กรุงเทพฯ--7 ต.ค.--ปตท.
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ความต้องการใช้น้ำมันของโลกลดลง โดย Energy Information Administration (EIA) รายงานความต้องการใช้น้ำมันของสหรัฐฯ ในเดือน ก.ค. 51 ลดลง 1.34 ล้านบาร์เรล/วัน หรือลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 6.4% (อยู่ที่ระดับ 19.41 ล้านบาร์เรลต่อวัน) และกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (สิ้นสุดวันที่ 27 ก.ย. 51) สูงถึง 497,000 ราย นับว่าสูงสุดในรอบ 7 ปี ส่งผลให้ราคาซื้อขายน้ำมันตลาดโลกที่ปิดตลาดในคืนนี้ (6 ต.ค.51) อ่อนตัวลง โดยราคาน้ำมันดูไบมาอยู่ที่ระดับ 79.45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล น้ำมันสำเร็จรูปเบนซินสิงคโปร์ ลงมาอยู่ที่ระดับ 93.54 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนน้ำมันสำเร็จรูปดีเซล ลงมาอยู่ที่ระดับ 97.29 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ปตท. จึงพิจารณาปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มดีเซลทุกชนิดลงอีก 80 สตางค์ต่อลิตร ขายปลีกน้ำมันเบนซิน 91 ลดลง 40 สตางค์/ลิตร และขายปลีกน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด 20 สตางค์/ลิตร ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันนี้ (วันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2551) ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันของ ปตท.ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นดังนี้
อนึ่ง ปตท. ได้ปรับลดราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 23 ตามต้นทุนราคาตลาดโลกที่ลดลง อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์รอบโลกที่อาจส่งผลต่อการผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้นได้ นายประเสริฐ กล่าว
ส่วนสื่อสารธุรกิจน้ำมัน ฝ่ายสื่อสารองค์กร ปตท.
คลิ้กที่นี่เพื่อจดจำหน้านี้
ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนคุณใน Twitter