สวนดุสิตโพลล์: การแก้รัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล

สวนดุสิตโพล -- จันทร์ที่ 25 มกราคม 2553 07:18:25 น.

จากที่พรรคร่วมรัฐบาลออกมากดดันพรรคประชาธิปัตย์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และขู่ว่าถ้าไม่แก้จะมาร่วมมือกับ พรรคเพื่อไทยแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในขณะที่พรรคเพื่อไทยยืนยันจุดยืนชัดเจนแล้วว่าจะไม่ร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 50 แต่ได้เรียกร้องให้กลับมาใช้รัฐธรรมนูญปี 40 แทน อีกทั้งมองว่าความพยายามกดดันพรรคประชาธิปัตย์ ของพรรคร่วมรัฐบาล น่าจะเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อกดดันพรรคประชาธิปัตย์ หรือเพื่อเรียกร้องอะไรบางอย่าง  “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  ร่วมกับ รายการ “ก่อนตัดสินใจ”  จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพ ฯ ปริมณฑล กรณี การแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล จำนวนทั้งสิ้น  1,262 คน  ระหว่างวันที่ 18-21 มกราคม 2553  สรุปผลได้ดังนี้

1.   ความคิดเห็นกรณี ที่จะมีการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 ในขณะนี้

อันดับ 1          เห็นด้วย                                54.55%

อันดับ 2          ไม่เห็นด้วย                              23.29%

อันดับ 3          ไม่แน่ใจ                                22.16%

2.          กรณีเห็นด้วย ประชาชนคิดว่าควรจะใช้แนวทางตามข้อเสนอของฝ่ายใดในการแก้ไข

อันดับ 1          ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาฯ จำนวน 6 ประเด็น   49.81%

อันดับ 2          ตามข้อเสนอของพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อแผ่นดิน  พรรคภูมิใจไทย  จำนวน 2 ประเด็น    26.86%

อันดับ 3          ตามข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยโดยนำเนื้อหาส่วนใหญ่ของรัฐธรรมนูญปี 2540 มาใช้            21.28%

อันดับ 4          ตามข้อเสนอของภาคประชาชน นำโดยนายแพทย์เหวง โตจิราการ                         2.05%

3.   ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ ? กับข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เรื่องการทำสัญญากับต่างประเทศโดยกำหนดประเภทของสัญญาที่จะให้รัฐสภาอนุมัติและสัญญาที่รัฐสภาสามารถ  ทบทวนได้ให้ชัดเจน

อันดับ 1          เห็นด้วย                                54.27%

เพราะ เป็นการลดขั้นตอนในการพิจารณาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ,ข้อความบางส่วนยังไม่ชัดเจน ,หากการแก้ไขนี้มีผลต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ฯลฯ

อันดับ 2          ไม่เห็นด้วย                              30.31%

เพราะ มาตรา 190 ของเดิมที่เขียนไว้ก็รัดกุมดีอยู่แล้ว แต่เกิดจากการนำไปใช้ไม่ถูกที่ ตีความเพื่อประโยชน์/เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ฯลฯ

อันดับ 3          ไม่แน่ใจ                                15.42%

เพราะ การเสนอแก้ไข รธน. ในมาตรา 190 นั้นควรมาจากพื้นฐานของปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่เป็นความต้องการของคนใดคนหนึ่ง ,ไม่รู้ว่าแก้ไปแล้วจะดีกว่าเดิมหรือไม่? ฯลฯ

4.   ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ ? ที่พรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรคมีข้อเสนอให้แก้ไขรูปแบบการเลือกตั้งส.ส.จากแบ่งเขต เรียงเบอร์ (เขตใหญ่เลือกได้ไม่เกิน 3 คน) ในปัจจุบัน เป็นเขตเดียวเบอร์เดียว (เขตเล็กเลือกได้ 1 คน)

อันดับ 1          ไม่เห็นด้วย                              45.36%

เพราะ  เป็นการผูกขาดเพียงคนเดียว ถ้าได้คนดีก็ดีไปแต่ถ้าได้คนไม่ดีก็ต้องรอจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ ฯลฯ

อันดับ 2          เห็นด้วย                                38.21%

เพราะ  ประชาชนสามารถจดจำผู้สมัครได้ง่ายขึ้น ไม่สับสน ,ตัดสินใจได้ง่ายว่าจะเลือกใคร ,กกต.สามารถตรวจสอบการซื้อสิทธิ์ ขายเสียงได้ง่ายขึ้น ฯลฯ

อันดับ 3          ไม่แน่ใจ                                16.43%

เพราะ  ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนรูปแบบการเลือกตั้งใหม่ก็คือนักการเมือง เนื่องจากเป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ ,ทุกระบบมีทั้งข้อดี ข้อด้อย ขึ้นอยู่กับการพิจารณาและนำไปใช้ ฯลฯ

5.   รูปแบบการเลือกตั้ง ส.ส. ที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย คือ

อันดับ 1          มี ส.ส.จากระบบเขตเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวโดยใช้รูปแบบ เขตเดียวเบอร์เดียว                     27.58%

อันดับ 2          มี ส.ส.จาก 2 ระบบ คือ เขตเดียวเบอร์เดียวและส.ส.จากระบบบัญชีรายชื่อ (เหมือนรธน. ปี2540)      25.81%

อันดับ 3          มี ส.ส.จาก 2 ระบบ คือ แบ่งเขตเรียงเบอร์ และส.ส.จากระบบสัดส่วน (เหมือนรธน. ปี2550)         23.35%

อันดับ 4          มี ส.ส.จากระบบเขตเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวโดยใช้รูปแบบ แบ่งเขตรวมเบอร์(เขตเดียวพรรคเดียว)      14.89%

อันดับ 5          มี ส.ส.จากระบบเขตเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวโดยใช้รูปแบบ แบ่งเขตเรียงเบอร์                       8.37%

6.   ประชาชนคิดว่าข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เรื่องการทำสัญญากับต่างประเทศ และมาตรา 93-98  เรื่องรูปแบบการเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรคจะสำเร็จหรือไม่?

อันดับ 1          ไม่แน่ใจ                               53.30%

เพราะ  เป็นเกมการเมือง ,จะต้องศึกษาถึงผลดี ผลเสียอย่างละเอียด ,ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ รธน. มากพอ ฯลฯ

อันดับ 2          ไม่สำเร็จ                              31.32%

เพราะ  มาตราที่นำเสนอแก้ไขอาจถูกยับยั้งจาก ส.ว. และฝ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง ,พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนและอาจได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรานี้ฯลฯ

อันดับ 3          สำเร็จ                                15.38%

เพราะ  พรรคประชาธิปัตย์จะต้องรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล จึงต้องยอมแก้ไข รธน.เพื่อจะได้เป็นรัฐบาลต่อไป ฯลฯ

7.   ประชาชนเชื่อมั่นหรือไม่ว่าข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ของพรรคร่วมรัฐบาล จะทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองยุติลง

อันดับ 1          ไม่เชื่อมั่น                              68.40%

อันดับ 2          ไม่แน่ใจ                               26.75%

อันดับ 3          เชื่อมั่น                                 4.85%

--สวนดุสิตโพล--
-พห-
ข่าวที่เกี่ยวข้อง