ข่าวอินโฟเควสท์
14:45 ดัชนี SET ภาคบ่ายร่วง 10 จุด รับแรงขายกลุ่มพลังงานนำดิ่ง   ตลาดหุ้นไทยภาคบ่ายปรับลงกว่า 10 จุดตามภูมิภาค จากราคาน้ำมันที่ปรับลงกดดัน อีกทั้งมีแ…
14:40 "ซอคเจน" เผยกำไร Q1/89 เพิ่มขึ้น 6% หลังธุรกิจรีเทลแบงกิ้งฟื้นตัว   โซซิเอเต เจนเนอราล (ซอคเจน) ธนาคารรายใหญ่ของฝรั่งเศส เปิดเผยกำไรสุทธิในไตรม…
14:39 ภาวะตลาดหุ้นจีน: เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดขยับลง 1.37 จุด เหตุขาดปัจจัยชี้นำ   ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้แทบจะทรงตัว เนื่องจากตล…
14:30 สื่อนอกคาด "ทาคาตะ" เตรียมเรียกคืนที่สูบถุงลมนิรภัยอีกราว 40 ล้านตัวในสหรัฐ   สื่อต่างประเทศรายงานว่า ทาคาตะ คอร์ปอเรชั่น บริษัทอะไหล่รถยนต์สัญ…

สะเก็ดข่าวรอบโลก: ออสเตรเลีย...สิงคโปร์...มาเลเซีย...

ข่าวต่างประเทศ -- พฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ 2549 11:03:28 น.
กรุงเทพ--2 ก.พ.--กระทรวงการต่างประเทศ

ออสเตรเลีย ...........ระยะนี้สื่อมวลชนออสเตรเลียเสนอข่าวในด้านลบเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมตกแต่งของโรงพยาบาลในประเทศไทยอยู่เนืองๆ เนื่องจากกิจการผ่าตัดเสริมความงามในออสเตรเลียถูกกระทบอย่างมาก เพราะชาวออสเตรเลียนิยมเดินทางมาทำศัลยกรรมในประเทศไทย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการผ่าตัดในออสเตรเลียสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์จึงส่งข่าวนี้มาด้วยความเป็นห่วงเป็นใยต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยว่า น.ส.พ. เดอะ เดลี่ เทเลกราฟรายงานว่าคนไข้ชาวออสซี่ที่มาทำศัลยกรรมพลาสติกในโรงพยาบาลเอกชนระดับห้าดาวในกทม. และมีปัญหาหลังการผ่าตัดได้มาขอร้องให้ศัลยแพทย์ชาวออสเตรเลียช่วยแก้ไข และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแก้ไขเป็นเงินจำนวนมาก และว่าคนไข้ที่เดินทางไปทำศัลยกรรมราคาถูกในต่างประเทศมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ หากเกิดผิดพลาดก็แก้ไขยาก อีกทั้งคนไข้ส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าศัลยแพทย์ในต่างประเทศมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ผู้เขียนขอแก้ข่าวแทนโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในกทม. ณ ที่นี้เลยว่า ศัลยแพทย์ในเมืองไทยมีความเชี่ยวชาญและมีฝีมือระดับมาตรฐานสากล ขนาดรายการ 60 Minutes ยังนำไปเผยแพร่ออกอากาศทั่วสหรัฐฯ และมีชาวอเมริกันและยุโรปนิยมมารับการรักษาพยาบาลและผ่าตัดเสริมความงามในประเทศไทยมากขึ้น แสดงว่าศัลยแพทย์ไทยได้รับความเชื่อถือและความไว้วางใจจากชาวตะวันตก

สิงคโปร์ ............. ประโยชน์ของการจัดนิทรรศการในโครงการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์ ครบรอบ 40 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ไม่ได้จบเพียงแค่การนำนิทรรศการชุดนี้ไปแสดงครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2548 ที่ห้องบอลรูมของโรงแรมแชงกริล่าในสิงคโปร์ ซึ่งมีคณะทูตานุทูต บุคคลสำคัญในภาครัฐและธุรกิจของสิงคโปร์เข้าชมจำนวนประมาณ 500 คนเท่านั้น แต่เพื่อให้สาธารณชนและเยาวชนในสิงคโปร์ได้ศึกษาเรียนรู้ถึงวิวัฒนาการของความสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเกินกว่า 100 ปี สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์จะนำนิทรรศการชุดนี้ไปจัดแสดงตามสถานศึกษาและสถานที่ราชการในสิงคโปร์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2549 เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังที่สนใจประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์ โดยเฉพาะการเสด็จประพาสสิงคโปร์เป็นประเทศแรกในปี ค.ศ. 1871 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพัฒนาการและใกล้ชิดมากขึ้นตามลำดับจนถึงปัจจุบัน ไทยและสิงคโปร์เป็นพันธมิตรที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์และหลากหลายในทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน รวมทั้งการติดต่อไปมาหาสู่ในระดับประชาชนของทั้งสองประเทศ

มาเลเซีย ............ข่าวในด้านดีเกี่ยวกับไทยในหนังสือพิมพ์เดอะ สตาร์ ของมาเลเซีย ซึ่งผู้อ่านหลายคนในประเทศไทยยังไม่ทราบ คือ ข่าวเกี่ยวกับการส่งเสริมข้าวหอมมะลิไทยที่รัฐบาลกำลังรณรงค์ให้เป็นสินค้าที่มีระดับ เพราะมีราคาถึงตันละ 450 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ข้าวธรรมดามีราคาเพียงตันละ 290 ดอลลาร์สหรัฐ จึงเชื่อว่าข้าวหอมมะลิไทยมีอนาคตที่สดใสและมีแนวโน้มการส่งออกที่ดี เพราะมีปัจจัยเสริมหลายประการ ได้แก่ อัตราการบริโภคข้าวในช่วง 10 ปีต่อไปนี้จะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียและอเมริกาใต้ ค่าใช้จ่ายในการสีข้าวของไทยมีราคาไม่สูงมากนัก และกระแสความนิยมในการบริโภคอาหารสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งข้าวหอมมะลิเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติล้วนๆ จึงเข้ากับกระแสรักสุขภาพของประชากรในโลกได้เป็นอย่างดี

กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5105 โทรสาร. 643-5106-7 E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--

-พห-
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง