"อภิสิทธิ์"เล็งเสนอทางออกประเทศให้บ้านเมืองเดินหน้า-เลือกตั้งเรียบร้อย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เตรียมจะทำข้อเสนอไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ต่อแนวทางที่จะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับว่าบ้านเมืองควรจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร โดยจะเป็นการนำข้อเสนอจากจุดร่วมของฝ่ายต่างๆ มาหาข้อยุติ ซึ่งโจทย์ที่สำคัญคือการทำบรรยากาศการแก้ปัญหาบ้านเมือง...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

สถาบันครอบครัว สตรีไทยในยุคปัจจุบันต้องเดินหน้าอย่างไร

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- พุธที่ 21 สิงหาคม 2556 13:15:03 น.
กรุงเทพฯ--21 ส.ค.--เจพี วัน คอนซัลแทนท์

แรงขับเคลื่อนสำคัญ พลังที่จะสานต่อความเข้มแข็งในชุมชน สู่สถาบันครอบครัว และบทบาทสตรีของประเทศในอนาคต (กับพลังบวกสาม) ภาครัฐ สื่อมวลชน และภาคประชาชนที่ต้องจับมือเดินไปพร้อมๆ กันที่ผ่านมา หลายคน หลายเสียง และหลายกระแส ต่างพูดว่าต้องให้ความสำคัญในบทบาทสตรี ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัว ต้องผลักดันให้เกิดชุมชนที่เข้มแข็งในประเทศไทย แต่มีใครที่ มีหน่วยงานไหน มีภาคส่วนไหนที่จะลงไปรับฟังถึงปัญหาที่แท้จริง หรือเพียงแค่นั่งโต๊ะวางนโยบาย งบประมาณ และโครงการที่สวยหรูเพียงเท่านั้น ครั้งนี้เราได้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน และไม่ใช้เป็นเพียงแค่กรอบนโยบายอีกต่อไป แต่เป็นโครงการต่อเนื่องกับ กิจกรรมพลังบวกสาม (ภาครัฐ สื่อมวลชน และประชาสังคมเพื่อสตรีและครอบครัว)

วันนี้ สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บอกกับเราว่า การทำงานในเรื่องของชุมชน สถาบันครอบครัว และบทบาทสตรีต้องมีแรงขับเคลื่อนที่มาจากสามส่วนหลักๆ คือ ภาครัฐที่ต้องเดินหน้าวางกรอบนโยบาย อันเป็นผู้ที่อำนาจในการให้ความช่วยเหลือ เพลาในการขับเคลื่อนคือ สื่อมวลชน ที่เป็นสื่อกลางในนำเสนอข่าวสาร ข้อมูลในแง่ต่างๆ ทั้งดีและแง่คิด ปัญหา กอปรกับสื่อยังสื่อกลางที่น่าเชื่อถือ เป็นกระบอกเสียงที่แข็งแรง ไกลออกไปทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย และส่วนสำคัญคือ ภาคประชาชนที่เป็นผู้ที่เกิดปัญหา เป็นจุดเล็กๆ ในสังคมที่ต้องวางรากฐานให้แข็งแรง เพียงแต่ทุกภาคส่วนต้องเปิดตา รับฟัง และเปิดใจกับเขาเหล่านี้

พลังบวกสาม ภาครัฐ สื่อและประชาสังคมเพื่อสตรีและครอบครัว Season 2 จึงได้ถือกำเนิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ปี 2555 ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ไปยัง สมุทรสงคราม เพชรบุรี หัวหิน และครั้งนี้ในปี 2556 สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เดินหน้าผลักดันโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหา ศึกษาดูงานในพื้นที่ถึงการทำงานในด้านสตรี ครอบครัวและชุมชนอีกครั้งในอำเภอบ้านโป่งจังหวัดราชบุรี, อำเภอท่าม่วง และโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ จังหวัดกาญจนบุรี โดยวางเป้าหมายให้ สื่อมวลชนได้ทำกิจกรรมสัญจร ไปพร้อมกับภาครัฐ ในการรับฟังปัญหา มุมมองจากภาคประชาชนในพื้นที่ สิ่งที่ประชาชนต้องการที่แท้จริง เพื่อนำกลับไปแก้ไข วางทิศทางการดำเนินงานในอนาคตของบทบาทสตรี ครอบครัวเข้มแข็ง ชุมชนแข็งแรงอย่างแท้จริง ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นำทีมคณะกว่า 100 ชีวิต เดินทางเป็นขบวนบัสแรลลี่กว่า 13 คัน โดยนายสมชาย เจริญอำนวยสุข ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมคณะทำงานของ พม. และ สค. ร่วมกับคณะสื่อมวลชน ทำการรับฟังปัญหา ให้ความกระจ่างในทำงาน มุ่งสร้างเครือข่าย ส่งเสริมชุมชนให้เข้มแข็ง เสริมสร้างสังคมให้แข็งแรง และพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน และดูถึงผลงานของศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ในพื้นที่ถึงการทำงาน โครงการต่างๆ ที่จัดสรรงบประมาณ ว่าดำเนินการสานต่อในชุมชนอย่างไร กลุ่มเครือข่ายสตรีและครอบครัวในพื้นที่มีการทำงานอย่างไร

เดินทางจากกรุงเทพฯ เพียง 1 ชั่วโมง ถึงสถานที่ที่มีกลิ่นถึงวัฒนธรรมชาวมอญ ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เราได้เห็นถึงบทบาทของกลุ่มสตรีในจังหวัดราชบุรี, ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนจังหวัดราชบุรี ที่ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้คนพื้นที่รักวัฒนธรรม ปลูกฝังในเยาวชนรักถิ่นฐาน รักครอบครัว มีกิจกรรมในชุมชนทุกอาทิตย์ อาทิ กิจกรรมจูงลูกจูงหลานเข้าวัด กิจกรรมปั่นจักรยานชมธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมบทบาทสตรีทอผ้าชุมชนชาวมอญ โดยมุ่งลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เราได้ฟังถึงแนวคิดจากผู้นำชุมชน และคนในพื้นที่ “ปัจจุบันปัญหาความรุยแรงในประเทศมีค่อนข้างสูง การทำผิดต่อเด็ก สตรี และในครอบครัวมีเยอะมาก และเกิดเป็นคดีความตามมาในแต่ละปีเกิดเป็นหลักกว่าหมื่นคดีความ ทั้งที่เห็นและไม่เห็น และอีกกว่าร้อยละ 40 ของประเทศ ยังเห็นว่าความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องปรกติ ความปลอดภัยในพื้นที่ก็เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น เราจึงเน้นวัฒนธรรมในชุมชนชาวมอญ เพียงหวังในวัฒนธรรมของเราเข้าถึง เข้าหากลุ่มคนในพื้นที่ทุกส่วน มีความเข้มแข็งทั้งในครอบครัว และชุมชน มีอาชีพในกลุ่มแม่บ้าน หวังเกิดรายได้ในครัวเรือน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่จะทำให้คนกลับสู่ถิ่นฐานอีกด้วย

สิ่งที่เราเห็นถึงปัญหาของเราคือ วัฒนธรรมของเรากำลังเลือนหาย หากมีการสนับสนุนจากภาครัฐ สื่อมวลชน มีการช่วยเหลืออย่างจริงจัง วางกรอบนโยบาย สร้างความเข้มแข็งของพื้นที่ชุมชน โดยนำเอาวัฒนธรรมของเรามาใช้ เพื่อหวังลดความรุนแรง ยาเสพติด ลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงาน ทำให้ครอบครัวได้อยู่ร่วมกัน พัฒนาบทบาทสตรี สร้างอาชีพและเกิดรายได้ในชุมชน ผลักดันศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ให้เป็นศูนย์กลางในความช่วยเหลือในชุมชน และเข้าถึงพื้นที่ และงบประมาณความช่วยเหลือในอนาคตแบบระยะยาว ตลอดการอบรมให้ความรู้ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เราได้เห็นถึงความเข้มแข็งของกลุ่มสตรีในพื้นที่กว่า 100 คน ที่มุ่งเดินหน้าจับมือกันนำร่องเกิดเป็นคณะทำงานที่เป็นรูปธรรม มีการทำงานในพื้นที่แบ่งฝ่ายการดำเนินงานที่เป็นแบบแผน เราได้ฟังแนวคิดของคนในชุมชน ผู้นำสตรี และนายทรงศักดิ์ จีนาภักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ ถึงการทำงานว่า ในพื้นที่บ้านใหม่เราให้ความสำคัญกับคนพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก และสตรี เพื่อหวังลดปัญหาความรุนแรง เกิดการสร้างอาชีพและรายได้ในครัวเรือน ลดปัญหายาเสพติด โดยมุ่งให้เยาชนมีกิจกรรมร่วมกันทั้งในด้านกีฬาและสร้างรายได้เสริม ที่ผ่านมาปัญหาสตรีถือเป็นปัญหาสำคัญ ทั้งในเรื่องของบทบาท หน้าที่ ความเสมอภาคของหญิงชาย การให้เกียรติภรรยาก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ

วันนี้เรากลุ่มสตรีบ้านใหม่ ได้เดินหน้ารวมกลุ่มในพื้นที่ เพื่อนำร่องการดำเนินงานไปหลายพื้นที่ และหวังเกิดเป็นกลุ่มใหญ่ทั่วพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันเรามีการทำงานเพื่อสาธารณะประโยชน์ในชุมชน ช่วยเหลือคนในพื้นที่ มีการจัดอบรมนำความรู้จากกฎหมาย (พ.ร.บ.ฉบับใหม่) ที่เกี่ยวข้องมาปรับใช้ช่วยเหลือกันเองในชุมชน และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาอาชีพของกลุ่มสตรีในชุมชนเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเพิ่มงบประมาณสนับสนุน พัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ เสริมสร้างศักยภาพของกลุ่มสตรี กระจายความรู้ให้ได้ทั่วถึงทุกๆ ชุมชน อันเป็นภารกิจของเราในชุมชนบ้านใหม่ และเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับ ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ในพื้นที่

สุดท้าย โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดบุรี กับโรงเรียนต้นแบบที่วางกิจกรรม รากฐานที่ส่งเสริมกับบทบาทตรี ความเสมอภาคหญิงชาย ลดความรุนแรง และท้องก่อนวัยอันควร นายไพโรจน์ สุภาษิต รองผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรการ โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวถึง เยาวชนเปรียบเสมือนผ้าขาว เมื่อแต้มสีลงไปจะฝั่งในความคิดไปอีกนาน กิจกรรม การให้ความรู้ และการวางรากฐานเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจในบทบาทสตรีตั้งแต่เริ่มต้น จะเป็นจุดสำคัญในอนาคตถึงความเข้มแข็งในสถาบันครอบครัวและสังคมในอนาคต ที่ผ่านมาเราได้จัดตั้งสภาเด็กและเยาวชน เพื่อสร้างความเป็นผู้นำ มีกิจกรรมให้กับเด็กกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดในอนาคต มีกิจกรรม มีการส่งเสริมและให้ความสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้เด็กผู้ชายเข้าใจเด็กผู้หญิง ปฏิบัติตนเป็นสุภาพบุรุษ ลดความรุนแรงในโรงเรียน กิจกรรมป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม การจัดตั้งแกนนำเพื่อนช่วยเพื่อน และจัดตั้งค่ายสตรีเยาวชน เพื่อลดปัญหาความรุนแรง และสร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

วันนี้เราได้งบประมาณสนับสนุนจาก สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการเดินหน้าผลักดันกิจกรรมต่างๆ แต่เป็นจำนวนยังไม่ได้เพียงพอ แต่หากวันนี้ ทุกภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญในกลุ่มเยาวชน ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในสังคม เป็นอนาคตของประเทศที่มีศักยภาพ หากเราจะนำพาเด็กๆ เยาวชนกลุ่มนี้ให้ผ่านช่วงวัยนี้ไปได้ คงไม่ใช่เพียงแค่สถาบันการศึกษา ภาครัฐ งบประมาณความช่วยเหลือ หรือสื่อมวลชนที่จะนำเสนอในแง่มุมต่างๆ แต่เราทุกคนต้องหันมาให้ความใส่ใจในเด็กๆ ที่กำลังเติบโตไปสู่สังคมในอนาคต และปัจจุบันหลายฝ่ายอาจมองเห็นแค่ปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียน แต่หากเข้ามาสัมผัสจริงๆ ปัญหามันมีเยอะมาก ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จากจุดเล็กๆ อาจเป็นปัญหาที่สามารถลุกลามได้ในอนาคต วันนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องดีที่ พลังบวกสามได้เข้ามาถึงปัญหา ทั้งเราภาคการศึกษา ภาครัฐ สื่อมวลชน และเยาวชนได้มองในแง่มุมต่างๆ ร่วมกัน

“พลังบวกสาม season 2” กับการลงพื้นที่พบปะกลุ่มสตรี ชุมชน ภาคการศึกษา เยาวชน ในจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดราชบุรี ครั้งนี้ ถือว่าได้เข้าถึงปัญหา ได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้ จุดเด่นในการทำงาน ศักยภาพของกลุ่มสตรีที่ได้ร่วมมือกันพัฒนาชุมชน รวมถึงข้อคิดเห็นต่างๆ ที่ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนกลุ่มสตรีให้มีบทบาทมากขึ้นในสังคม จุดสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เห็นชัดเจนคือ ปัญหาในพื้นที่ที่ยังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งบทบาทสตรี ปัญหาความรุนแรง ปัญหาในครอบครัว ปัญหาในชมชน หรือแม้กระทั้งปัญหาในโรงเรียนอันเป็นอีกหนึ่งสังคมที่เราทุกคนต้องหันมาให้ความช่วยเหลือ ท้องก่อนวัยอันควร ความเสมอภาคหญิงชาย ทุกภาคส่วนต้องใช้พลังร่วมกัน เดินหน้าไปพร้อมๆ กัน อย่างที่เดินหน้ามาด้วยกันในครั้งนี้ พลังบวกสาม (ภาครัฐ สื่อมวลชน และประชาสังคมเพื่อสตรีและครอบครัว) กับภารกิจแนวทางดีๆ ของนายสมชาย เจริญอำนวยสุข ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง