- ปัจจัยสำคัญด้านพื้นฐาน — ราคาทองคำแท่งมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก หลังการพุ่งขึ้นแรงในตลาดลอนดอนและนิวยอร์กจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ให้ระวังแรงขายทำกำไรไว้บ้าง หลังราคาขยับต่อเนื่องมาหลายวัน + แรงกดดันของค่าเงินบาทที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น (ดูข่าวสารสำคัญเพื่อการลงทุนในหน้าถัดไป)
- ปัจจัยสำคัญด้านเทคนิคระยะสั้น — Directional Index 30 นาที ทำให้ดูทองคำในระยะสั้นบวกอยู่เล็กน้อย, กราฟ MACD และ MACDF 30 นาทีบ่งบอกถึงทิศทางขาลง โดย MACD ได้ตัดเส้น Trigger จากด้านบน, Fast Stochastic ยังคงดูลงอยู่เล็กน้อย, ทว่า RSI 30 นาทีอยู่ที่ระดับ 43.689 ถือได้ว่าอยู่ในระดับกลางและไม่มีสัญญาณ oversold หรือ overbought จึงมองได้ว่าทิศทางราคาทองคำน่าจะยังไม่รุนแรงในวันนี้ แนวรับแนวต้านของวันอยู่ที่ $963-$988 ทิศทางตลาดระยะสั้นยังดูเป็นตลาด Sideways ระหว่างแนวรับแนวต้าน ส่วนค่าเงินบาทในวันนี้แนวโน้มทรงตัวอยู่ในช่วงราคาเดิมกับเมื่อวาน ที่ระดับ ฿34.30-฿34.50
- ปัจจัยสำคัญด้านเทคนิคระยะกลาง - Directional Index ระดับวันยังคงบ่งบอกว่าทิศทางโดยรวมของราคาทองคำยังดูบวกอยู่, RSI อยู่ที่ระดับ 76.10 ถือได้ว่าเป็นสัญญาณ overbought และทำให้ดูว่าทองคำควรปรับฐานลงเล็กน้อยในช่วงนี้, MACD อยู่ในแดนบวกและยังคงทำให้มองราคาทองคำระยะกลางเป็นขาขึ้นอยู่, Fast Stochastic ระดับวันอยู่ที่ระดับ Threshold และดูได้ว่าราคาอาจปรับตัวลงเล็กน้อย, ทิศทางตลาดระยะกลางยังคงดูเป็นบวก โดยจะใช้แนวต้านเดิมที่ $965 เป็นแนวรับที่สำคัญต่อไป และแนวต้านราคาต่อไปจะอยู่ที่ $1,000 ทว่าให้นักลงทุนระวัง Correction Wave หากจะซื้อหรือจะ Long
ทองโลก($) 947 963 988 996
พิจารณาตารางที่ 3 และกราฟด้านซ้ายมือ พบว่าราคาทองคำแท่งที่ร้านค้าปลีกปิดล่าสุด (เส้นสีแดง = 15,750 บาท) ซึ่งต่ำกว่าราคาทองคำแท่ง (SPOT) ในตลาดโลกเช้านี้ (เส้นสีน้ำเงิน = 15,919 หรือที่ $976.10) แสดงถึงราคาทองคำแท่ง ณ. หน้าร้านขายปลีก มีส่วนลดจากราคาในตลาดโลก อยู่ 169 บาท ขณะที่ราคาของ GFM09 เมื่อวานนี้ปิดตลาดอยู่ที่ 15,720 บาท จะมีส่วนลดจากราคาในตลาดโลก อยู่ราว 199 บาท ซึ่งมากกว่าที่ร้านค้าปลีก ดังนั้น การเปิดสถานะขาย (Short) GFM09 แล้ว ซื้อ ทองคำแท่งที่ร้านทอง จะทำให้มีส่วนต่างของกำไรที่คาดหวัง อยู่ที่ 199-169 = 30 บาทต่อทองคำแท่ง 1 บาทเท่านั้น จึงยังไม่คุ้มค่ากับค่าคอมมิชชั่น (ประมาณ 120 บาทต่อ 1 บาททอง) ในการทำกำไรจากส่วนต่างราคาได้ในวันนี้
กลยุทธ์และคำแนะนำ หากนักลงทุนต้องการเล่นระยะสั้นและรับความเสี่ยงได้สูงให้เล่น Short หวังทำกำไรจาก Correction wave หากต้องการเล่นระยะสั้นแต่รับความเสี่ยงได้น้อยให้เล่น Range Trading ระหว่างแนวรับแนวต้านที่ $968-$988 และนักลงทุนควรจับตาดูทิศทางราคาทองคำในช่วงตลาด London ทว่าหากต้องการเล่นระยะกลางและรับความเสี่ยงได้สูงไห้ท่านเล่น Long โดยคาดว่าทองคำจะปรับตัวขึ้นต่อไปจนถึง High เดิมที่ $1,000 โดยปรับฐานเพียงเล็กน้อย หากต้องการเล่นระยะกลางและรับความเสี่ยงได้น้อยให้รอจังหวะเล่น Long หลังราคาปรับฐานลงเล็กน้อยและเริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง
ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ — สหรัฐประกาศคาดการณ์ตัวเลข GDP ไตรมาส 1/52 ที่ -5.7% ดีขึ้นกว่าที่คาดไว้เดือนก่อนที่ -6.1% แม้จะน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เล็กน้อยที่ -5.5% แต่ตลาดก็ไม่ได้ให้ความสำคัญเท่ากับการเพิ่มขึ้นของดัชนีความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ขยับขึ้นมาที่ 68.7 ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 68 และเพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วที่อยู่ที่ 67.9 อีกด้วย ทำให้ตลาดตอบรับในเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ค่าเงินดอลลาร์ — ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบเงินยูโร มาที่ $1.4143 จากที่ปิด $1.3936 เมื่อวันก่อนหน้า หลังภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว + ความวิตกเกี่ยวกับการก่อหนี้สินเพิ่มขึ้นเพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์ของสหรัฐที่ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์นั้น ก็ยิ่งเพิ่มปัจจัยลบสำหรับดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ทำให้ความต้องการเงินดอลลาร์ในฐานะแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยลดลง ขณะที่เช้านี้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย มาที่ $1.4110
ราคาน้ำมัน — ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าเดือน ก.ค.ปิดขยับขึ้น +$1.23 มาที่ $66.31 ต่อบาร์เรล หลังค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงกว่า 1.4% ท่ามกลางอุปสงค์จาดเอเชียที่ไต่ขึ้นอย่างแข็งแกร่ง + ปริมาณสำรองน้ำมันดิบสหรัฐที่ลดลง + ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ญี่ปุ่นและอินเดียที่ออกมาดี ได้สร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดเพิ่มขึ้นอีกแรงหนึ่งด้วย ขณะที่เช้านี้ราคาน้ำมันยังคงขยับขึ้นต่อเนื่องมาที่ $66.39 ต่อบาร์เรล
ตลาดทอง นิวยอร์ก + ลอนดอน — ราคาทองคำพุ่งขึ้นหลังเปิดตลาดที่ลอนดอนและทะยานต่อเนื่องมายังตลาดนิวยอร์ก ตามค่าเงินดอลลาร์ที่ร่วงลงอย่างรวดเร็ว หลังความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง + ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นแรง ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้เกิดเงินเฟ้อเร็วขึ้น ทำให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อสะสมทองคำเพื่อใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อเพิ่มมากขึ้น
ค่าเงินบาท — ค่าเงินบาทปิดแข็งค่าขึ้น 8 สต. มาอยู่ที่ 34.29 บาทต่อดอลลาร์ จากที่ปิด 34.37 บาทต่อดอลลาร์เมื่อวันก่อนหน้า ตามสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียที่แข็งค่าขึ้นเช่นกัน แม้ในเช้านี้เงินบาทจะกลับอ่อนค่าลง มาอยู่ที่ 34.31 บาทต่อดอลลาร์ หลัง ธปท. อาจเข้าแทรกแซงเพื่อลดผลกระทบต่อผู้ส่งออก แต่แนวโน้มยังคงแข็งค่าได้อีก โดยวันนี้มีแนวรับสำคัญที่ 34.22 บาทและ 34.15 บาทตามลำดับ ส่วนแนวต้านในวันนี้จะอยู่ที่ 34.43 บาทและ 34.57 บาทตามลำดับ
ตลาดทองเอเชียเช้านี้ (6:10 น.) — ราคาอยู่ที่ 976.10 ปรับตัวลดลง จากที่ปิดในตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนก่อนหน้า หลังค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย
กองทุนทองคำ — SPDR กองทุนทองคำใหญ่ที่สุดในโลก รายงานการเข้าถือทองคำถึง ณ. 31 พ.ค.52 ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า รวมถือทองคำไว้ทั้งสิ้น 1,118.76 ตัน เทียบเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 36 ล้านออนซ์
ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ — สหรัฐเตรียมประกาศตัวเลขสำคัญทั้งยอดขายรถยนต์ ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและตัวเลขรายได้+ค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนในคืนนี้
ธนาคารกลางอังกฤษและยุโรป — มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยในการประชุมเพื่อกำหนดนโยบายในวันพฤหัสฯนี้
