ปภ. แนะผู้ขับขี่งดดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- พุธที่ 8 กรกฎาคม 2552 08:58:30 น.
กรุงเทพฯ--8 ก.ค.--ปภ.

ในเดือนกรกฎาคมนี้มีวันสำคัญทางพุทธศาสนา คือ วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นวันหยุดราชการเป็นประจำทุกปี  แต่ในปีนี้รัฐบาลได้ประกาศให้วันจันทร์ที่ ๖  กรกฎาคมนี้ เป็นวันหยุดราชการ  เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว  ทำให้มีวันหยุดยาวติดต่อกันรวม ๕ วัน  ตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๔ กรกฎาคม — วันพุธที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๒  ซึ่งหลายครอบครัวคงวางแผนเดินทางไปทำบุญ กลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆเป็นหมู่คณะ  ส่งผลให้ปริมาณรถบนท้องถนนหนาแน่นกว่าช่วงปกติ  จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง  โดยเฉพาะหากผู้ขับขี่เมาสุรา  ประกอบกับรัฐบาลได้ประกาศให้วันเข้าพรรษาเป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ  เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจากการเมาแล้วขับ  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  กระทรวงมหาดไทย  จึงมีข้อแนะนำและคำเตือนเกี่ยวกับอันตรายของการดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถ  ดังนี้

หากผู้ขับขี่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงก่อนขับรถ  แอลกอฮอล์จะออกฤทธิ์ส่งผลต่อการทำงานของสมอง  ทำให้เกิดอาการมึนเมา สูญเสียความสามารถในการควบคุมตนเอง ปฏิกิริยาในการตอบสนองและประสิทธิภาพในการมองเห็นและการได้ยินลดลง ส่งผลต่อสมรรถนะในการขับขี่ อีกทั้งเกิดความคึกคะนอง และมีพฤติกรรมไม่ป้องกันตนเอง ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน เช่น ฝ่าฝืนกฎจราจร  ขับรถย้อนศร ขับรถกระชั้นชิด และขับรถส่ายไปมา เป็นต้น โดยเฉพาะหากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า ๕๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เพราะจะทำให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินช้ากว่าปกติถึง ๘ เท่า ทำให้มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสูงกว่าผู้ที่ไม่ดื่มถึง ๖.๖ เท่า และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตถึง ๙.๖ เท่าของผู้ไม่ดื่ม   ดังนั้น  เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางผู้ขับขี่จึงห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและขณะขับรถอย่างเด็ดขาด

นอกจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนแล้ว  ยังมีความผิดตามกฎหมายอีกด้วย  หากผู้ขับขี่ถูกตรวจพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า ๕๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะต้องรับโทษทางกฎหมาย คือ มีโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี ปรับตั้งแต่ ๕,๐๐๐ - ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งถูกพักใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า  ๒ เดือน ทำงานบริการสังคม ๑๒ - ๔๘ ชั่วโมง รวมถึงเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายใต้การดูแลของเจ้าพนักงานคุมประพฤติ กรณีผู้ขับขี่เมาแล้วขับและทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี ปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ - ๔๐,๐๐๐ บาทหรือทั้งจำ ทั้งปรับ รวมทั้งศาลสั่งพักใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า ๖ เดือน และหากเมาแล้วขับ  จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต  จะต้องจำคุกตั้งแต่ ๓ - ๑๐ ปี ปรับตั้งแต่ ๖๐,๐๐๐ - ๒๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งถูกพักใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีวิต ทั้งนี้ การพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอุบัติเหตุ ซึ่งศาลมีอำนาจในการกำหนดการพักใช้ใบอนุญาต ตลอดจนการเพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีวิต

ดังนั้น หากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีอาการมึนเมา ไม่ควรขับรถเองอย่างเด็ดขาด ควรจอดพัก ในบริเวณที่ปลอดภัยจนกว่าจะหายเมาแล้วจึงขับรถต่อไป หากไปด้วยกันหลายคน ควรให้ผู้อื่นขับรถแทน หรือใช้บริการรถรับจ้างหรือรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ จะปลอดภัยมากกว่า  นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ควรระมัดระวังอันตรายจากผู้ขับขี่รายอื่นที่เมาสุรา  และร่วมกันเฝ้าระวังผู้ที่มีพฤติกรรมเมาแล้วขับ  โดยสังเกตจากภาวะการขับขี่ที่ไม่ปกติ  เช่น  ขับคร่อมเลนตลอดเวลา  ขับรถกินซ้ายบ้างขวาบ้าง  ควรเว้นระยะห่างให้มากกว่าปกติ  ไม่ขับใกล้หรือพยายามแซงอย่างเด็ดขาด  เพราะอาจเกิดการเฉี่ยวชนได้  หากรถคันดังกล่าวขับตามหลัง  ผู้ขับขี่ควรชิดซ้ายและชะลอความเร็ว  เพื่อให้รถคันนั้นขับแซงไปก่อน  ที่สำคัญ  หากต้องขับผ่านบริเวณสี่แยก   ทางขึ้น — ลงสะพาน  ควรชะลอความเร็วเพราะอาจมีผู้เมาสุราขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดง หรือขับรถย้อนศร ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้  หากพบเห็นรถขับส่ายไปมา  หรือมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดปกติ  ควรบีบแตรและกระพริบไฟหน้า  เพื่อส่งสัญญาณให้ผู้ขับขี่รายอื่นได้ทราบหรือรู้สึกตัว  รวมทั้งจดทะเบียนรถ  สีรถ  ยี่ห้อรถ  แล้วโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทันที  เพื่อป้องกันอันตรายที่รุนแรงบนท้องถนน

สุดท้ายนี้ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาที่จะถึงนี้ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศให้วันเข้าพรรษาเป็นวันงดดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนงดดื่มแอลกอฮอล์ในวันดังกล่าว รวมถึงตลอดเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อปฏิบัติบูชาด้วยการงดเหล้าเข้าพรรษา และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจากการเมาแล้วขับที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง