือเรียกคนทำงานในกลุ่มนี้ว่า  ผู้ทำงานต่ำกว่าระดับ (Underemployment workers) จากผลการสำรวจพบว่า มีผู้ที่ทำงานต่ำกว่าระดับ 2.87 แสนคน หรือร้อยละ 0.8 ของจำนวนผู้ทำงานทั้งหมด ซึ่งคนกลุ่มนี้แม้ว่าจะมีงานทำแล้วก็ตาม แต่ยังมีเวลาว่างที่มากพอและต้องการที่จะทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง

เมื่อพิจารณาจำนวนผู้ทำงานต่ำกว่าระดับ จำแนก ตามเพศ พบว่า โดยปกติแล้วเพศชายมากกว่าเพศหญิง สำหรับเดือนพฤษภาคม 2560 เพศชายมีจำนวนผู้ทำงาน ต่ำกว่าระดับ 1.57 แสนคน (ร้อยละ 0.8) และเพศหญิง  1.30 แสนคน (ร้อยละ 0.8)

ภาวะการว่างงาน
- จำนวนผู้ว่างงาน

สำหรับจำนวนผู้ว่างงานในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560  มีทั้งสิ้น 5.01 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.3 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 4.8 หมื่นคน (จาก 4.53 แสนคน เป็น 5.01 แสนคน) และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเมษายน  พ.ศ. 2560 จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 2.8 หมื่นคน (จาก 4.73 แสนคน เป็น 5.01 แสนคน)

เมื่อเปรียบเทียบอัตราการว่างงานกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น (จากร้อยละ 1.2 เป็นร้อยละ 1.3) หากเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมาอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น (จากร้อยละ 1.2 เป็นร้อยละ 1.3)

- การว่างงานตามเพศ

เมื่อพิจารณาอัตราการว่างงาน ตามเพศในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 พบว่า เพศชายสูงกว่าเพศหญิงคือร้อยละ 1.4 และร้อยละ 1.2 ตามลำดับ

หากเปรียบเทียบอัตราการว่างงานกับเดือนเมษายน พ.ศ.2560 จะเห็นว่าอัตราการว่างงานเพศหญิงเพิ่มขึ้น (จาก ร้อยละ 1.1 เป็นร้อยละ 1.2) ส่วนเพศชายไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

- การว่างงานตามกลุ่มอายุ

สำหรับการว่างงานตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มวัยเยาวชนหรือผู้มีอายุ 15-24 ปี มีอัตราการว่างงานร้อยละ 7.0 ซึ่งปกติในกลุ่มนี้อัตราการว่างงานจะสูง ส่วนกลุ่มวัยผู้ใหญ่ (อายุ 25 ปีขึ้นไป) มีอัตราการว่างงานร้อยละ 0.7 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.4 เป็นร้อยละ 7.0 และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเมษายน พ.ศ. 2560 กลุ่มวัยเยาวชนมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 เป็นร้อยละ 7.0 สำหรับในกลุ่มวัยผู้ใหญ่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.6 เป็นร้อยละ 0.7

- การว่างงานตามระดับการศึกษาที่สำเร็จ

สำหรับระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 พบว่า ผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา 2.07 แสนคน (อัตราการว่างงานร้อยละ 2.5)รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 1.07 แสนคน (ร้อยละ 1.7) ระดับประ5มศึกษา 8.6 หมื่นคน (ร้อยละ 1.0) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 8.0 หมื่นคน (ร้อยละ 1.3) และผู้ที่ไม่มีการศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษา 2.0 หมื่นคน (ร้อยละ 0.2) เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 พบว่า จำนวนผู้ว่างงานในระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้น 5.8 หมื่นคน และระดับประถมศึกษาเพิ่มขึ้น 2.6 หมื่นคน สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวนผู้ว่างงานลดลง 1.4 หมื่นคน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นลดลง 1.2 หมื่นคน และผู้ที่ไม่มีการศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษาลดลง 8.0 พันคน

- การว่างงานตามประสบการณ์

เมื่อพิจารณาถึงจำนวนผู้ว่างงาน พบว่า เป็นผู้ว่างงานที่ ไม่เคยทำงานมาก่อน 2.50 แสนคน และผู้ว่างงานที่เคยทำงาน มาก่อน 2.51 แสนคน ซึ่งในกลุ่มนี้ลดลง 2.0 หมื่นคน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว (จาก 2.71 แสนคน เป็น 2.51 แสนคน) โดยเป็นผู้ว่างงานจากภาคการบริการและการค้า 1.15 แสนคน ภาคการผลิต 9.8 หมื่นคน และภาคเกษตรกรรม 3.8 หมื่นคน

ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนจำนวน 2.50 แสนคน

สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา 1.54 แสนคน ในจำนวนนี้เป็นผู้สำเร็จสายวิชาการ 8.8 หมื่นคน สายอาชีวศึกษา 4.6 หมื่นคน และสายวิชาการศึกษา 2.0 หมื่นคน รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 3.8 หมื่นคน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับประถมศึกษา 2.7 หมื่นคน และผู้ที่ไม่มีการศึกษาและต่ากว่าประถมศึกษา 3.0 พันคน

ผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนจำนวน 2.51 แสนคน

สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 8.0 หมื่นคน ระดับประถมศึกษา 5.9 หมื่นคน ระดับอุดมศึกษา 5.3 หมื่นคน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4.2 หมื่นคน และผู้ที่ไม่มีการศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษา 1.7 หมื่นคน

- การว่างงานแต่ละภูมิภาค

เมื่อพิจารณาจำนวนผู้ว่างงาน เป็นรายภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนผู้ว่างงาน 1.45 แสนคน (อัตราการว่างงานร้อยละ 1.5) ภาคกลาง 1.26 แสนคน  (ร้อยละ 1.1) ภาคใต้ 7.9 หมื่นคน (ร้อยละ 1.6) ภาคเหนือ  7.8 หมื่นคน (ร้อยละ 1.2) และกรุงเทพมหานคร 7.3 หมื่นคน (ร้อยละ 1.4)

เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559  จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ว่างงานทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 4.8 หมื่นคน (จาก 4.53 แสนคน เป็น 5.01 แสนคน) เมื่อพิจารณาเป็น รายภาค พบว่า ภาคเหนือมีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 2.4 หมื่นคน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 1.4 หมื่นคน และกรุงเทพมหานครมีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 1.2 หมื่นคน สำหรับภาคกลางมีจำนวนผู้ว่างงานลดลง 2.0 พันคน ส่วนภาคใต้จำนวนผู้ว่างงานไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ADVERTISEMENT