'สุเทพ'กระทืบแถลงการณ์ศอ.รส.โชว์มวลชน ไม่หวั่นโดนตั้งข้อหากบฏ

24 เม.ย.57 เมื่อเวลา 20.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีสวนลุมพินีว่า วันนี้ ศอ.รส.ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 มาแล้ว โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดี นายสุเทพ และแกนนำ กปปส. ฐานเป็นกบฏ รวมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการชุมนุม ซึ่งตนเห็นว่า ตั้งแต่ตั้ง ศอ.รส.ขึ้นมา ก็ไม่เห็นว่า...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

ปภ. แนะการปรับที่นั่งและท่านั่งเพื่อความปลอดภัยในการขับรถยนต์

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2552 10:58:48 น.
กรุงเทพฯ--4 มิ.ย.--ปภ.

ในการใช้รถใช้ถนน นอกจากผู้ขับขี่จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเส้นทางการเดินทางและตรวจสอบสภาพความพร้อมของเครื่องยนต์แล้ว ปัจจัยเสริมอีกประการหนึ่งที่มีผลต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ก็คือ ท่านั่งและที่นั่งในการขับรถ เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการผลิตรถยนต์ ทำให้เบาะที่นั่งของผู้ขับขี่สามารถปรับเอนได้ตามตำแหน่งที่ต้องการ

แต่ข้อดีดังกล่าวก็อาจทำให้ผู้ขับขี่ปรับเบาะที่นั่งให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมได้ ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการควบคุมรถยนต์ของผู้ขับขี่ ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมรถ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ขอแนะนำการปรับที่นั่งและท่านั่งที่เหมาะสมในการขับรถยนต์ ดังนี้

การปรับตำแหน่งเบาะเพื่อท่านั่งที่สบายและปลอดภัย เบาะนั่งที่ดีควรปรับได้อย่างน้อย 3 จุดคือ เบาะนั่ง ควรอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยสามารถตรวจสอบด้วยการใช้ฝ่าเท้าซ้ายเหยียบแป้นคลัตช์ลงให้สุด(อย่าใช้ปลายเท้าเหยียบ) บริเวณสะโพกติดพนักพิง จากนั้นให้เลื่อนเบาะไปตามตำแหน่งที่ต้องการโดยข้อศอกซ้ายต้องงอได้เล็กน้อย

ส่วนรถที่ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ ก็สามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธีเดียวกันแต่ให้เปลี่ยนจากการเหยียบแป้นคลัตช์เป็นแป้นเบรกแทน พนักพิง สามารถตรวจสอบโดยใช้มือซ้ายและขวาจับพวงมาลัยที่ตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกา หรือ 10 และ 2 นาฬิกา แล้วปรับเลื่อนพนักพิงให้อยู่ในตำแหน่งโดยข้อศอกจะต้องงอได้เล็กน้อย จากนั้นลองเลื่อนมือไปที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา

หากแขนเหยียดตึงแสดงว่าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม หมอนรองศีรษะ มีไว้เพื่อลดการบาดเจ็บบริเวณต้นคอ เมื่อเกิดเหตุในลักษณะถูกชนท้าย ควรปรับให้ขอบหมอนอยู่ระดับเดียวกับใบหูด้านบน หากหมอนรองสามารถปรับเอียงได้ ควรปรับให้อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้ศีรษะมากที่สุด เพื่อลดการสะบัดของศีรษะเมื่อถูกชน

การปรับตำแหน่งพวงมาลัย ปัจจุบันรถยนต์ส่วนใหญ่สามารถปรับตำแหน่งของพวงมาลัยได้ทั้ง 4 ทิศ ผู้ใช้รถไม่ควรปรับพวงมาลัยไว้ต่ำ สูง หรือไกลเกินไป เพราะจะทำให้เกิดการเมื่อยล้าและลดความฉับไวในการบังคับทิศทาง และหากนั่งใกล้พวงมาลัยมากเกินไปก็จะส่งผลต่อการทำงานของถุงลมนิรภัย ส่วนวิธีการจับพวงมาลัยที่ถูกต้อง คือ มือขวาอยู่ที่ตำแหน่ง 3

นาฬิกาและมือซ้ายอยู่ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมเพราะจะทำให้เกิดความคล่องตัวในการหมุนพวงมาลัย รวมทั้งควบคุมน้ำหนักและทิศทางได้แม่นยำ หากขับรถยนต์ในทางเรียบ ควรใช้นิ้วโป้งเกี่ยวเพื่อเพิ่มความกระชับ แต่หากขับบนทางวิบาก ไม่ต้องใช้นิ้วโป้งเกี่ยว เพราะพวงมาลัยจะสะบัดบ่อย

การปรับมุมกระจกข้างและกระจกมองหลัง การปรับกระจกข้างซ้าย-ขวา ไม่ควรให้เห็นตัวถังรถด้านข้างมากเกินไป เพราะจะทำให้ลดมุมมองด้านกว้างลง ควรปรับให้อยู่ในแนวขนาน ไม่ก้มหรือเงยมากเกินไป ส่วนกระจกมองหลังควรปรับให้เห็นภาพด้านกว้างมากที่สุด โดยเมื่อนั่งขับท่าปกติแล้ว ไม่ควรให้เห็นศีรษะของผู้ขับ

ท่านั่ง โดยทั่วไป ผู้ขับหลายคนปรับเบาะได้ถูกต้อง แต่ขณะขับมักโยกตัวมาด้านหน้าเพื่อให้มองเห็นปลายฝากระโปรงหน้า ทำให้สูญเสียความฉับไวและความแม่นยำในการควบคุมรถ ดังนั้น ผู้ขับขี่จึงไม่ควรคำนึงว่าจะมองเห็นฝากระโปรงรถหรือไม่ เพราะรถยนต์ยุคใหม่มักถูกออกแบบให้ฝากระโปรงหน้าลาดเท เพื่อผลทางด้านหลักอากาศพลศาสตร์  ต่อให้ชะโงกอย่างไรก็เห็นได้ยาก

จากคำแนะนำข้างต้น ผู้ขับขี่ควรนำวิธีเหล่านี้ไปปฏิบัติ เพราะแม้ว่าจะไม่ส่งผลในทันที แต่จากการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญก็ยืนยันได้ว่า การปรับที่นั่งและท่านั่งตามวิธีข้างต้น นอกจากจะช่วยลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อขณะขับรถได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการควบคุมรถอีกด้วยซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความปลอดภัยในการขับรถได้อีกทางหนึ่ง

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง