ผู้แทนไทยได้รับการเลือกตั้งในองค์การระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๗ ที่ประชุมคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UN Economic and Social Council – ECOSOC) ณ นครนิวยอร์ก ได้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายวิโรจน์ สุ่มใหญ่ อดีตรองเลขาธิการสำนักงานอาหารและยา (อย.) ผู้สมัครจากประเทศไทย ให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (International...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

ประวัติย่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (นายกรัฐมนตรีคนที่ 27)

ข่าวการเมือง ประวัติบุคคล -- จันทร์ที่ 22 ธันวาคม 2551 11:42:23 น.

ประวัติของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 7 และนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 เกิดวันที่ 3 ส.ค. 2507 จบปริญญาตรีสาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ปี 2530 เป็นอาจารย์ประจำ(ยศร้อยตรี) โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ก่อนลาไปศึกษาต่อ และเป็นอาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด อังกฤษ ในปี 2533 เป็นอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สนใจการเมืองตั้งแต่อายุ 9 ขวบ หลังจากดูทีวีพร้อมกับน.พ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดา ในเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ จากนั้นติดตามข่าวสารการเมือง โดยเฉพาะการอภิปรายในสภา ซึ่งประทับใจลีลาการอภิปรายของอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และนายชวน หลีกภัย

เมื่อมีโอกาสเข้าสู่การเมืองจึงเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ขณะอายุเพียง 27 ปีได้รับเลือกเป็นส.ส.สมัยแรก เมื่อมี.ค.2535 เกิดกระแส"อภิสิทธิ์ฟีเวอร์" และเป็นส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เพียงคนเดียวที่ชนะเลือกตั้งในกทม. จากนั้นยึดครองส.ส.กทม.มาตลอด ปี 2535-2537 เป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ, เป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง, ปี 2538-2539 เป็นประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนฯ, ปี 2538-2540 เป็นโฆษกพรรคประชาธิปัตย์, ปี 2540-2544 เป็นรมต.ประจำสำนักนายกฯ, ปี 2542 เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, ปี 2544 เป็นส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และปี 2548 เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายอภิสิทธิ์ได้รับการวางตัวเป็นทายาททางการเมืองของนายชวน หลีกภัย แต่ต้องพลาดหวังเมื่อเจอกระแสการเมืองภายในพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้เป็นหัวหน้าพรรค ก่อนจะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคลำดับต่อมา เมื่อมี.ค 2548 หลังพรรคประชาธิปัตย์พ่ายการเลือกตั้งขาดลอยต่อพรรคไทยรักไทย ภายใต้การควบคุมของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

นายอภิสิทธิ์เดินหน้าปรับโครงสร้างพรรค เน้นการตลาดมากขึ้น ประกาศบอยคอตไม่ร่วมการเลือกตั้ง 2 เม.ย.2549 กดดันพรรคไทยรักไทยต้องจ้างพรรคเล็กมาลงสมัครในเขตพื้นที่เลือกตั้ง เพื่อปลดล็อกเกณฑ์ต้องได้คะแนนเกินกว่าร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง สุดท้ายนำมาสู่คดียุบพรรค ปี 2549 นายอภิสิทธิ์ลงนามร่วมกับนักวิชาการและประชาชนจำนวนหนึ่ง เพื่อทูลเกล้าฯถวายฎีกาขอนายกฯพระราชทาน ตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ระบุเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับสถานการณ์การเมืองที่ถึงทางตัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนถูกเรียกขานจากฝ่ายตรงข้ามว่า "มาร์ค ม.7"

23 ธ.ค.2550 นำพรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งต่อพรรคพลังประชาชน และตกอยู่ในสถานะฝ่ายค้านพรรคเดียว จึงตั้งครม.เงาขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ 8 ก.พ.2551 เพื่อติดตามการทำงานของรัฐบาล เมื่อพรรคพลังประชาชนถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรค พร้อมกับพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย จึงเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกฯ เอาชนะพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ด้วยคะแนน 235 ต่อ 198 ท่ามกลางเสียงโจมตีว่า"หนีทหาร" และถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งช่วงเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลมาร์ค 1

นายอภิสิทธิ์สมรสกับดร.พิมพ์เพ็ญ (ศกุนตาภัย) เวชชาชีวะ อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบุตร 2 คน คือ น.ส.ปราง เวชชาชีวะ และด.ช.ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ที่มา: เว็บไซต์ข่าวสด 18 ธันวาคม พ.ศ. 2551
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง