ปภ. แนะวิธีป้องกันเครื่องยนต์ร้อนจัด(OVERHEATED)

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- พฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2552 11:25:21 น.
กรุงเทพฯ--23 เม.ย.--ปภ.

สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้รถยนต์เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น รถเก่าหรือรถมือสองที่ผ่านการปรับแต่งหรือการใช้อะไหล่ที่มีคุณภาพต่ำ เช่น สายไฟไม่ได้มาตรฐานจนทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป และอีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากการที่ผู้ขับขี่ไม่ดูแลเอาใจใส่เครื่องยนต์ ส่งผลให้ระบบหล่อเย็นไม่สามารถระบายความร้อนได้

ทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัดหรือโอเวอร์ฮีท (OVERHEATED) จนทำให้เกิดเพลิงไหม้รถ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันเครื่องยนต์ร้อนจัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ขอแนะวิธีป้องกันเครื่องยนต์ร้อนจัด ดังนี้

ก่อนขับขี่ หมั่นตรวจสอบระดับน้ำในหม้อน้ำ หากเป็นรถใหม่ ควรตรวจสอบสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หากเป็นรถที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี ควรตรวจสอบอย่างน้อย 2-3 วันต่อสัปดาห์ หมั่นเติมน้ำสะอาด และถ่ายน้ำในหม้อน้ำทิ้งทุก 4-6 เดือน เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกหรือตะกอนตกค้าง ทำให้หม้อน้ำอุดตัน พร้อมตรวจสอบระบบต่างๆ ภายในเครื่องยนต์

เช่นสายพานไม่หย่อนหรือตึงเกินไป พัดลมระบายความร้อนอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี ไม่แตกหักหรือบิดงอ หากตรวจพบรอยรั่วหรือสิ่งผิดปกติตามจุดต่างๆ ภายในเครื่องยนต์ เช่น ท่อยาง หม้อน้ำ ครีบรังผึ้ง ระบายความร้อน ปั๊มน้ำ เป็นต้น ควรให้ช่างที่ชำนาญการซ่อมแซมทันที

ขณะขับขี่ ผู้ขับขี่สามารถสังเกตอาการเครื่องยนต์ร้อนจัดได้จากเข็มวัดอุณหภูมิที่หน้าปัด โดยปกติอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 85-90 องศาเซลเซียส และเข็มวัดอุณหภูมิจะอยู่ระหว่างตัว C และ H หากเข็มวัดอุณหภูมิเคลื่อนมาอยู่ใกล้ตัว H แสดงว่า เครื่องยนต์ร้อนจัด ให้รีบปิดแอร์เพื่อลดการทำงานของเครื่องยนต์ และนำรถเข้าจอดข้างทางในทันที

แล้วดับเครื่องยนต์ จากนั้นให้เปิดฝากระโปรงหน้ารถเพื่อระบายความร้อนออกจากห้องเครื่อง ไม่ควรเปิดฝากระโปรงหน้ารถหรือฝาหม้อน้ำในขณะที่เครื่องยนต์ร้อนจัด เพราะอาจมีไอน้ำพุ่งขึ้นมาทำให้ได้รับบาดเจ็บ ในขณะเปิดฝาหม้อน้ำ ควรนำผ้าหนาๆมาคลุมฝาหม้อน้ำ กรณีที่น้ำในหม้อน้ำเหลือน้อยหรือหมด

ควรรอจนเครื่องยนต์เย็นลงแล้วจึงค่อยเติมน้ำเปล่าหรือน้ำยาหล่อเย็นอย่างช้าๆ จนเต็ม และปิดฝาหม้อน้ำให้สนิท จากนั้นลองสตาร์ทเครื่องยนต์ให้เดินเบา เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของเครื่องยนต์ หากพบรอยรั่วซึม ควรแจ้งศูนย์บริการหรือช่างที่ชำนาญการเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุและซ่อมแซมทันที

กรณีเพลิงไหม้รถ ผู้ขับขี่ควรรีบนำรถเข้าจอดข้างทาง และดับเครื่องยนต์ในทันที เพื่อตัดระบบไฟ จากนั้น ให้รีบออกจากตัวรถทันที หากมีเพลิงไหม้เล็กน้อย ให้รีบดับเพลิงเองในเบื้องต้น โดยใช้ถังดับเพลิงเคมีฉีดใส่บริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ แต่หากเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาควบคุมและระงับเพลิงไหม้โดยด่วนเพื่อป้องกันเครื่องยนต์ร้อนจัด จนเป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้รถ ขอให้เจ้าของรถหมั่นดูแลเอาใจใส่เครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หากรถมีอาการผิดปกติ ควรรีบนำไปตรวจสอบสภาพจากช่างที่ชำนาญการ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุและซ่อมแซมแก้ไขต่อไป โดยเฉพาะรถเก่าหรือรถมือสองที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีขึ้นไปควรดูแลเป็นพิเศษเพราะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดเครื่องยนต์ร้อนจัดจนเป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้รถยนต์มากกว่ารถใหม่

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง